หย่าตอนเกษียณ บำเหน็จบำนาญ กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องแบ่งไหม

หย่าตอนเกษียณ เงินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยให้แบ่งเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ของ กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เฉพาะส่วนที่เกิดตั้งแต่วันจดทะเบียนสมรสถึงวันฟ้องหย่า ส่วนบำนาญที่เริ่มรับหลังวันฟ้องไม่ต้องแบ่ง

เงินเกษียณเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว ดูจากอะไร

ดูจาก ช่วงเวลาที่ได้สิทธิหรือได้รับเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 (1) ให้ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส และถ้าสงสัยว่าเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

ส่วนทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส เป็นสินส่วนตัวตามมาตรา 1471 ฝ่ายที่อ้างว่าเงินก้อนใดเป็นสินส่วนตัวจึงต้องมีหลักฐานแยกให้เห็น

อีกเรื่องที่สำคัญคือ "วันตัดยอด" ตามมาตรา 1532

  • หย่าโดยความยินยอม การหย่ามีผลต่อทรัพย์สินนับแต่วันจดทะเบียนหย่า
  • หย่าโดยคำพิพากษา การหย่ามีผลต่อทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสนับแต่วันฟ้องหย่า

เมื่อรู้วันตัดยอดแล้ว ก็จะแยกได้ว่าเงินก้อนใดเกิดก่อนหรือหลังวันนั้น และแบ่งสินสมรสให้ได้ส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533 ภาพรวมของทรัพย์แต่ละประเภทอ่านได้ที่ สินสมรส สินส่วนตัว ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างทรัพย์ที่พบบ่อย

กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แบ่งกันอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8321/2568 เป็นแนวที่ชัดที่สุดในเรื่องนี้ คดีนั้นภริยามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากนายจ้าง ส่วนสามีเป็นข้าราชการและเป็นสมาชิก กบข. ศาลให้ส่วนที่เกิดระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ทั้งของสามีและของภริยา

เหตุผลของศาลคือ เงินในกองทุนไม่ใช่เพียงความคาดหวังว่าจะได้ แต่เป็นสิทธิที่สมาชิกมีอยู่แล้วระหว่างสมรส ส่วนที่นับเป็นสินสมรส ได้แก่

  • เงินสะสมที่หักจากเงินเดือนของสมาชิก
  • เงินสมทบจากนายจ้างหรือจากรัฐ
  • ผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินทั้งสองส่วนนั้น

ศาลนับตั้งแต่วันจดทะเบียนสมรส จนถึงวันยื่นฟ้องหย่า และให้อีกฝ่ายได้กึ่งหนึ่งของส่วนนั้น โดยรับเงินเมื่อสมาชิกออกจากกองทุน ส่วนเงินที่จะเกิดสิทธิเมื่อออกจากกองทุนในอนาคต และยังไม่แน่นอนในวันฟ้อง ไม่นับเป็นสินสมรส

ในคดีเดียวกัน บำนาญของสามีไม่ถูกนำมาแบ่ง เพราะเขาเริ่มได้รับบำนาญหลังวันฟ้อง จึงเป็นเงินที่ได้มาหลังวันตัดยอด

บำเหน็จ บำนาญ และค่าชดเชย ต่างกันอย่างไรเมื่อหย่า

เงินแต่ละประเภท ใช้หลักเรื่องช่วงเวลาเดียวกัน แต่ผลในทางปฏิบัติต่างกัน ตารางนี้สรุปหลักคิดเพื่อใช้คุยกับทนาย ไม่ใช่คำตัดสินของคดีใดคดีหนึ่ง

ประเภทเงินกรณีที่มักเป็นสินสมรสกรณีที่มักไม่ต้องแบ่ง
กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ ตั้งแต่วันสมรสถึงวันตัดยอดยอดที่สะสมก่อนสมรส และยอดที่เกิดหลังวันตัดยอด
บำเหน็จก้อนเดียวได้รับหรือเกิดสิทธิระหว่างสมรส ก่อนวันตัดยอด ตามหลักมาตรา 1474 (1)สิทธิเกิดหลังวันตัดยอด เช่น เกษียณหลังวันฟ้องหย่า
บำนาญรายเดือนเงินบำนาญที่รับมาแล้วระหว่างสมรสและยังเหลืออยู่ หรือทรัพย์ที่ซื้อด้วยเงินนั้นบำนาญงวดที่รับหลังวันตัดยอด ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8321/2568
ค่าชดเชยเมื่อเกษียณจากงานเอกชนได้รับระหว่างสมรส ก่อนวันตัดยอดได้รับหลังวันตัดยอด

เรื่องค่าชดเชยของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน มีบทความแยกไว้ที่ เงินค่าชดเชยของลูกจ้าง และเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกฎหมายแรงงาน ถือเป็นสินสมรสหรือไม่

อีกจุดที่ควรรู้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 คุ้มครองบำเหน็จบำนาญของข้าราชการไม่ให้ถูกบังคับคดี ถ้าจะได้ส่วนแบ่งจากเงินประเภทนี้ จึงควรกำหนดวิธีและเวลาชำระให้ชัดในข้อตกลงหรือคำพิพากษา

หย่าโดยความยินยอมตอนเกษียณ ควรเขียนข้อตกลงอย่างไร

ควร เขียนเงินแต่ละกองแยกเป็นรายการ ไม่ใช่เขียนรวม ๆ ว่า "ทรัพย์สินอื่นตกเป็นของแต่ละฝ่าย" เพราะเงินเกษียณมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของชีวิต

  1. ขอใบแจ้งยอด กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ณ วันที่ใกล้วันจดทะเบียนหย่าที่สุด และยอด ณ วันจดทะเบียนสมรสถ้าหาได้
  2. ระบุว่าแต่ละกองแบ่งกันอย่างไร จำนวนเท่าใด และจ่ายเมื่อใด เช่น จ่ายทันที หรือจ่ายเมื่อออกจากกองทุน
  3. ระบุชัดว่าบำนาญที่จะได้รับหลังหย่าเป็นของใคร เพื่อไม่ให้เถียงกันภายหลัง
  4. แยกบ้าน รถ เงินฝาก และหนี้สินร่วมเป็นข้อ ๆ พร้อมผู้รับภาระผ่อนต่อ
  5. ถ้าตกลงให้ฝ่ายหนึ่งช่วยค่าครองชีพอีกฝ่าย ให้เขียนจำนวน ระยะเวลา และเงื่อนไขสิ้นสุด
อย่าจดทะเบียนหย่าก่อนตกลงเรื่องเงินเกษียณให้จบ ถ้าหย่าไปแล้วโดยไม่ได้แบ่ง ต้องกลับไปฟ้องแบ่งสินสมรสภายหลัง ซึ่งยุ่งยากกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อเงินถูกถอนหรือใช้ไปแล้ว

แนวทางแบ่งทรัพย์ทั้งแบบตกลงเองและแบบฟ้องศาล อ่านต่อได้ที่ แบ่งสินสมรสหลังหย่า ตกลงกันเองหรือฟ้องศาล ทำอย่างไร

หย่าวัยเกษียณแล้วรายได้ไม่พอ ขอค่าเลี้ยงชีพได้ไหม

ได้เฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขของ มาตรา 1526 คือเหตุหย่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายแต่ฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้ฝ่ายที่ขอยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากงานที่เคยทำระหว่างสมรส

ค่าเลี้ยงชีพต้องขอไว้ในคดีหย่าคดีนั้น ถ้าไม่ได้ขอในคำฟ้องหรือฟ้องแย้ง สิทธินี้เป็นอันหมดไป ศาลจะให้เท่าใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยดูความสามารถของผู้จ่ายและฐานะของผู้รับ

สำหรับคู่ที่หย่าโดยความยินยอม จะตกลงเรื่องค่าครองชีพกันเองในข้อตกลงหย่าก็ได้ แต่ควรเขียนให้บังคับได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

เงิน กบข. ที่สะสมก่อนแต่งงาน ต้องแบ่งไหม

ยอดที่สะสมก่อนวันจดทะเบียนสมรสเป็นสินส่วนตัว ไม่ต้องแบ่ง แต่ดอกผลที่เกิดจากสินส่วนตัวระหว่างสมรสอาจเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 (3) จึงควรให้ทนายดูใบแจ้งยอดว่าแยกส่วนได้แค่ไหน

ยังไม่เกษียณ เงินในกองทุนยังถอนไม่ได้ จะแบ่งอย่างไร

ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8321/2568 ศาลกำหนดให้อีกฝ่ายได้กึ่งหนึ่งของส่วนที่เกิดระหว่างสมรส โดยรับเงินเมื่อสมาชิกออกจากกองทุน ถ้าตกลงกันเอง อาจเลือกให้ฝ่ายสมาชิกจ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์อื่นทดแทนไปก่อนก็ได้

แยกกันอยู่หลายปีก่อนหย่า เงินช่วงนั้นต้องแบ่งไหม

การแยกกันอยู่ไม่ทำให้การสมรสสิ้นสุด ตามมาตรา 1501 เงินที่ได้มาระหว่างนั้นจึงอาจยังเป็นสินสมรส แต่ผลในแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงและข้อตกลงที่ทั้งคู่เคยทำ ควรนำหลักฐานไปให้ทนายตรวจ

หย่าแล้ว ต้องเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ในกองทุนหรือประกันไหม

ควรตรวจทุกกองทุนและกรมธรรม์ว่าระบุอดีตคู่สมรสเป็นผู้รับประโยชน์ไว้หรือไม่ ถ้าไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ให้ติดต่อหน่วยงานหรือบริษัทเพื่อแก้ไขตามแบบของแต่ละแห่ง

ควรเริ่มอย่างไร

หย่าวัยเกษียณ ตัวเลขต้องมาก่อนอารมณ์ ยิ่งเงินก้อนใหญ่ ยิ่งต้องมีเอกสาร

  1. ทำรายการเงินเกษียณทุกประเภท พร้อมใบแจ้งยอดล่าสุด
  2. ระบุวันจดทะเบียนสมรส และประเมินว่าจะหย่าแบบใด เพื่อรู้วันตัดยอด
  3. แยกยอดก่อนสมรสออกจากยอดระหว่างสมรสให้ชัด
  4. ปรึกษาทนายความครอบครัว ก่อนลงชื่อในข้อตกลงหย่าหรือก่อนยื่นฟ้อง

การวางตัวเลขให้ชัดตั้งแต่ต้น ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องกลับมาฟ้องกันอีกหลังหย่า

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ