จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นก้อน ข้อดีข้อเสีย และวิธีคิดจำนวนเงิน

จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นก้อนครั้งเดียวตกลงกันได้ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/40 ให้จ่ายเป็นคราว ๆ เว้นแต่คู่กรณีตกลงกันเป็นอย่างอื่น แต่สิทธิของลูกที่จะได้รับการเลี้ยงดูสละไม่ได้ ถ้าเงินก้อนไม่พอจริงในภายหลัง จึงยังอาจเรียกเพิ่มได้

จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นก้อน ทำได้ไหม

ทำได้โดยความตกลง หลักทั่วไปของมาตรา 1598/40 คือค่าอุปการะเลี้ยงดู จ่ายเป็นเงินเป็นคราว ๆ ตามกำหนด แต่เปิดให้คู่กรณีตกลงวิธีอื่นได้ เช่น จ่ายครั้งเดียว จ่ายล่วงหน้าเป็นช่วง หรือจ่ายค่าเทอมตรงกับโรงเรียน

เมื่อหย่าโดยความยินยอม มาตรา 1522 ให้ตกลงกันว่าใครจะออกค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าใด จึงเขียนเรื่องเงินก้อนไว้ในข้อตกลงหย่าได้ ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ หรือหย่าโดยคำพิพากษา ศาลเป็นผู้กำหนด

ถ้าตกลงไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งขอให้ศาลกำหนดวิธีอื่นได้เมื่อมีเหตุพิเศษ และถ้าเป็นประโยชน์แก่ลูก ศาลอาจกำหนดการเลี้ยงดูในรูปแบบอื่น เช่น ให้เข้าสถานศึกษาโดยผู้มีหน้าที่ออกค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 1598/40 เช่นกัน

เงินก้อนกับรายเดือน ต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่ ใครแบกความเสี่ยงในอนาคต รายเดือนผูกทั้งสองฝ่ายไว้นาน ส่วนเงินก้อนตัดภาระการตามเงินทุกเดือน แต่ย้ายความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ การใช้เงิน และค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมาไว้ที่ฝ่ายผู้เลี้ยงดูลูก

ประเด็นจ่ายรายเดือนจ่ายเป็นก้อน
ความแน่นอนของเงินขึ้นกับว่าอีกฝ่ายจ่ายตรงหรือไม่ได้เงินครบในวันเดียว
การติดต่อหลังหย่าต้องติดต่อกันต่อเนื่องลดการติดต่อเรื่องเงินลงมาก
เงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มปรับจำนวนได้ตามพฤติการณ์ต้องคำนวณเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น
ความเสี่ยงที่ผู้จ่ายตกงานหรือย้ายประเทศสูง ตามยากเมื่ออยู่ต่างประเทศแทบไม่มี เพราะจ่ายแล้ว
ความเสี่ยงที่เงินถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ต่ำ เพราะเงินมาเป็นงวดสูงกว่า ต้องมีวิธีกันเงินไว้ให้ลูก

คิดจำนวนเงินก้อนอย่างไร

เริ่มจาก ค่าใช้จ่ายจริงของลูกต่อเดือน คูณจำนวนเดือนที่เหลือจนลูกบรรลุนิติภาวะ แล้วบวกค่าใช้จ่ายก้อนที่รู้ล่วงหน้า เช่น ค่าแรกเข้าเรียน และเผื่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามอายุ

  1. ทำตารางค่าใช้จ่ายของลูกปัจจุบัน ทั้งค่าอาหาร ค่าเรียน ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าที่อยู่อาศัยส่วนของลูก
  2. นับจำนวนปีที่เหลือจนลูกอายุครบ 20 ปี หรือจนจบการศึกษาถ้าตกลงให้ยาวกว่านั้น
  3. แบ่งช่วงอายุ เพราะค่าใช้จ่ายช่วงประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยไม่เท่ากัน
  4. เผื่อเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน
  5. พิจารณากำลังจ่ายของผู้จ่าย และส่วนที่ฝ่ายผู้เลี้ยงดูรับผิดชอบเองด้วย

ตัวอย่างการคิดแบบง่าย หากตกลงกันว่าค่าใช้จ่ายส่วนที่อีกฝ่ายต้องรับคือ 8,000 บาทต่อเดือน และลูกเหลืออีก 10 ปีจะบรรลุนิติภาวะ ยอดพื้นฐานคือ 8,000 × 120 เดือน เท่ากับ 960,000 บาท แล้วจึงปรับเพิ่มตามช่วงอายุและเงินเฟ้อที่ตกลงกัน ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่อัตราที่ศาลกำหนด ดูปัจจัยที่ศาลใช้ได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร

ถ้าเงินก้อนไม่พอในภายหลัง เรียกเพิ่มได้ไหม

อาจเรียกได้ เพราะมาตรา 1598/41 บัญญัติว่า สิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจะสละหรือโอนไม่ได้ ข้อความในข้อตกลงทำนองว่า "จะไม่เรียกร้องอะไรอีก" จึงไม่ปิดทางที่ลูกจะได้รับการเลี้ยงดูตามกฎหมาย

มาตรา 1598/38 ให้เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้เมื่อฝ่ายที่ควรได้รับไม่ได้รับ หรือได้รับไม่เพียงพอ และถ้าเป็นจำนวนที่ศาลสั่งไว้ มาตรา 1598/39 ให้ศาลเพิ่ม ลด หรืองดได้เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ดี เงินก้อนที่จ่ายไปแล้วย่อมเป็นพฤติการณ์สำคัญที่ศาลน่าจะนำมาพิจารณา ฝ่ายที่ขอเพิ่มควรแสดงได้ว่าเงินถูกใช้เพื่อลูกจริง และความจำเป็นเพิ่มขึ้นเพราะเหตุใด อ่านขั้นตอนขอแก้จำนวนได้ที่ วิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู

ฝ่ายที่รับเงินก้อนควรแยกบัญชีไว้เพื่อลูกโดยเฉพาะ และเก็บหลักฐานการใช้จ่าย ถ้าใช้เงินไปกับเรื่องอื่นจนหมด การขอเพิ่มจะยากมาก และอีกฝ่ายอาจโต้แย้งว่าความขาดแคลนไม่ได้เกิดจากเงินที่จ่ายไม่พอ

ทำข้อตกลงจ่ายเป็นก้อนอย่างไรให้ปลอดภัย

หัวใจคือ เขียนให้ชัดว่าเงินก้อนนี้ครอบคลุมอะไรและช่วงเวลาใด เพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตีความต่างกันในอนาคต

  • ระบุว่าเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูของลูกคนใด ครอบคลุมตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร
  • แยกว่ารวมหรือไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่ารักษาพยาบาลร้ายแรง หรือค่าเรียนต่อต่างประเทศ
  • กำหนดวันโอน บัญชีปลายทาง และหลักฐานการรับเงิน
  • ถ้าผ่อนเป็นงวดใหญ่ ให้กำหนดผลเมื่อผิดนัด
  • พิจารณาให้ศาลพิพากษาตามยอม เพื่อให้บังคับคดีได้ทันทีถ้าอีกฝ่ายไม่จ่ายตามที่ตกลง

เงินที่จ่ายเพื่อลูกต้องจัดการด้วยความระมัดระวัง ผู้ใช้อำนาจปกครองมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของลูกอย่างวิญญูชนตามมาตรา 1571 ดูรายการอื่นที่ควรเขียนในข้อตกลงหย่าได้ที่ ข้อตกลงหย่าควรเขียนเรื่องอะไรให้ครบ

คำถามที่พบบ่อย

ยกบ้านหรือที่ดินให้ลูกแทนค่าเลี้ยงดูได้ไหม

ตกลงกันได้ เพราะมาตรา 1598/40 ให้คู่กรณีตกลงวิธีอื่นนอกจากเงินได้ แต่ทรัพย์ที่ยกให้ไม่ได้เป็นเงินที่ใช้เลี้ยงดูได้ทันที ควรคิดว่าค่าใช้จ่ายรายวันของลูกจะมาจากไหน และต้องจดทะเบียนโอนให้ถูกต้องตามประเภททรัพย์

จ่ายเป็นก้อนแล้ว ต่อมาผู้จ่ายรายได้ลดลง ขอเงินคืนได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ควรคาดหวังเช่นนั้น เงินที่จ่ายตามข้อตกลงที่สมบูรณ์แล้วเป็นการชำระหนี้ตามสัญญา การเปลี่ยนแปลงจำนวนตามกฎหมายมุ่งไปที่ค่าเลี้ยงดูในอนาคต ถ้ามีเหตุพิเศษควรปรึกษาทนายเป็นรายกรณี

เงินก้อนนี้เป็นของลูกหรือของแม่

เป็นเงินเพื่อการเลี้ยงดูลูก ฝ่ายที่รับไว้ในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองต้องใช้เพื่อประโยชน์ของลูก ควรเขียนวัตถุประสงค์ไว้ในข้อตกลง และแยกบัญชีให้ตรวจสอบได้

ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูเพิ่มภายหลัง ต้องเสียค่าขึ้นศาลไหม

ไม่ต้อง พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีครอบครัวที่เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู

ควรเริ่มอย่างไร

ทำตารางค่าใช้จ่ายของลูกตามช่วงอายุก่อนเจรจา แล้วเทียบสองแบบ คือรายเดือนที่ปรับได้ กับเงินก้อนที่ตัดภาระการติดตาม ถ้าผู้จ่ายมีแผนย้ายไปต่างประเทศ เงินก้อนหรือแบบผสมมักลดความเสี่ยงได้มาก

เมื่อได้ตัวเลขแล้ว ควรให้ทนายความด้านครอบครัวตรวจถ้อยคำเรื่องขอบเขต ระยะเวลา และวิธีบังคับ เพื่อให้ข้อตกลงคุ้มครองลูกได้จริงและไม่เป็นข้อพิพาทใหม่ในอีกหลายปีข้างหน้า

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ