เอกสารต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรลูก ที่จะใช้ในคดีหย่าในไทย โดยทั่วไปต้องรับรองโดยหน่วยงานของประเทศที่ออกเอกสารและสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปล ส่วนระบบ Apostille จะเริ่มมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ทำไมเอกสารต่างประเทศต้องแปลและรับรองก่อนใช้ในคดีหย่า
ป.วิ.พ. มาตรา 46 กำหนดให้กระบวนพิจารณาทำเป็นภาษาไทย และ ศาลสั่งให้แนบคำแปลภาษาไทยที่รับรองว่าถูกต้อง สำหรับเอกสารภาษาต่างประเทศได้
มาตรา 47 ยังวางวิธีรับรองเอกสารที่ทำในต่างประเทศไว้ เช่น ให้กงสุลไทยเป็นพยาน หรือให้โนตารีปับลิกหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรับรอง พร้อมใบสำคัญของรัฐบาลต่างประเทศ ศาลใช้ได้เมื่อมีเหตุสงสัยในความแท้จริงของเอกสาร
ในทางปฏิบัติ การเตรียมเอกสารที่รับรองครบตั้งแต่ต้นช่วยลดการเลื่อนคดี และสำนักทะเบียนที่จะบันทึกการหย่าก็มักต้องการเอกสารในรูปแบบเดียวกัน
เอกสารต่างประเทศที่มักต้องใช้ในคดีหย่ามีอะไรบ้าง
- ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการสมรสที่ออกในต่างประเทศ
- สูติบัตรของลูกที่เกิดในต่างประเทศ ถ้าจะขออำนาจปกครองหรือค่าเลี้ยงดู
- คำพิพากษาหย่าหรือใบหย่าของการสมรสครั้งก่อน เพื่อแสดงว่าการสมรสครั้งนี้สมบูรณ์
- เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลที่ทำในต่างประเทศ
- หนังสือมอบอำนาจหรือใบแต่งทนายที่ลงนามในต่างประเทศ
- เอกสารแสดงกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติ
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก ศาลฎีกาในคำพิพากษาที่ 1869/2566 วางหลักว่า ต้องพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติยอมให้หย่าได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ก่อนศาลจะพิจารณาเหตุหย่าตามกฎหมายไทย
รับรองเอกสารต่างประเทศเพื่อใช้ในไทย 5 ขั้นตอน
- ขอฉบับรับรองจากหน่วยงานผู้ออก เช่น สำนักทะเบียนราษฎรของประเทศนั้น ควรขอฉบับใหม่และขอสำรองไว้มากกว่าหนึ่งชุด
- ให้หน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้นรับรอง เช่น กระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานที่กำหนด ตามระบบของแต่ละประเทศ
- ให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อหรือตราของหน่วยงานในขั้นที่สอง
- แปลเอกสารเป็นภาษาไทยให้ครบทุกส่วน รวมถึงตราประทับและข้อความรับรอง
- ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือตามที่ศาลหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด แล้วจึงใช้ยื่นต่อศาล
ลำดับในขั้นที่สองและสามแตกต่างได้ตามประเทศที่ออกเอกสาร ควรสอบถามสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นก่อนเริ่ม เพราะการทำผิดลำดับต้องเริ่มใหม่
ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไร
ส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดมักเป็น ขั้นตอนในต่างประเทศ ซึ่งขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงานและการส่งเอกสารข้ามประเทศ
| ขั้นตอน | ทำที่ไหน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ขอฉบับรับรองและรับรองโดยหน่วยงานของประเทศนั้น | ประเทศที่ออกเอกสาร | แตกต่างกันมากตามประเทศ |
| รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย | ประเทศที่ออกเอกสาร | ตามคิวของแต่ละสถานทูต |
| แปลเป็นภาษาไทย | ผู้แปลหรือศูนย์แปล | ขึ้นกับจำนวนหน้า |
| รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล | ประเทศไทย | แบบปกติประมาณ 2 วันทำการ และมีบริการด่วน |
ตามประกาศของกรมการกงสุลที่เผยแพร่ไว้ ค่าธรรมเนียมแบบปกติอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ และมีบริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์ แต่อัตราและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบที่เว็บไซต์กรมการกงสุลก่อนยื่นทุกครั้ง
เริ่มเตรียมเอกสารต่างประเทศก่อนวันยื่นฟ้องหลายเดือน และสแกนเก็บทุกหน้าทุกตราประทับไว้ เอกสารที่ขาดการรับรองเพียงขั้นเดียวอาจทำให้ต้องส่งกลับไปทำใหม่ที่ต่างประเทศ
Apostille จะเปลี่ยนอะไรบ้างสำหรับคดีหย่า
ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และ อนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูลของ HCCH ผู้ดูแลอนุสัญญา และกรมการกงสุล
ก่อนถึงวันนั้น ยังต้องใช้การรับรองแบบเดิมครบทุกขั้น หลังจากนั้น เอกสารจากประเทศภาคีน่าจะใช้ Apostille ของประเทศผู้ออกแทนการรับรองโดยสถานทูตไทย แต่ยังต้องแปลเป็นภาษาไทยอยู่ รายละเอียดการปฏิบัติควรติดตามประกาศของกรมการกงสุล
เอกสารไทยที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร
เมื่อหย่าในไทยแล้ว อีกฝ่ายมักต้องใช้ทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษาในประเทศของตน ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ แปลเป็นภาษาที่ปลายทางยอมรับ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วตรวจว่าสถานทูตของประเทศปลายทางในไทยต้องรับรองเพิ่มหรือไม่
อ่านรายละเอียดเอกสารที่ได้หลังหย่าได้ที่ Thailand Divorce Certificate และกรณีหย่าในต่างประเทศแล้วต้องบันทึกในไทยที่ หย่าที่ต่างประเทศแล้ว มีผลในไทยไหม
คำถามที่พบบ่อย
แปลเอกสารเองได้ไหม
หลายกรณีผู้แปลไม่จำเป็นต้องเป็นนักแปลที่ขึ้นทะเบียน แต่คำแปลต้องถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะตรวจคำแปลก่อนรับรองและอาจให้แก้ไข การใช้ผู้แปลที่คุ้นกับเอกสารราชการช่วยลดการแก้ไขไปมา
จดทะเบียนสมรสต่างประเทศ แต่ไม่เคยบันทึกในไทย ฟ้องหย่าในไทยได้ไหม
อาจทำได้ แต่ต้องพิสูจน์การสมรสด้วยเอกสารต่างประเทศที่รับรองแล้ว และต้องพิจารณาเรื่องความสมบูรณ์ของการสมรสด้วย อ่านต่อที่ จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ หย่าในไทยได้ไหม
เอกสารที่รับรองไว้นานแล้วยังใช้ได้ไหม
กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุเอกสารไว้ทั่วไป แต่บางหน่วยงานต้องการฉบับที่ออกไม่นาน โดยเฉพาะเอกสารแสดงสถานภาพ ควรสอบถามศาลหรือหน่วยงานปลายทางก่อน
ต้องนำต้นฉบับไปศาลไหม
ควรเตรียมต้นฉบับที่รับรองแล้วไว้เสมอ เพราะศาลอาจขอตรวจต้นฉบับในวันสืบพยาน ส่วนสำเนาใช้แนบคำฟ้องตามที่ทนายจัดเตรียม
ควรเริ่มอย่างไร
ทำรายการเอกสารต่างประเทศทั้งหมดที่คดีต้องใช้ ระบุว่าแต่ละฉบับออกที่ประเทศใด แล้วตรวจขั้นตอนรับรองของประเทศนั้นกับสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยก่อนเริ่ม
ถ้าคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวตั้งแต่ขั้นเตรียมเอกสาร เพื่อรวมเอกสารเรื่องกฎหมายสัญชาติไว้ในชุดเดียวกัน ไม่ต้องเดินเรื่องที่ต่างประเทศสองรอบ
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
