ไม่มีเงินจ้างทนายก็ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรได้ ช่องทางหลักคือสภาทนายความ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สคช.) กองทุนยุติธรรม และการขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ในคดีครอบครัว ส่วนค่าธรรมเนียมศาลขอยกเว้นได้ถ้าไม่สามารถชำระ
ไม่มีเงินจ้างทนาย ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรได้ทางไหนบ้าง
มีอย่างน้อยห้าช่องทาง และใช้ร่วมกันได้ เช่น ได้ทนายจากหน่วยงานหนึ่ง แล้วขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลอีกทางหนึ่ง
| ช่องทาง | ช่วยเรื่องอะไร | เงื่อนไขหลัก |
|---|---|---|
| สภาทนายความ | ให้คำปรึกษา และจัดทนายความอาสาว่าความให้ | ผู้ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย |
| สคช. สำนักงานอัยการสูงสุด | ให้คำปรึกษา ประนอมข้อพิพาท และจัดทนายความอาสาว่าต่างในคดีแพ่ง | ผู้ยากจนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่คิดค่าบริการ |
| กองทุนยุติธรรม | สนับสนุนค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นในการดำเนินคดี | พิจารณาจากพฤติการณ์และฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ขอ |
| ขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความ | ศาลตั้งทนายความให้ในคดีครอบครัว | คู่ความไม่มีทนายความ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 158 |
| ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล | ไม่ต้องวางค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมบางส่วนหรือทั้งหมด | แสดงได้ว่าไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155 |
เกณฑ์รายได้ที่ใช้ตัดสินว่าใครได้รับความช่วยเหลือ แต่ละหน่วยงานกำหนดเองและอาจปรับเป็นระยะ จึงควรสอบถามหน่วยงานในจังหวัดของคุณโดยตรงก่อนยื่น
แต่ละช่องทางเหมาะกับใคร
เลือกจากสิ่งที่ขาดอยู่จริง ถ้าขาดคนทำคดี ให้เริ่มที่หน่วยงานที่จัดทนายให้ ถ้ามีทนายแล้วแต่ขาดเงินค่าใช้จ่าย ให้ดูกองทุนยุติธรรมหรือการยกเว้นค่าธรรมเนียม
- สภาทนายความ เหมาะเมื่อต้องการทนายอาสาดูแลคดีตั้งแต่ต้น พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ให้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และผู้ได้รับความช่วยเหลือไม่ต้องจ่ายค่าทนายให้ทนายผู้ดำเนินการ
- สคช. มีสำนักงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เหมาะเมื่อต้องการคำปรึกษาใกล้บ้านและอาจไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง แต่ผู้รับบริการยังต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลตามที่ศาลกำหนด เว้นแต่ได้รับยกเว้น
- กองทุนยุติธรรม เหมาะเมื่อปัญหาหลักคือเงินค่าใช้จ่ายในคดี ยื่นได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนยุติธรรม
- ศาลแต่งตั้งทนายความ เหมาะเมื่อยื่นฟ้องเองแล้ว หรือถูกฟ้อง และต้องการทนายระหว่างพิจารณาคดีครอบครัว
กรณีพิเศษคือคดีที่ลูกต้องฟ้องพ่อหรือแม่ของตนเอง ป.พ.พ. มาตรา 1562 ห้ามฟ้องบุพการี แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทร้องขอ อัยการยกคดีขึ้นว่ากล่าวได้ ในทางปฏิบัติ แม่หรือพ่อที่เลี้ยงลูกมักเป็นผู้ฟ้องอีกฝ่ายเอง จึงไม่ติดข้อห้ามนี้
ขอทนายอาสาต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เอกสารแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือเอกสารแสดงฐานะของผู้ขอ กับเอกสารของคดี ยิ่งเตรียมครบตั้งแต่ครั้งแรก การพิจารณาก็ยิ่งเร็ว
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอ
- หนังสือรับรองรายได้ สลิปเงินเดือน หรือเอกสารแสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สิน
- สูติบัตรของบุตรทุกคน
- ทะเบียนสมรส ทะเบียนการหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียน หรือหลักฐานการรับรองบุตร
- หลักฐานค่าใช้จ่ายของลูก เช่น ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง
- หลักฐานว่าอีกฝ่ายไม่จ่าย เช่น รายการเดินบัญชี ข้อความทวงถาม
- ข้อมูลของอีกฝ่าย เช่น ที่อยู่ ที่ทำงาน อาชีพ และรายได้เท่าที่ทราบ
กองทุนยุติธรรมใช้แบบคำขอ กทย.1 และถ้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ข้อมูลแบบฟอร์มล่าสุดควรตรวจกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด
ขั้นตอนขอทนายอาสาจนถึงฟ้องคดี
- เลือกหน่วยงาน และนัดหมายหรือเดินทางไปยื่นคำขอด้วยตนเอง
- เล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร เจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการจะพิจารณาฐานะและเรื่องราว
- ถ้าได้รับอนุมัติจากกองทุนยุติธรรม ต้องไปทำสัญญารับความช่วยเหลือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล
- ทนายตรวจหลักฐาน ร่างคำฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูย้อนหลังและในอนาคต และยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมถ้าจำเป็น
- ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งก่อนพิจารณาคดีที่มีข้อพิพาท ศาลจะให้ผู้ประนีประนอมช่วยไกล่เกลี่ย
- เมื่อได้คำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมแล้วอีกฝ่ายไม่จ่าย จึงดำเนินการบังคับคดี
ทนายอาสาไม่เก็บค่าทนาย แต่ไม่ได้แปลว่าคดีไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ค่าขึ้นศาลและค่านำหมายยังต้องจัดการ ให้ถามตั้งแต่วันแรกว่าส่วนนี้ใครเป็นผู้จ่าย และควรยื่นขอยกเว้นค่าธรรมเนียมพร้อมคำฟ้องหรือไม่
ระหว่างรอคดี ลูกต้องใช้เงิน ทำอะไรได้บ้าง
ไม่ต้องรอจนศาลพิพากษาเสมอไป พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 159 ให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ในเรื่องการอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ตามความจำเป็นของคดี
มาตราเดียวกันยังให้อำนาจศาลสั่งให้กองทุนคุ้มครองเด็กจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่าสิบแปดปีตามความจำเป็นระหว่างการพิจารณาคดีได้ แม้ไม่มีใครร้องขอ ควรแจ้งทนายถ้าลูกกำลังขาดแคลนจริง
เรื่องจำนวนเงินที่ศาลมักกำหนด อ่านประกอบได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร
คำถามที่พบบ่อย
มีงานทำ มีเงินเดือน ขอทนายอาสาได้ไหม
ขึ้นกับเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งพิจารณาทั้งรายได้ ภาระเลี้ยงดู และหนี้สิน การมีเงินเดือนไม่ได้ตัดสิทธิเสมอไป ควรยื่นพร้อมหลักฐานค่าใช้จ่ายจริงให้ครบ แล้วให้หน่วยงานเป็นผู้ตัดสิน
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ใช้ทนายอาสาฟ้องได้ไหม
ได้ แต่ถ้าพ่อยังไม่ได้รับรองบุตร ต้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรด้วย ซึ่งยื่นพร้อมคำขอค่าเลี้ยงดูได้ ดูเพิ่มที่ คดีฟ้องให้รับรองบุตร และฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้หรือไม่
ทนายอาสาดูแลถึงขั้นบังคับคดีไหม
ขอบเขตต่างกันตามหน่วยงานและเรื่องที่อนุมัติ บางกรณีอนุมัติเฉพาะชั้นศาลชั้นต้น ควรถามให้ชัดว่าครอบคลุมการอุทธรณ์และการบังคับคดีหรือไม่ เพื่อวางแผนต่อได้ทัน
พ่อของลูกอยู่ต่างประเทศ ทนายอาสาช่วยได้ไหม
ช่วยฟ้องในไทยได้ แต่การส่งหมายและการบังคับเอาเงินจากต่างประเทศซับซ้อนกว่า จุดสำคัญคือพ่อมีทรัพย์สินหรือรายได้ในไทยหรือไม่ อ่านต่อที่ ค่าเลี้ยงดูบุตร พ่อชาวต่างชาติอยู่ต่างประเทศ เรียกได้ไหม
ยื่นหลายหน่วยงานพร้อมกันได้ไหม
สอบถามได้หลายแห่ง แต่ควรแจ้งตามจริงว่าได้ยื่นหรือได้รับความช่วยเหลือจากที่ใดแล้ว เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนและไม่เสียสิทธิ เช่น กองทุนยุติธรรมกำหนดให้คืนเงินบางส่วนถ้าศาลสั่งคืนค่าธรรมเนียมหรือค่าทนายในภายหลัง
ควรเริ่มอย่างไร
เตรียมแฟ้มเอกสารตามรายการข้างต้นให้ครบหนึ่งชุด แล้วติดต่อหน่วยงานที่ใกล้ที่สุด เช่น สคช. หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อถามเกณฑ์และระยะเวลาพิจารณาของที่นั่น
ถ้าคดีมีประเด็นซับซ้อน เช่น ยังไม่ได้รับรองบุตร อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ หรือใกล้ครบอายุความของยอดค้าง การได้คำปรึกษาจากทนายความด้านครอบครัวตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นทนายอาสาหรือทนายที่จ้างเอง ช่วยไม่ให้สิทธิของลูกหลุดไป
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
