อยากพาลูกไปอยู่ต่างประเทศ ต้องได้ความยินยอมจากใครบ้าง

ถ้าพ่อแม่ยังใช้อำนาจปกครองร่วมกัน การย้ายลูกไปอยู่ต่างประเทศถาวร ควรได้ความยินยอมเป็นหนังสือจากอีกฝ่าย หรือคำสั่งศาล ศาลจะดูประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก ถ้าพาไปเองโดยไม่ตกลง อีกฝ่ายอาจขอให้ส่งเด็กกลับตามอนุสัญญากรุงเฮก

ใครมีสิทธิตัดสินใจว่าลูกจะอยู่ที่ไหน

สิทธินี้อยู่กับ ผู้ใช้อำนาจปกครอง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (1) ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตร

มาตรา 1566 วางหลักว่า บุตรผู้เยาว์อยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา เว้นแต่มีเหตุให้ฝ่ายเดียวใช้ เช่น อีกฝ่ายตาย ศาลสั่ง หรือบิดามารดาตกลงกันในกรณีที่กฎหมายให้ตกลงได้ เมื่อหย่ากัน มาตรา 1520 ให้ตกลงหรือให้ศาลชี้ว่าใครใช้อำนาจปกครอง

สถานะของครอบครัวผู้กำหนดที่อยู่ของลูกการย้ายไปต่างประเทศ
ยังสมรสกันอยู่ หรือหย่าแล้วตกลงใช้อำนาจปกครองร่วมกันบิดามารดาร่วมกันต้องได้ความยินยอมจากอีกฝ่าย ถ้าไม่ยอมต้องขอศาล
หย่าแล้ว อำนาจปกครองอยู่กับเราฝ่ายเดียวเราทำได้ แต่ต้องเคารพสิทธิติดต่อบุตรของอีกฝ่าย
หย่าแล้ว อำนาจปกครองอยู่กับอีกฝ่ายอีกฝ่ายต้องได้ความยินยอมจากเขา หรือขอศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และบิดายังไม่เป็นบิดาตามกฎหมายมารดามารดาตัดสินใจได้ แต่ถ้าบิดาฟ้องรับรองบุตรอยู่ ควรปรึกษาก่อน

ถ้าลูกมีบิดาเป็นชาวต่างชาติ ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญ อ่านเพิ่มที่ อำนาจปกครองบุตร หย่ากับชาวต่างชาติ ใครได้ลูก พาไปต่างประเทศได้ไหม

ขั้นตอนเมื่อตั้งใจย้ายลูกไปอยู่ต่างประเทศ

การเตรียมตัวที่ดี เริ่มจากเอกสารสถานะ ไม่ใช่ตั๋วเครื่องบิน

  1. ตรวจบันทึกการหย่าหรือคำพิพากษาว่าใครใช้อำนาจปกครอง และมีเงื่อนไขเรื่องที่อยู่ของลูกหรือไม่
  2. คุยกับอีกฝ่ายถึงเหตุผล เช่น งาน โรงเรียน หรือครอบครัวที่ช่วยดูแล พร้อมแผนให้ลูกได้ติดต่อกับเขาต่อ
  3. ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ระบุประเทศและเมืองที่จะอยู่ ตารางพบลูกช่วงปิดเทอม ค่าเดินทาง ช่องทางวิดีโอคอล และค่าเลี้ยงดู
  4. เตรียมหนังสือเดินทางของลูก ถ้าใช้อำนาจปกครองร่วมกัน การทำหนังสือเดินทางไทยของผู้เยาว์มักต้องให้บิดามารดาทั้งสองลงชื่อยินยอม
  5. ตรวจเงื่อนไขวีซ่าของประเทศปลายทาง ซึ่งบางประเทศขอหนังสือยินยอมของพ่อแม่อีกฝ่าย
  6. ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ขอให้ศาลสั่งเรื่องอำนาจปกครองหรือการย้ายที่อยู่ ก่อนเดินทาง

ศาลพิจารณาอะไร เมื่อพ่อแม่เห็นไม่ตรงกัน

หลักที่ศาลใช้คือ ความผาสุกและประโยชน์ของบุตร ตามมาตรา 1520 ไม่ใช่ความสะดวกของพ่อหรือแม่

ข้อเท็จจริงที่มักถูกนำมาชั่งน้ำหนัก ได้แก่

  • ใครเป็นผู้เลี้ยงดูหลักมาตลอด และลูกผูกพันกับใคร
  • โรงเรียน ที่พัก และผู้ช่วยดูแลในประเทศใหม่ เทียบกับชีวิตในปัจจุบัน
  • ความปลอดภัยและความมั่นคงทางรายได้
  • ความเห็นของลูกตามวัยและวุฒิภาวะ
  • แผนรักษาความสัมพันธ์กับพ่อหรือแม่อีกฝ่าย เพราะมาตรา 1584/1 ให้บิดามารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรตามสมควร ไม่ว่าใครใช้อำนาจปกครอง

ถ้าภายหลังพฤติการณ์เปลี่ยนไป มาตรา 1521 เปิดให้ศาลสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้ เรื่องอำนาจปกครองร่วมกับคนเดียวอ่านต่อที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว

ความเสี่ยงถ้าพาลูกไปเองโดยไม่ตกลง

ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการลักพาตัวเด็กข้ามชาติ มีผลใช้กับไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 และมีกฎหมายอนุวัติการที่ใช้บังคับตั้งแต่ปี 2556

  • ถ้าพาเด็กออกนอกถิ่นที่อยู่ปกติโดยละเมิดสิทธิปกครองของอีกฝ่าย อีกฝ่ายยื่นคำขอให้ส่งเด็กกลับได้ ผ่านหน่วยงานกลางของแต่ละประเทศ
  • ถ้าประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคี เช่น ลาวและเมียนมา การขอให้ส่งตัวกลับยากกว่ามาก จึงต้องอาศัยข้อตกลงหรือกระบวนการศาลของประเทศนั้น
  • การพาไปเองอาจถูกนำมาใช้เป็นพฤติการณ์ในคดีอำนาจปกครองภายหลัง และในบางกรณีอาจมีประเด็นทางอาญาตามมา
อย่าเดินทางก่อนมีหนังสือยินยอมหรือคำสั่งศาล การพาลูกไปก่อนแล้วค่อยขอทีหลัง มักทำให้ความไว้วางใจที่ต้องใช้ในการเลี้ยงลูกร่วมกันพังลง และอาจทำให้เสียสิทธิในศาลด้วย

คำถามที่พบบ่อย

แค่พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศช่วงปิดเทอม ต้องขอความยินยอมไหม

การไปชั่วคราวต่างจากการย้ายถาวร แต่ถ้าใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ควรแจ้งกำหนดไปกลับเป็นข้อความ และมีหนังสือยินยอมติดตัว เพราะสายการบินหรือด่านของบางประเทศอาจขอดู

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส พ่อห้ามไม่ให้พาลูกไปได้ไหม

ถ้าบิดายังไม่ได้เป็นบิดาตามกฎหมายด้วยการจดทะเบียนรับรองบุตรหรือคำพิพากษา มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองฝ่ายเดียว แต่ถ้าบิดาฟ้องคดีรับรองบุตรอยู่ หรือเคยจดทะเบียนแล้ว สถานการณ์จะต่างไป ควรตรวจสถานะให้แน่ก่อน

ลูกโตแล้ว อยากไปเอง ศาลจะฟังไหม

ศาลรับฟังความเห็นของเด็กตามวัยและวุฒิภาวะ แต่ความเห็นนั้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ศาลยังต้องชั่งเรื่องความปลอดภัย การศึกษา และความสัมพันธ์กับพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายประกอบกัน

ย้ายไปแล้ว ค่าเลี้ยงดูบุตรยังเหมือนเดิมไหม

หน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูยังอยู่ แต่ค่าครองชีพที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเหตุขอให้ศาลแก้จำนวนตามมาตรา 1598/39 ควรเขียนเรื่องค่าเลี้ยงดูและค่าเดินทางไว้ในข้อตกลงย้ายถิ่นตั้งแต่แรก

ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองฝ่ายเดียว และจะพาลูกไปต่างประเทศ เราทำอะไรได้

เรายังมีสิทธิติดต่อบุตรตามมาตรา 1584/1 จึงควรขอให้ทำข้อตกลงเรื่องการพบลูกและการติดต่อให้ชัดก่อนเขาเดินทาง ถ้ามีเหตุว่าการย้ายจะกระทบความปลอดภัยหรือประโยชน์ของลูก ให้ปรึกษาทนายเรื่องการขอให้ศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1521 โดยเร็ว

ควรเริ่มอย่างไร

ตรวจเอกสารว่าใครใช้อำนาจปกครอง แล้วเขียนแผนการย้ายที่แสดงว่าลูกได้ประโยชน์อย่างไร และจะยังติดต่อกับพ่อหรือแม่อีกฝ่ายได้อย่างไร แผนนี้ใช้ได้ทั้งตอนเจรจาและตอนยื่นศาล

ถ้าอีกฝ่ายลังเลหรือคัดค้าน ควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัวก่อนจองการเดินทาง เพื่อเลือกระหว่างทำข้อตกลงหรือขอคำสั่งศาล ให้การย้ายครั้งนี้ไม่กลายเป็นคดีข้ามประเทศ

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ