ค่าเลี้ยงดูบุตร แบบขั้นบันได คืออะไร ขอให้เพิ่มตามวัยลูกได้ไหม

ค่าเลี้ยงดูบุตรแบบขั้นบันได คือ การกำหนดจำนวนเงินให้เพิ่มขึ้นตามช่วงอายุหรือระดับชั้นเรียนของลูกไว้ล่วงหน้า ในคำพิพากษาหรือข้อตกลง กฎหมายไม่ได้ห้ามรูปแบบนี้ แต่ต้องขอไว้ในคำฟ้องให้ชัด และศาลมีดุลพินิจตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/38 ว่าจะกำหนดให้เพียงใด

ค่าเลี้ยงดูบุตรแบบขั้นบันได คืออะไร

แทนที่จะกำหนดเดือนละจำนวนเดียวไปจนลูกบรรลุนิติภาวะ ขั้นบันไดแบ่งเป็นช่วง แต่ละช่วงมีจำนวนเงินของตัวเอง เพราะค่าใช้จ่ายของเด็กอนุบาลกับนักเรียนมัธยมปลายต่างกันมาก

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างรูปแบบเท่านั้น ตัวเลขสมมติขึ้นเพื่อให้เห็นโครงสร้าง ไม่ใช่อัตราที่ศาลใช้

ช่วงของลูกตัวอย่างการกำหนด
ตั้งแต่วันฟ้องจนก่อนเข้าชั้นประถมศึกษาปีที่ 1เดือนละ ก บาท
ชั้นประถมศึกษาเดือนละ ข บาท
ชั้นมัธยมศึกษาเดือนละ ค บาท
ตั้งแต่จบมัธยมจนบรรลุนิติภาวะเดือนละ ง บาท
ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาจ่ายตามจริงตามใบเสร็จ แยกจากรายเดือน

ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูแบบขั้นบันไดได้ไหม

มาตรา 1598/38 ให้ศาล กำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูเพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ต้องจ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี การแบ่งจำนวนตามช่วงวัยจึงอยู่ในกรอบดุลพินิจนี้ได้ ถ้ามีหลักฐานรองรับ

มาตรา 1598/40 วางหลักว่าค่าอุปการะเลี้ยงดูชำระเป็นเงินเป็นงวด เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น และสำหรับค่าเลี้ยงดูบุตร ถ้ามีเหตุพิเศษและเป็นประโยชน์แก่บุตร ศาลกำหนดวิธีอื่นได้ เช่น ให้บุตรเข้าศึกษาในสถานศึกษาโดยผู้มีหน้าที่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ข้อสำคัญคือ ป.วิ.พ. มาตรา 142 ห้ามศาลพิพากษาเกินหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ถ้าไม่ขอขั้นบันไดไว้ ศาลก็ให้ขั้นบันไดไม่ได้ ส่วนในชั้นไกล่เกลี่ย ทั้งสองฝ่ายตกลงอัตราแบบขั้นบันไดแล้วให้ศาลพิพากษาตามยอมได้

ขั้นบันไดตั้งแต่แรก ดีกว่าฟ้องขอเพิ่มภายหลังอย่างไร

ถ้าไม่ได้วางขั้นบันไดไว้ วิธีปรับเงินภายหลังคือ ยื่นขอแก้ไขตามมาตรา 1598/39 ซึ่งต้องแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป

ประเด็นขั้นบันไดตั้งแต่แรกขอเพิ่มภายหลังตามมาตรา 1598/39
เมื่อลูกโตขึ้นเงินเพิ่มตามที่กำหนดไว้ ไม่ต้องยื่นอะไรใหม่ต้องยื่นคำร้องหรือฟ้องใหม่
ภาระพิสูจน์พิสูจน์ครั้งเดียวในคดีแรกต้องพิสูจน์ว่าพฤติการณ์เปลี่ยนไป
เวลาและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในคดีเดียวเพิ่มกระบวนการและค่าใช้จ่ายอีกรอบ
ความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่ลดการต่อรองซ้ำอาจเปิดแผลเก่าทุกครั้งที่ขอปรับ
ความยืดหยุ่นตัวเลขอาจไม่ตรงกับอนาคตจริงปรับตามข้อเท็จจริงในเวลานั้น

ขั้นบันไดไม่ได้ปิดทางปรับในอนาคต ถ้ารายได้ของฝ่ายใดเปลี่ยนไปมาก ยังขอเพิ่ม ลด หรืองดได้ตามมาตรา 1598/39 อ่านวิธีขอแก้ไขได้ที่ วิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู

ตัวอย่างการเขียนคำขอค่าเลี้ยงดูแบบขั้นบันได

คำขอที่ดี ผูกแต่ละขั้นกับวันที่หรือปีการศึกษาที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่อาจเลื่อนออกไป ตัวอย่างโครงของคำขอ

ขอให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ ... บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2572 เดือนละ ... บาท นับแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2572 จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2578 และเดือนละ ... บาท นับแต่นั้นจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ โดยชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน กับให้จำเลยชำระค่าเล่าเรียนตามใบเสร็จจริงภายใน 15 วันนับแต่ได้รับสำเนาใบเสร็จ

หลักฐานที่ช่วยให้ศาลเห็นว่าขั้นที่ขอสมเหตุสมผล ได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายปัจจุบันของลูกพร้อมใบเสร็จ
  • อัตราค่าเล่าเรียนของโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่หรือมีแผนจะเรียนต่อ
  • หลักฐานรายได้และฐานะของฝ่ายที่ต้องจ่าย
  • คำอธิบายว่าค่าใช้จ่ายใดจะเพิ่มขึ้นเมื่อลูกโตขึ้น เช่น ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษ อุปกรณ์การเรียน
อย่าผูกขั้นบันไดไว้กับคำว่า "เมื่อบุตรเข้ามัธยม" เพียงอย่างเดียว ถ้าลูกเรียนช้าหรือย้ายระบบการศึกษา จะเกิดข้อโต้แย้งว่าขั้นใหม่เริ่มเมื่อไร ให้ระบุวันที่หรือปีการศึกษากำกับไว้เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

กำหนดให้เพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ทุกปีได้ไหม

ในข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งสองฝ่ายตกลงสูตรแบบนี้ได้ถ้าเขียนให้คำนวณได้แน่นอน ส่วนในคดีที่ต่อสู้กัน ศาลจะกำหนดหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจและพยานหลักฐาน

มีขั้นบันไดแล้ว ยังขอเพิ่มได้อีกไหม

ขอได้ หากพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไปตามมาตรา 1598/39 เช่น ลูกเจ็บป่วยเรื้อรังหรือฝ่ายที่จ่ายมีรายได้สูงขึ้นมาก

ฝ่ายที่จ่ายตกงาน ขอลดขั้นที่กำหนดไว้ได้ไหม

ขอให้ศาลลดหรืองดได้เช่นกันตามมาตรา 1598/39 แต่ต้องยื่นต่อศาล การหยุดจ่ายเองโดยไม่มีคำสั่งศาลทำให้เกิดหนี้ค้างที่ถูกบังคับคดีได้

ใช้ขั้นบันไดในบันทึกข้อตกลงตอนจดทะเบียนหย่าที่เขตได้ไหม

ได้ และควรเขียนวันที่เริ่มแต่ละขั้นให้ชัด แต่ถ้าอีกฝ่ายผิดนัด ต้องฟ้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงก่อน ต่างจากคำพิพากษาตามยอมที่ขอบังคับคดีได้ทันที ดู การบังคับเมื่ออีกฝ่ายไม่จ่าย

มีลูกหลายคน ควรกำหนดขั้นบันไดอย่างไร

ควรกำหนดแยกเป็นรายบุตร เพราะลูกแต่ละคนอยู่ในช่วงชั้นต่างกันและเลื่อนขั้นไม่พร้อมกัน การรวมเป็นยอดเดียวทำให้คำนวณยากเมื่อลูกคนโตบรรลุนิติภาวะก่อน

ศาลมักให้ค่าเลี้ยงดูเท่าไร ถ้าไม่ใช้ขั้นบันได

ไม่มีอัตราตายตัว ศาลดูสามปัจจัยตามมาตรา 1598/38 เป็นรายคดี อ่านวิธีคิดได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากจดค่าใช้จ่ายจริงของลูกในปัจจุบัน แล้วประมาณการค่าใช้จ่ายของแต่ละช่วงชั้นจากข้อมูลโรงเรียนที่ตรวจสอบได้ ตัวเลขที่มีที่มาจะทำให้ขั้นบันไดดูสมเหตุสมผลในสายตาศาล

จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อเขียนคำขอให้ครอบคลุมทั้งรายเดือนและค่าเล่าเรียน และวางกลยุทธ์สำหรับชั้นไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นจังหวะที่ตกลงขั้นบันไดกันได้ง่ายที่สุด

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ