เรียกคืนได้ในหลายกรณี ถ้าเงินหรือของที่สามีให้ชู้เป็นสินสมรส เพราะการให้โดยเสน่หาต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 (5) ภรรยาฟ้องเพิกถอนการให้ตามมาตรา 1480 ได้ภายใน 1 ปีนับแต่รู้ หรือให้นับเป็นส่วนของสามีตอนแบ่งสินสมรสตามมาตรา 1534
เงินที่สามีให้ชู้เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว
ต้องตอบคำถามนี้ก่อน เพราะสิทธิเรียกคืนส่วนใหญ่ใช้ได้เฉพาะเมื่อเป็นสินสมรส
ป.พ.พ. มาตรา 1474 (1) กำหนดให้ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ในทางปฏิบัติ เงินเดือน โบนัส และรายได้จากการทำงานระหว่างสมรสจึงมักเป็นสินสมรส แม้จะอยู่ในบัญชีชื่อสามีคนเดียว
ถ้าเงินที่ให้มาจากสินส่วนตัวของสามีจริง เช่น เงินที่มีก่อนสมรส สิทธิตามมาตรา 1480 อาจใช้ไม่ได้ แต่ภรรยายังมีทางเรียกค่าทดแทนจากชู้ตามมาตรา 1523 ได้แยกต่างหาก
ฟ้องเพิกถอนการให้ตามมาตรา 1480 ทำได้อย่างไร
มาตรา 1476 (5) กำหนดให้การให้โดยเสน่หาซึ่งสินสมรส ต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
ถ้าสามีให้ไปฝ่ายเดียวโดยภรรยาไม่ยินยอม มาตรา 1480 ให้ภรรยาฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่ภรรยาให้สัตยาบันแล้ว หรือบุคคลภายนอกกระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน
การให้เงินหรือของแก่ชู้โดยทั่วไปเป็นการให้เปล่า ผู้รับไม่ได้เสียค่าตอบแทน ข้อยกเว้นเรื่องบุคคลภายนอกสุจริตและเสียค่าตอบแทนจึงมักใช้ป้องกันชู้ไม่ได้
- รวบรวมหลักฐานการโอนหรือการซื้อของทุกรายการ ระบุวันที่ จำนวน และผู้รับ
- แสดงว่าเงินนั้นเป็นสินสมรส เช่น โอนจากบัญชีเงินเดือนระหว่างสมรส
- แสดงว่าภรรยาไม่ได้ยินยอมและไม่ได้ให้สัตยาบันภายหลัง
- ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ขอให้เพิกถอนการให้และให้ผู้รับคืนเงินหรือทรัพย์
ต้องฟ้องภายในกี่ปี
มาตรา 1480 วรรคสอง ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรมนั้น
ถ้าสามีโอนให้หลายครั้งในหลายช่วง แต่ละรายการอาจมีวันที่ภรรยารู้ต่างกัน จึงควรทำบันทึกว่ารู้แต่ละรายการเมื่อไรและจากหลักฐานใด
อายุความหนึ่งปีของการเพิกถอนเริ่มนับตั้งแต่วันที่รู้เรื่อง ไม่ใช่วันที่ตัดสินใจหย่า ถ้าเห็นสลิปโอนเงินให้ชู้แล้ว ให้เก็บหลักฐานและปรึกษาทนายโดยเร็ว เพราะเงินที่ผ่านพ้นอายุความไปแล้วอาจเหลือทางเดียวคือการหักตอนแบ่งสินสมรส
ถ้าจะหย่าอยู่แล้ว หักจากส่วนแบ่งสินสมรสได้ไหม
ได้ มาตรา 1534 กำหนดว่า สินสมรสที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว หรือจำหน่ายไปโดยเจตนาให้อีกฝ่ายเสียหาย หรือโดยไม่ได้รับความยินยอมที่กฎหมายกำหนด ให้ถือว่ายังมีอยู่เมื่อแบ่งสินสมรส
ถ้าแบ่งแล้วภรรยาได้น้อยกว่าส่วนที่ควรได้ สามีต้องชดใช้จากส่วนแบ่งสินสมรสหรือสินส่วนตัวของตน วิธีนี้ไม่ต้องฟ้องชู้ แต่เป็นการเรียกจากสามี
| ทางเลือก | เรียกจากใคร | ฐานกฎหมาย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| ฟ้องเพิกถอนการให้ | ชู้ผู้รับเงินหรือทรัพย์ | มาตรา 1476 (5) และ 1480 | ต้องเป็นสินสมรส ฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่ให้ |
| นับเป็นส่วนของสามีตอนแบ่งสินสมรส | สามี | มาตรา 1533 และ 1534 | ใช้เมื่อหย่าและแบ่งสินสมรส |
| เรียกค่าทดแทน | ชู้ หรือสามีและชู้ | มาตรา 1523 | เป็นค่าทดแทนความเสียหาย ไม่ใช่การคืนเงินที่ให้ไป อายุความ 1 ปีตามมาตรา 1529 |
สามทางนี้ใช้ร่วมกันได้ในหลายกรณี แต่ต้องระวังไม่ให้เรียกซ้ำในเงินก้อนเดียวกัน ภาพรวมการแบ่งสินสมรสอ่านได้ที่ แบ่งสินสมรสหลังหย่า ตกลงกันเองหรือฟ้องศาล
ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
หลักฐานที่ต้องมีคือหลักฐานที่ตอบได้สามคำถาม ได้แก่ ให้อะไร ให้ใคร และเงินนั้นเป็นสินสมรสหรือไม่ รายการที่ควรรวบรวมมีดังนี้
- รายการเดินบัญชีและสลิปการโอนที่แสดงชื่อผู้รับ
- ใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อของ เช่น ทอง รถ หรือห้องชุด ที่ซื้อให้ชู้
- หลักฐานว่าเงินต้นทางเป็นสินสมรส เช่น บัญชีรับเงินเดือนระหว่างสมรส
- ข้อความหรือภาพที่แสดงว่าผู้รับคือใคร และรับไปเพื่ออะไร
- บันทึกวันที่ภรรยารู้เรื่องแต่ละรายการ
วิธีเก็บหลักฐานต้องไม่ผิดกฎหมาย และถ้าต้องการเรียกค่าทดแทนด้วย ดูปัจจัยที่ศาลใช้ได้ที่ ฟ้องชู้ได้กี่บาท ทำไมค่าทดแทนไม่มีราคาตายตัว
คำถามที่พบบ่อย
ยังไม่หย่า ฟ้องเพิกถอนการให้ได้ไหม
ได้ มาตรา 1480 ไม่ได้กำหนดว่าต้องหย่าก่อน ภรรยาฟ้องเพิกถอนระหว่างยังเป็นคู่สมรสได้ ขอเพียงฟ้องภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
สามีบอกว่าเป็นเงินให้ยืม ไม่ใช่ให้เปล่า เปลี่ยนอะไรไหม
การให้กู้ยืมเงินซึ่งสินสมรสก็ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสตามมาตรา 1476 (4) เช่นกัน ถ้าเป็นการให้ยืมจริง ประเด็นจะเปลี่ยนเป็นการเรียกเงินกู้คืนหรือเพิกถอนการให้กู้ ควรให้ทนายดูหลักฐานว่าเป็นแบบไหน
เงินสดที่ให้กันต่อหน้า ไม่มีสลิป เรียกคืนได้ไหม
ยากกว่ามาก เพราะต้องพิสูจน์ว่ามีการให้ จำนวนเท่าไร และเป็นสินสมรส หลักฐานแวดล้อม เช่น การถอนเงินสดก้อนใหญ่ช่วงเดียวกับที่ชู้ซื้อของ หรือข้อความยอมรับ อาจช่วยได้
สามีใช้สินสมรสซื้อบ้านใส่ชื่อชู้ ทำอย่างไร
ถือเป็นการจำหน่ายสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมในลักษณะเดียวกัน ภรรยาอาจฟ้องเพิกถอนและขอให้โอนกลับ ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อพิจารณาขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้มีการโอนต่อ อ่านเรื่องการเพิกถอนการจัดการสินสมรสได้ที่ ทางแก้ของคู่สมรสที่จัดการสินสมรสไม่ชอบ พร้อมวิธีฟ้อง
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากทำบัญชีรายการเงินและทรัพย์ที่สามีให้ชู้ทั้งหมด พร้อมหลักฐานและวันที่ที่รู้เรื่องแต่ละรายการ แล้วแยกว่ารายการใดยังอยู่ในอายุความหนึ่งปี
จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เพื่อเลือกระหว่างฟ้องเพิกถอนทันที รอหักตอนแบ่งสินสมรส หรือเรียกค่าทดแทนควบคู่ เพราะลำดับของคดีมีผลต่อเงินที่จะได้คืนจริง
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
