ถ้าได้รับหมายหรือเอกสารคดีหย่าจากศาลต่างประเทศ อย่าเพิกเฉย เพราะศาลนั้นอาจพิจารณาและพิพากษาไปตามกฎหมายของประเทศนั้นแม้เราไม่ตอบ ควรเช็กกำหนดเวลาตอบในเอกสารทันที หาทนายในประเทศนั้น และประเมินผลต่อทรัพย์สินและลูกในไทยไปพร้อมกัน
ได้รับหมายศาลต่างประเทศ ถือว่าส่งหมายถูกต้องไหม
อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่ถูกต้อง เพราะความถูกต้องของการส่งหมายมักวัดตามกฎหมายของศาลที่ออกหมาย ไม่ใช่ตามความรู้สึกของผู้รับ
ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการส่งเอกสารทางศาลไปต่างประเทศ ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาอธิบายว่า การส่งเอกสารคดีมายังผู้รับในไทยอาจทำได้หลายทาง เช่น ทางไปรษณีย์ ผ่านตัวแทนหรือทนายความในพื้นที่ หรือผ่านช่องทางทางการทูต
ผลในทางปฏิบัติคือ เอกสารที่มาทางไปรษณีย์ อีเมล หรือคนมาส่งถึงบ้าน อาจถูกศาลต่างประเทศถือว่าส่งแล้วก็ได้ ถ้าเห็นว่าการส่งมีปัญหา ต้องให้ทนายในประเทศนั้นยกขึ้นโต้แย้งตามกฎหมายของที่นั่น การนิ่งเฉยไม่ได้ช่วยอะไร
ต้องตอบศาลต่างประเทศภายในกี่วัน
กำหนดเวลาขึ้นกับกฎหมายวิธีพิจารณาความของประเทศนั้น และมักระบุไว้ในหมายหรือหนังสือแจ้งที่แนบมา บางประเทศให้เวลาไม่นาน จึงต้องอ่านทันทีที่ได้รับ
- จดวันที่ได้รับเอกสาร เก็บซอง ใบรับไปรษณีย์ หรืออีเมลต้นฉบับไว้
- หาวันครบกำหนดตอบหรือวันนัดศาลในเอกสาร และทำสำเนาเอกสารทั้งชุด
- ถ้าอ่านภาษาในเอกสารไม่เข้าใจ ให้แปลส่วนสำคัญโดยเร็ว อย่างน้อยหน้าหมาย คำขอท้ายคำฟ้อง และกำหนดเวลา
- ติดต่อทนายความที่มีใบอนุญาตในประเทศนั้นภายในไม่กี่วันแรก และถามว่าต้องยื่นเอกสารตอบรับหรือคำให้การภายในเมื่อใด
- รวบรวมเอกสารฝั่งไทย เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร เอกสารทรัพย์สินในไทย และหลักฐานการเลี้ยงดูบุตร
- ปรึกษาทนายความด้านครอบครัวในไทยคู่ขนาน เรื่องผลต่อทรัพย์สิน บุตร และทะเบียนครอบครัวในไทย
อย่าเพิกเฉยเพราะคิดว่าศาลต่างประเทศบังคับอะไรในไทยไม่ได้ การไม่ตอบอาจทำให้ศาลนั้นพิพากษาเรื่องหย่า บุตร และเงินไปตามคำขอของสามีฝ่ายเดียว และคำพิพากษานั้นยังมีผลกับชีวิตเราในประเทศของเขา รวมถึงอาจถูกนำมาใช้เป็นพยานในศาลไทยภายหลัง
หาทนายในประเทศนั้นอย่างไร
คดีที่ศาลต่างประเทศต้องใช้ทนายที่มีสิทธิว่าความในประเทศนั้น ทนายไทยว่าความในศาลต่างประเทศแทนไม่ได้ แต่ช่วยประสานและดูแลผลฝั่งไทยได้
- ค้นรายชื่อจากสภาทนายความหรือหน่วยงานกำกับวิชาชีพทนายความของประเทศนั้น และตรวจว่าเชี่ยวชาญคดีครอบครัว
- สอบถามสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นถึงข้อมูลเบื้องต้น โดยเข้าใจว่าสถานทูตไม่ได้ว่าความหรือให้คำปรึกษาคดีแทน
- ถามว่าประเทศนั้นมีความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่อยู่นอกประเทศหรือไม่
- ถามว่าเราต้องเดินทางไปศาลเองหรือไม่ หรือเข้าร่วมทางวิดีโอได้หรือไม่
- ขอให้ทนายประเมินก่อนว่าศาลนั้นมีเขตอำนาจเหนือคดีและเหนือเรื่องบุตรหรือไม่ เพราะเป็นข้อต่อสู้แรกที่อาจเปลี่ยนทั้งคดี
คำพิพากษาต่างประเทศ มีผลกับทรัพย์สินและลูกในไทยแค่ไหน
ผลแตกต่างกันตามเรื่อง สถานะการหย่าบันทึกในไทยได้ แต่คำสั่งเรื่องเงินและทรัพย์ไม่ได้บังคับในไทยโดยอัตโนมัติ นี่คือจุดที่ต้องวางแผนให้ดี
| เรื่อง | ผลในไทยโดยทั่วไป |
|---|---|
| สถานะการสมรส | ผู้มีส่วนได้เสียนำเอกสารการหย่าที่รับรองและแปลแล้ว ไปขอบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่อำเภอหรือเขตได้ |
| ทรัพย์สินและเงินในไทย | ไทยไม่มีสนธิสัญญาหรือกฎหมายทั่วไปรับรองการบังคับตามคำพิพากษาต่างประเทศ ผู้ชนะคดีต้องฟ้องใหม่ในศาลไทย และใช้คำพิพากษาต่างประเทศเป็นพยาน |
| ที่ดินในไทย | คำพิพากษาต่างประเทศไม่ได้โอนที่ดินในไทยให้ใครโดยตรง และคนต่างด้าวยังถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายไทยเปิดช่อง |
| อำนาจปกครองบุตรที่อยู่ในไทย | คำสั่งศาลต่างประเทศไม่ได้บังคับในไทยโดยตรง แต่ถ้ามีการพาเด็กข้ามประเทศ อาจเข้ากลไกอนุสัญญาว่าด้วยการลักพาเด็กข้ามชาติ |
เรื่องเด็ก ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยแง่มุมทางแพ่งของการลักพาตัวเด็กข้ามชาติ โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลาง แต่ใช้ได้กับประเทศที่ยอมรับการเข้าเป็นภาคีของไทยแล้วเท่านั้น จึงต้องตรวจเป็นรายประเทศ ประเด็นการใช้คำพิพากษาต่างประเทศในไทยอ่านเพิ่มได้ที่ คำพิพากษาหย่าจากต่างประเทศ ใช้ในไทยได้ไหม?
ควรสู้คดีที่ต่างประเทศ หรือฟ้องในไทยด้วย
ไม่มีคำตอบเดียว ต้องชั่งว่าทรัพย์สิน บุตร และชีวิตของเราผูกกับประเทศใดมากกว่า และกฎหมายประเทศใดให้ผลที่เป็นธรรมกว่า
- ถ้าทรัพย์สินและบุตรอยู่ในไทยเป็นหลัก การตอบคดีต่างประเทศเพื่อรักษาสิทธิไว้ ควบคู่กับการวางแผนฝั่งไทย มักสำคัญกว่าการปล่อยให้คดีต่างประเทศเดินไปฝ่ายเดียว
- ถ้ามีทรัพย์สินสำคัญอยู่ในประเทศของสามี การต่อสู้ที่ศาลนั้นอาจเป็นทางเดียวที่จะได้ส่วนแบ่งที่บังคับได้จริง
- ในบางกรณี ฝ่ายไทยอาจยื่นคดีในศาลไทยได้ด้วย แต่เรื่องเขตอำนาจ กฎหมายที่ใช้บังคับ และการมีสองคดีคู่ขนาน เป็นประเด็นเทคนิคที่ต้องให้ทนายประเมิน
หลักเรื่องกฎหมายที่ใช้กับการหย่าระหว่างคู่สมรสไทยกับต่างชาติดูได้ที่ หย่ากับคู่สมรสต่างชาติ ใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่ไปศาลต่างประเทศเลย จะถูกพิพากษาให้หย่าไหม
อาจถูกพิพากษา หลายประเทศให้ศาลพิจารณาคดีไปได้เมื่อจำเลยได้รับแจ้งแล้วแต่ไม่ตอบ ผลอาจรวมถึงเรื่องบุตร ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายด้วย การไม่ไปจึงไม่ได้หยุดคดี แต่ทำให้เราไม่มีโอกาสเล่าข้อเท็จจริงของเรา
เอกสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นที่อ่านไม่เข้าใจ ทำอย่างไร
ให้แปลส่วนที่ระบุกำหนดเวลา ศาลที่พิจารณา และคำขอของสามีก่อน แล้วส่งเอกสารทั้งชุดให้ทนายในประเทศนั้นอ่าน การไม่เข้าใจภาษาโดยทั่วไปไม่ได้ทำให้กำหนดเวลาหยุดเดิน
หย่าที่ต่างประเทศเสร็จแล้ว ต้องทำอะไรในไทย
ควรนำเอกสารการหย่าที่รับรองและแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ไปขอบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวที่อำเภอหรือเขต เพื่อให้ทะเบียนไทยแสดงว่าหย่าแล้ว ดูขั้นตอนได้ที่ หย่าที่ต่างประเทศแล้ว มีผลในไทยไหม ต้องทำอะไรต่อ
ศาลต่างประเทศสั่งให้จ่ายเงินหรือแบ่งบ้านในไทย ต้องทำตามทันทีไหม
คำสั่งนั้นไม่ได้บังคับในไทยโดยอัตโนมัติ ถ้าอีกฝ่ายต้องการบังคับกับทรัพย์ในไทย ต้องฟ้องคดีใหม่ในศาลไทย ซึ่งศาลไทยพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎหมายได้เอง แต่คำสั่งนั้นยังอาจมีผลกับทรัพย์สินหรือรายได้ของเราในประเทศที่ออกคำสั่ง
สามีพาลูกไปต่างประเทศแล้วฟ้องที่นั่น ทำอย่างไร
ต้องรีบปรึกษาทนาย เพราะเวลามีผลต่อสิทธิของเรามาก ถ้าประเทศนั้นยอมรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการลักพาเด็กข้ามชาติของไทย อาจยื่นคำขอผ่านผู้ประสานงานกลาง ซึ่งของไทยคือสำนักงานอัยการสูงสุด ควบคู่กับการตอบคดีที่ต่างประเทศ
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากจดวันที่ได้รับเอกสาร หาวันครบกำหนดตอบ และทำสำเนาเอกสารทั้งชุด จากนั้นติดต่อทนายในประเทศที่ออกหมายให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาสิทธิไม่ให้หมดไปเพราะกำหนดเวลา
ในเวลาเดียวกัน ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวในไทยที่ทำคดีคู่สมรสต่างชาติ เพื่อดูผลต่อที่ดิน บ้าน บัญชี และลูกในไทย และวางแผนให้สองฝั่งไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าสามียังไม่ยื่นที่ต่างประเทศแต่ขู่ว่าจะยื่น ควรอ่านทางเลือกในไทยประกอบที่ สามีอยู่ต่างประเทศ ไม่มาศาลไทย ฟ้องหย่าได้หรือไม่
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
