สามีต่างชาติจะหนีกลับประเทศระหว่างคดี ขอศาลคุ้มครองอะไรได้บ้าง

ถ้ากลัวสามีต่างชาติขนทรัพย์หรือเดินทางออกนอกประเทศระหว่างคดี ยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 เช่น ยึดหรืออายัดทรัพย์ในไทยไว้ก่อน ห้ามโอนหรือจำหน่าย ซึ่งศาลจะอนุญาตเมื่อคำฟ้องมีมูลและมีหลักฐานเข้าเงื่อนไขในมาตรา 255

ศาลคุ้มครองชั่วคราวอะไรได้บ้าง

มาตรา 254 ให้โจทก์ยื่นคำขอพร้อมคำฟ้อง หรือเวลาใดก่อนพิพากษาก็ได้ เพื่อขอมาตรการ 4 แบบ ดังนี้

มาตรการตามมาตรา 254ใช้ทำอะไรเงื่อนไขสำคัญตามมาตรา 255
(1) ยึดหรืออายัดทรัพย์ก่อนพิพากษากันทรัพย์ของจำเลยหรือเงินที่บุคคลภายนอกต้องจ่ายให้จำเลยไว้จำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ให้พ้นอำนาจศาล หรือโอนขายเพื่อประวิงหรือขัดขวางการบังคับคดี
(2) ห้ามจำเลยกระทำการห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายทรัพย์ และป้องกันความเสียหายมีเหตุทำนองเดียวกับข้อ (1)
(3) ระงับการจดทะเบียนสั่งนายทะเบียนระงับการจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น การโอนที่ดินหรือห้องชุดมีเหตุทำนองเดียวกับข้อ (1)
(4) จับกุมและกักขังจำเลยชั่วคราวกันไม่ให้จำเลยหลบหนีเพื่อประวิงหรือขัดขวางคดีจำเลยซ่อนตัว ยักย้ายไปให้พ้นอำนาจศาล หรือพฤติการณ์เห็นได้ว่าจะหลบหนี

ในคดีครอบครัว พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 159 ยังให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในเรื่องสินสมรส ค่าทดแทน ที่พักอาศัย และการอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ และนำบทวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม

ขอยึดหรืออายัดทรัพย์ของสามีไว้ก่อนได้ไหม

ได้ ถ้าแสดงให้ศาลเห็นว่าคำฟ้องมีมูล และมีพฤติการณ์ว่าจะยักย้ายทรัพย์ เช่น ประกาศขายห้องชุด โอนเงินก้อนใหญ่ออกนอกประเทศ ปิดบัญชี หรือบอกชัดว่าจะขายทุกอย่างแล้วกลับประเทศ

ทรัพย์ที่ศาลไทยสั่งได้คือทรัพย์ที่อยู่ในประเทศไทย เช่น เงินฝากในธนาคารไทย ห้องชุด รถยนต์ หุ้นในบริษัทไทย หรือเงินที่นายจ้างในไทยต้องจ่ายให้เขา ยิ่งระบุตัวทรัพย์ได้ชัด คำขอยิ่งมีโอกาสได้รับอนุญาต

ถ้าเร่งด่วนจริง มาตรา 266 ให้ยื่นคำร้องรวมไปกับคำขอ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือออกหมายโดยไม่ชักช้าได้

ขอห้ามสามีต่างชาติออกนอกประเทศได้ไหม

ต้องเข้าใจตามจริงว่า มาตรการในมาตรา 254 ไม่มีคำสั่งที่เรียกว่า "ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร" โดยตรง มาตรการที่ใกล้ที่สุดคือมาตรา 254 (4) การจับกุมและกักขังจำเลยไว้ชั่วคราว

มาตรการนี้กระทบเสรีภาพของบุคคลโดยตรง จึงต้องเข้าเงื่อนไขในมาตรา 255 (4) เช่น จำเลยซ่อนตัวเพื่อไม่รับหมาย หรือมีพฤติการณ์ชัดว่าจะหลบหนีไปให้พ้นอำนาจศาลเพื่อขัดขวางคดี ความกลัวว่าเขาจะกลับประเทศเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ

ในทางปฏิบัติ เป้าหมายที่ทำได้จริงกว่าคือกันทรัพย์ในไทยไว้ เพราะถึงสามีจะออกไปแล้ว คดีหย่ายังเดินต่อได้ด้วยการส่งหมายไปต่างประเทศ ดูขั้นตอนได้ที่ ฟ้องหย่าเมื่ออีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ

ควรเก็บหลักฐานทรัพย์สินอะไรไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ศาลสั่งคุ้มครองได้เฉพาะทรัพย์ที่ระบุได้ว่าคืออะไรและอยู่ที่ไหน หลักฐานที่ควรรวบรวมก่อนอีกฝ่ายรู้ตัว ได้แก่

  • สำเนาโฉนด หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และสัญญาซื้อขายที่มีชื่อเขาหรือชื่อคุณ
  • ชื่อธนาคาร สาขา และเลขบัญชีที่รู้ รวมถึงหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ
  • ทะเบียนรถ ข้อมูลหุ้นหรือบริษัทที่เขาถือในไทย
  • ชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และหลักฐานเงินเดือนหรือสัญญาจ้าง
  • สำเนาหนังสือเดินทาง วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน ซึ่งช่วยเรื่องการส่งหมายและการระบุตัว
  • ข้อความที่เขาบอกว่าจะขายทรัพย์ ย้ายเงิน หรือกลับประเทศ พร้อมวันเวลา

ข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ต่อในชั้นแบ่งสินสมรสและบังคับคดี อ่านเรื่องทรัพย์ที่ดินในชื่อภรรยาไทยได้ที่ แบ่งสินสมรส คู่สมรสชาวต่างชาติ

ขั้นตอนขอคุ้มครองชั่วคราว ทำอย่างไร

  1. รวบรวมหลักฐานเหตุหย่าและหลักฐานทรัพย์สินให้ระบุตัวได้
  2. รวบรวมพฤติการณ์ที่แสดงว่าจะยักย้ายทรัพย์หรือหลบหนี
  3. ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว พร้อมคำขอคุ้มครองชั่วคราว และคำร้องกรณีฉุกเฉินถ้าจำเป็น
  4. ศาลพิจารณาคำขอ ซึ่งในเหตุฉุกเฉินอาจมีคำสั่งได้โดยเร็ว
  5. เมื่อศาลสั่งแล้ว ติดตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน ได้รับคำสั่ง
จังหวะสำคัญกว่าความสมบูรณ์ของคำขอ ถ้าสามีรู้ตัวก่อนว่าคุณจะฟ้อง ทรัพย์ที่โอนได้ง่าย เช่น เงินในบัญชี อาจหายไปก่อนศาลมีคำสั่ง จึงควรยื่นคำขอคุ้มครองไปพร้อมคำฟ้อง และอย่าเตือนเขาล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าสามีออกนอกประเทศไปแล้ว คดีหย่ายังทำต่อได้ไหม

ได้ ศาลส่งหมายเรียกไปต่างประเทศได้ แม้จะใช้เวลานานกว่าปกติ ถ้าเขาไม่มาศาล คดีดำเนินต่อไปตามกระบวนการ อ่านกรณีที่สามีกลับประเทศแล้วติดต่อไม่ได้ที่ สามีต่างชาติกลับประเทศแล้วไม่ติดต่อกลับ

ศาลสั่งอายัดแล้ว ชนะคดีต้องทำอะไรต่อ

เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว ต้องดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา ทรัพย์ที่อายัดไว้ก่อนช่วยให้บังคับได้จริง และการขอบังคับคดีต้องเริ่มภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตามมาตรา 274

สามีมีทรัพย์อยู่ต่างประเทศอย่างเดียว ทำอะไรได้บ้าง

คำสั่งศาลไทยมีผลกับทรัพย์ในไทย ส่วนทรัพย์ในต่างประเทศ การบังคับขึ้นกับกฎหมายและกระบวนการของประเทศนั้น จึงควรปรึกษาตั้งแต่ต้นว่าควรฟ้องที่ไทยหรือที่ประเทศที่ทรัพย์ตั้งอยู่

สามีขู่จะพาลูกกลับประเทศด้วย ป้องกันได้ไหม

มาตรา 159 ให้ศาลกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองบุตรได้ และหนังสือเดินทางไทยของผู้เยาว์ที่พ่อแม่สมรสกัน โดยทั่วไปต้องมีความยินยอมของทั้งสองฝ่าย อ่านเพิ่มที่ สามีต่างชาติจะพาลูกกลับประเทศ ป้องกันได้ยังไง

ยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวได้ตอนไหน

ยื่นพร้อมคำฟ้อง หรือเวลาใดก็ได้ก่อนศาลพิพากษาตามมาตรา 254 แต่ยิ่งยื่นช้า โอกาสที่ทรัพย์จะถูกยักย้ายไปก่อนยิ่งมาก จึงควรยื่นพร้อมคำฟ้องถ้ามีพฤติการณ์อยู่แล้ว

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากทำบัญชีทรัพย์สินในไทยที่รู้ทั้งหมด พร้อมหลักฐานที่ระบุตัวได้ และจดพฤติการณ์ที่ทำให้คุณกังวลว่าเขาจะขายทรัพย์หรือออกนอกประเทศ

จากนั้นปรึกษาทนายความคดีครอบครัวเพื่อเตรียมคำฟ้องและคำขอคุ้มครองชั่วคราวให้ยื่นได้ในคราวเดียว การเตรียมให้เร็วและเงียบคือสิ่งที่ทำให้มาตรการเหล่านี้ได้ผลจริง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ