ในคดีหย่าที่มีประเด็นเรื่องลูกผู้เยาว์ ศาลเยาวชนและครอบครัวจะแจ้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ทำรายงานเรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ ความประสงค์ และประโยชน์สูงสุดของเด็ก ศาลรับฟังความเห็นนี้ก่อนตัดสิน และคู่ความมีสิทธิคัดค้านได้
สถานพินิจเกี่ยวอะไรกับคดีฟ้องหย่า
เกี่ยวเมื่อคดีมีผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย เช่น ขอให้ชี้ขาดผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 167 ให้ศาลแจ้งผู้อำนวยการสถานพินิจในเขตที่เด็กอยู่ทราบ เมื่อได้รับคำฟ้องในคดีลักษณะนี้
เมื่อได้รับแจ้ง ผู้อำนวยการสถานพินิจต้องประมวลและรายงานเรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ ความประสงค์หรือประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์ และข้อเท็จจริงอื่น พร้อมเสนอความเห็นต่อศาลโดยไม่ชักช้า
สถานพินิจในคดีครอบครัวจึงไม่ได้มีไว้ลงโทษใคร หน้าที่ตามมาตรา 36 (6) และ (7) คือสืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัว และรายงานข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นต่อศาล
สถานพินิจสอบข้อเท็จจริงเรื่องเด็กอย่างไร
รูปแบบขึ้นกับคดีและแนวปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ แต่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ไว้หลายทาง เช่น มาตรา 51 ให้นักสังคมสงเคราะห์เข้าไปในที่อยู่อาศัยของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือของคู่ความในคดีครอบครัว ในเวลากลางวัน และสอบถามบุคคลที่อยู่ในที่นั้น
- นัดสัมภาษณ์พ่อและแม่ทีละฝ่าย เรื่องประวัติครอบครัว การเลี้ยงดู งาน รายได้ และแผนการดูแลลูก
- เยี่ยมบ้านของแต่ละฝ่าย ดูที่พัก ห้องของเด็ก ความปลอดภัย และคนที่อยู่ร่วมบ้าน
- พูดคุยกับเด็กตามวัยและความพร้อม เพื่อฟังความรู้สึกและความประสงค์ของเด็ก
- สอบถามบุคคลรอบตัว เช่น ญาติที่ช่วยเลี้ยง ครู หรือผู้ดูแลเด็ก
- ประมวลข้อมูล ทำรายงาน และเสนอความเห็นต่อศาล
นอกจากสถานพินิจ มาตรา 152 ยังให้ศาลมอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยาสืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัวได้ เมื่อจำเป็นเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของบุตรผู้เยาว์ ในระหว่างการไกล่เกลี่ยหรือการพิจารณาคดี
รายงานสถานพินิจมีผลต่อคำพิพากษาเรื่องอำนาจปกครองแค่ไหน
มีน้ำหนักมาก แต่ไม่ได้ผูกมัดศาล มาตรา 168 ให้ศาลฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์มีส่วนได้เสีย ศาลยังชั่งน้ำหนักร่วมกับพยานหลักฐานทั้งหมด
ทั้งมาตรา 167 และ 168 ให้ศาลแจ้งความเห็นของสถานพินิจให้คู่ความทราบ และคู่ความมีสิทธิแถลงคัดค้านและนำสืบหักล้างได้ ถ้าเห็นว่ารายงานคลาดเคลื่อน จึงไม่ควรเงียบ
| ขั้นตอน | บทบาทของสถานพินิจหรือผู้เชี่ยวชาญ | ฐานกฎหมาย |
|---|---|---|
| หลังศาลรับคำฟ้อง | ประมวลและรายงานความเป็นอยู่ สวัสดิภาพ และประโยชน์สูงสุดของเด็ก | มาตรา 167 |
| ระหว่างไกล่เกลี่ยหรือพิจารณา | สืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัว เมื่อศาลมอบหมาย | มาตรา 152 |
| ก่อนพิพากษา | ศาลฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจ คู่ความคัดค้านได้ | มาตรา 168 |
| ศาลให้ทดลองปกครองชั่วคราว | กำกับการทดลองปกครองเลี้ยงดูไม่เกินหกเดือน และรายงานศาล | มาตรา 164 |
| หลังพิพากษา | ศาลอาจตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจเป็นผู้กำกับการปกครอง | มาตรา 169 |
หลักที่ศาลใช้ตัดสินเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครองคือความผาสุกและประโยชน์ของบุตร ซึ่งรายงานสถานพินิจช่วยให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงในบ้าน อ่านเพิ่มได้ที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว ศาลชี้จากอะไร
สถานพินิจจะสัมภาษณ์ลูกไหม ลูกต้องเลือกพ่อหรือแม่หรือเปล่า
รายงานตามมาตรา 167 ครอบคลุมความประสงค์ของผู้เยาว์ เจ้าหน้าที่จึงมักพูดคุยกับเด็กที่โตพอจะสื่อสารได้ โดยใช้วิธีที่เหมาะกับวัย
การฟังเด็กไม่ได้แปลว่าเด็กเป็นผู้ตัดสิน ความต้องการของเด็กเป็นข้อมูลชิ้นหนึ่ง ศาลยังดูความปลอดภัย ความต่อเนื่องของการเลี้ยงดู และความสามารถของแต่ละฝ่ายประกอบ
อย่าซักซ้อมคำตอบให้ลูก หรือบอกลูกว่าต้องเลือกใคร เจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับเด็กมักสังเกตออกว่าเด็กถูกกดดัน และรายงานที่สะท้อนว่าพ่อหรือแม่ดึงลูกเข้าข้าง มักส่งผลเสียต่อฝ่ายนั้นมากกว่าผลดี
เตรียมตัวก่อนสถานพินิจเยี่ยมบ้านอย่างไร
เป้าหมายคือให้เจ้าหน้าที่เห็นชีวิตจริงของลูกอย่างชัดเจน ไม่ใช่บ้านที่จัดฉาก
- เตรียมข้อมูลกิจวัตรของลูก เช่น เวลาไปโรงเรียน ใครรับส่ง ใครดูแลหลังเลิกเรียน
- เตรียมเอกสาร เช่น สมุดพก ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา และใบเสร็จค่าใช้จ่ายของลูก
- จัดที่นอนและพื้นที่ของลูกให้เป็นสัดส่วนและปลอดภัย ไม่ต้องหรูหรา
- ให้คนที่ช่วยเลี้ยงลูกจริงอยู่บ้านในวันนัด ถ้าเจ้าหน้าที่ประสงค์จะพูดคุย
- เตรียมแผนการดูแลหลังหย่า รวมถึงการให้ลูกได้พบอีกฝ่าย
- ตอบตามความจริง ถ้ามีปัญหา เช่น ตกงาน หรือย้ายที่อยู่ ให้อธิบายพร้อมทางแก้
ถ้ามีเหตุความรุนแรงในครอบครัว การดื่มสุรา หรือยาเสพติด ควรแจ้งพร้อมหลักฐานอย่างสุภาพ ไม่ใช่โจมตีอีกฝ่ายด้วยคำพูดอย่างเดียว ถ้าลูกมีปัญหาเฉพาะ เช่น โรคประจำตัว ให้เตรียมเอกสารแพทย์ไว้ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าอีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ สถานพินิจจะเยี่ยมบ้านเขาอย่างไร
เจ้าหน้าที่ทำงานตามเขตอำนาจในไทย ข้อมูลฝั่งต่างประเทศจึงมักมาจากการสัมภาษณ์ทางอื่น เอกสาร หรือพยานที่คู่ความนำเสนอ ฝ่ายที่อยู่ต่างประเทศควรเตรียมหลักฐานเรื่องที่พักและแผนการดูแลลูกให้ชัด ดูประเด็นข้ามชาติเพิ่มได้ที่ อำนาจปกครองบุตร หย่ากับชาวต่างชาติ ใครได้ลูก พาไปต่างประเทศได้ไหม
ไม่เห็นด้วยกับรายงานสถานพินิจ ทำอย่างไร
แถลงคัดค้านต่อศาลและนำสืบหักล้างได้ตามมาตรา 167 และ 168 เช่น นำพยานที่รู้ข้อเท็จจริง หรือเอกสารที่แสดงว่ารายงานคลาดเคลื่อน ควรระบุจุดที่ผิดให้ชัด และปรึกษาทนายความถึงวิธีนำสืบ
ทนายความเข้าไปด้วยตอนสถานพินิจสัมภาษณ์ได้ไหม
การสัมภาษณ์และการเยี่ยมบ้านเป็นการสืบเสาะข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การสืบพยานในศาล แนวปฏิบัติเรื่องผู้ที่อยู่ร่วมอาจต่างกัน ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และให้ทนายช่วยเตรียมเอกสารก่อนวันนัด
ตกลงเรื่องลูกกันได้แล้ว ยังต้องมีสถานพินิจไหม
แม้คู่ความตกลงกันได้ ศาลยังต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์ และปฏิเสธข้อตกลงที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ของเด็กได้ ศาลอาจยังรับฟังความเห็นของสถานพินิจ แต่ขั้นตอนมักสั้นลงเมื่อข้อตกลงชัดเจนและเหมาะสม
หลังศาลตัดสินแล้ว สถานพินิจยังเกี่ยวข้องอีกไหม
อาจเกี่ยว ถ้าศาลตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจเป็นผู้กำกับการปกครองตามมาตรา 169 ซึ่งมีหน้าที่สอดส่องว่าผู้ใช้อำนาจปกครองดูแลเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของเด็ก และรายงานต่อศาลเป็นครั้งคราว
ควรเริ่มอย่างไร
เมื่อยื่นหรือได้รับคำฟ้องหย่าที่มีประเด็นเรื่องลูก ให้เริ่มเตรียมข้อมูลกิจวัตรและเอกสารของลูกทันที ไม่ต้องรอหนังสือนัดจากสถานพินิจ และคุยกับลูกอย่างเหมาะสมกับวัยว่าจะมีผู้ใหญ่มาพูดคุยด้วย โดยไม่ชี้นำคำตอบ
ถ้ากังวลว่าอีกฝ่ายจะให้ข้อมูลเท็จ หรือมีประเด็นความปลอดภัยของเด็ก ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อวางพยานหลักฐานให้ครบตั้งแต่ต้น เหตุที่ศาลอาจเปลี่ยนแปลงหรือถอนอำนาจปกครองภายหลัง ดูได้ที่ เหตุใดบ้างที่ศาลจะสั่งถอนอำนาจปกครองบุตร
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
