ให้อภัยสามีแล้ว สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นหมดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1518 แต่สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ตามมาตรา 1523 วรรคสอง ไม่ต้องหย่าก่อน และตัวบทตัดสิทธิไว้ชัดเฉพาะกรณียินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จึงยังอาจฟ้องชู้ได้ ถ้ายื่นภายใน 1 ปี
ให้อภัยสามีแล้ว ฟ้องหย่าได้ไหม
โดยหลักไม่ได้ มาตรา 1518 บัญญัติว่าสิทธิฟ้องหย่า หมดไปเมื่อได้กระทำการอันแสดงว่าให้อภัย ในการกระทำของอีกฝ่ายที่เป็นเหตุหย่านั้นแล้ว
ศาลดูจากพฤติการณ์จริง ไม่ได้ดูแค่คำพูดว่า "ให้อภัย" หรือ "ไม่ให้อภัย" เช่น หลังรู้เรื่องแล้วกลับมาใช้ชีวิตคู่ตามปกติเป็นเวลานาน หรือเขียนข้อความว่าจะลืมเรื่องเดิมและเริ่มต้นใหม่
การให้อภัยมีผลเฉพาะกับเรื่องที่ให้อภัยไปแล้ว ถ้าภายหลังสามีกลับไปมีความสัมพันธ์อีก เหตุใหม่นั้นยังใช้ฟ้องหย่าได้ อ่านหลักนี้เพิ่มเติมที่ เหตุฟ้องหย่ามีอายุความไหม ให้อภัยแล้วยังฟ้องได้ไหม
ให้อภัยสามีแล้ว ยังฟ้องชู้ได้ไหม
ตามตัวบท ยังมีช่องทาง เพราะ ค่าทดแทนจากชู้เป็นสิทธิคนละเรื่องกับสิทธิฟ้องหย่า มาตรา 1523 วรรคสอง ให้คู่สมรสเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสของตนไปในทำนองชู้สาว หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของตนได้ โดยไม่ต้องฟ้องหย่า
มาตรา 1518 พูดถึงสิทธิฟ้องหย่าเท่านั้น ส่วนข้อที่ตัดสิทธิเรียกค่าทดแทนซึ่งเขียนไว้ชัด คือมาตรา 1523 วรรคสาม ที่ห้ามผู้ที่ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้เกิดการกระทำนั้นเรียกค่าทดแทน
อย่างไรก็ดี คำตอบสุดท้ายขึ้นกับข้อเท็จจริง ฝ่ายชู้มักยกพฤติการณ์หลังการให้อภัยขึ้นต่อสู้ และศาลกำหนดจำนวนค่าทดแทนตามพฤติการณ์ทั้งหมดตามมาตรา 1525 ก่อนตัดสินใจฟ้องจึงควรให้ทนายตรวจแนวคำพิพากษาล่าสุดที่ใกล้กับเรื่องของเรา
| สิทธิ | ต้องหย่าไหม | การให้อภัยสามีมีผลอย่างไร |
|---|---|---|
| ฟ้องหย่าเพราะสามีมีชู้ มาตรา 1516 (1) | เป็นคดีหย่าเอง | สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นหมดไป ตามมาตรา 1518 |
| ค่าทดแทนจากสามีและชู้ เมื่อศาลให้หย่าเพราะเหตุนั้น มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง | ต้องมีคำพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 (1) | เมื่อฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นไม่ได้แล้ว ช่องทางนี้ก็ใช้ไม่ได้ตามไปด้วย |
| ค่าทดแทนจากชู้ มาตรา 1523 วรรคสอง | ไม่ต้องหย่า | ตัวบทไม่ได้เขียนให้สิทธิหมดเพราะการให้อภัย แต่ยังต้องดูเรื่องยินยอม อายุความ และพฤติการณ์ |
ให้อภัย กับ ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่ ช่วงเวลาและท่าทีต่อการกระทำ การยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจเกิดก่อนหรือระหว่างที่อีกฝ่ายกระทำ เช่น รู้แล้วปล่อยให้คบหาต่อโดยไม่ขัดข้อง ส่วนการให้อภัยเกิดหลังรู้เรื่องแล้วและตัดสินใจไม่ติดใจกับคู่สมรส
- ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ทำให้ฟ้องหย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 (1) หรือ (2) ไม่ได้ (มาตรา 1517) และทำให้เรียกค่าทดแทนไม่ได้ (มาตรา 1523 วรรคสาม)
- ให้อภัย ทำให้สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นหมดไป (มาตรา 1518)
- การให้อภัยสามี ไม่ได้แปลว่าเรายินยอมให้ชู้มาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น แต่ถ้าหลังให้อภัยแล้วเรารู้ว่ายังคบกันต่อและปล่อยไว้เฉย ๆ อีกฝ่ายอาจอ้างว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจสำหรับช่วงหลังได้
อย่าเขียนข้อความหรือลงชื่อในเอกสารทำนอง "ไม่ติดใจเอาความกับใครทั้งสิ้น" ระหว่างคืนดีกับสามี ถ้ายังคิดจะเรียกค่าทดแทนจากชู้ ข้อความกว้าง ๆ แบบนี้อาจถูกนำไปอ้างว่าเราสละหรือยุติข้อพิพาทกับชู้แล้ว
จะฟ้องชู้โดยไม่ฟ้องหย่า ต้องมีอะไรบ้าง
ต้องพิสูจน์ องค์ประกอบตามมาตรา 1523 วรรคสอง ให้ได้ และต้องยื่นฟ้องให้ทันกำหนด ไม่ว่าเราจะให้อภัยสามีหรือไม่
- เราจดทะเบียนสมรสกับสามีถูกต้องตามกฎหมายในช่วงที่เกิดเหตุ
- มีพฤติการณ์ล่วงเกินในทำนองชู้สาว หรือการแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว
- เราไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้เกิดความสัมพันธ์นั้น
- ยื่นฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริงที่จะใช้ฟ้อง ตามมาตรา 1529
การคืนดีกับสามีไม่ได้หยุดนับอายุความหนึ่งปี หลายคนเสียสิทธิเพราะรอดูท่าทีจนเลยกำหนด ดูวิธีนับได้ที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี
ถ้าให้อภัยแล้ว สามีกลับไปคบชู้อีก ทำอย่างไร
ถือเป็น เหตุใหม่ที่เริ่มนับสิทธิใหม่ ทั้งเรื่องฟ้องหย่าและเรื่องค่าทดแทน การให้อภัยครั้งก่อนไม่ได้ลบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง
- บันทึกวันที่รู้เหตุใหม่ให้แน่นอน เพราะอายุความหนึ่งปีจะนับจากวันนั้น
- เก็บหลักฐานพฤติการณ์ที่เกิดหลังวันคืนดี แยกจากหลักฐานชุดเดิม
- เหตุเก่าที่ให้อภัยไปแล้ว อาจเล่าเป็นภูมิหลังให้ศาลเห็นภาพความสัมพันธ์ แต่ควรให้ทนายพิจารณาว่าจะใช้อย่างไรไม่ให้ถูกโต้แย้ง
- ถ้าตัดสินใจหย่าในรอบนี้ อาจฟ้องหย่าพร้อมเรียกค่าทดแทนจากทั้งสามีและชู้ตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อย
กลับมาอยู่บ้านเดียวกันเพราะลูก ถือว่าให้อภัยแล้วหรือไม่
ไม่เสมอไป ศาลดูพฤติการณ์ทั้งหมด การอยู่ร่วมบ้านเพราะความจำเป็นโดยไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตคู่ตามปกติ อาจไม่ใช่การให้อภัย แต่ควรมีหลักฐานแสดงว่ายังไม่ยอมรับการกระทำนั้น เช่น ข้อความที่ยืนยันจุดยืนของเรา
ชู้อ้างว่าเราให้อภัยสามีแล้ว คดีจะแพ้เลยไหม
ไม่ได้แพ้โดยอัตโนมัติ เพราะตัวบทที่ตัดสิทธิค่าทดแทนไว้ชัดคือกรณียินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ แต่ข้อต่อสู้นี้อาจกระทบน้ำหนักพยานและจำนวนเงินที่ศาลกำหนด จึงควรเตรียมลำดับเหตุการณ์ให้ชัดว่ารู้เมื่อไร ทำอะไรหลังรู้
สามีขอร้องไม่ให้ฟ้องชู้ ถ้าเราตกลงตามนั้นจะเป็นอย่างไร
ถ้าเพียงพูดตกลงกันในครอบครัว ยังไม่ใช่การยุติข้อพิพาทกับชู้โดยตรง แต่ถ้าลงชื่อในหนังสือยุติข้อพิพาทหรือรับเงินชดใช้จากชู้ไปแล้ว การฟ้องซ้ำจะยากมาก ควรอ่านถ้อยคำทุกบรรทัดก่อนลงชื่อ
ภรรยาให้อภัยแล้ว สามีฟ้องชายชู้ได้ไหม
หลักเดียวกันใช้กับทุกฝ่าย เพราะมาตรา 1523 ใช้คำว่าคู่สมรส ไม่ได้แยกเพศ ผลของการให้อภัยต่อสิทธิฟ้องหย่าและสิทธิเรียกค่าทดแทนจึงพิจารณาแบบเดียวกัน
ให้อภัยแล้ว แต่ยังอยากหย่าโดยไม่ต้องมีเหตุ ทำได้ไหม
ได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายยินยอม จดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนได้โดยไม่ต้องอ้างเหตุหย่า แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม ต้องหาเหตุอื่นที่ยังใช้ได้ หรือรอเหตุใหม่ที่ไม่ได้ให้อภัย
ควรเริ่มอย่างไร
เขียนลำดับเหตุการณ์สามช่วง คือ วันที่รู้เรื่องครั้งแรก สิ่งที่เราทำหลังรู้ และพฤติการณ์หลังคืนดี พร้อมหลักฐานของแต่ละช่วง ลำดับนี้จะบอกได้ทันทีว่าสิทธิใดยังเหลือ และอายุความใกล้ครบหรือยัง
จากนั้นนำไปปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เพื่อดูว่าควรฟ้องชู้อย่างเดียว เจรจาให้ยุติความสัมพันธ์ หรือเตรียมเรื่องหย่าไว้ด้วย การวางแผนก่อนส่งข้อความหรือลงชื่อในเอกสารใด ช่วยรักษาสิทธิที่ยังมีอยู่ได้มาก
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
