คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เลิกกันได้โดยไม่ต้องหย่า แต่ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันไม่ใช่สินสมรส ศาลใช้หลักกรรมสิทธิ์รวมซึ่งสันนิษฐานว่ามีส่วนเท่ากัน ส่วนทรัพย์ที่ฝ่ายเดียวหามาเองเป็นของคนนั้น เรื่องลูก มารดาใช้อำนาจปกครองเว้นแต่บิดาเป็นบิดาตามกฎหมายแล้ว
เลิกกันโดยไม่จดทะเบียน ต่างจากการหย่าอย่างไร
ความต่างหลักคือ กฎหมายครอบครัวเรื่องสินสมรสไม่ใช้กับคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียน เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1457 ให้การสมรสมีได้เฉพาะเมื่อจดทะเบียนแล้ว
| เรื่อง | คู่ที่จดทะเบียนสมรส | คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียน |
|---|---|---|
| การเลิกกัน | ต้องจดทะเบียนหย่าหรือมีคำพิพากษา | แยกกันได้เลย ไม่มีทะเบียนให้หย่า |
| ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่ด้วยกัน | สินสมรส แบ่งคนละครึ่ง | ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นกรรมสิทธิ์รวม ต้องพิสูจน์ว่าร่วมกันหา |
| หนี้ | บางประเภทเป็นหนี้ร่วมตามมาตรา 1490 | รับผิดเฉพาะหนี้ที่ตนก่อ ลงชื่อร่วม หรือค้ำประกัน |
| ค่าเลี้ยงชีพหลังเลิก | อาจเรียกได้ในคดีหย่า | ไม่มีสิทธิตามกฎหมายครอบครัว |
| ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทน | ได้ตามมาตรา 1523 | ไม่ได้ |
| อำนาจปกครองลูก | ตกลงหรือให้ศาลชี้เมื่อหย่า | มารดา เว้นแต่บิดาเป็นบิดาตามกฎหมายแล้ว |
| มรดกของอีกฝ่าย | เป็นทายาทโดยธรรม | ไม่เป็นทายาทโดยธรรม |
สิทธิที่เหลืออยู่ของคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนในเรื่องชู้ อ่านต่อได้ที่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฟ้องชู้ได้ไหม
ทรัพย์แบบไหนเป็นของร่วมกัน
หลักที่ศาลใช้คือ ดูว่าทรัพย์นั้นทำมาหาได้ร่วมกันหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงชื่อในเอกสาร
- บ้านหรือรถที่ทั้งสองช่วยกันผ่อน หรือใช้เงินจากกิจการที่ทำร่วมกัน มักเป็นกรรมสิทธิ์รวม แม้มีชื่อฝ่ายเดียว
- ทรัพย์ที่ฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนคบกัน หรือได้รับมรดกหรือรับให้มาเฉพาะตัว เป็นของคนนั้น
- ทรัพย์ที่ฝ่ายเดียวหามาด้วยเงินของตนล้วน ๆ เป็นของคนนั้น แม้ซื้อระหว่างที่อยู่ด้วยกัน
- เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของรวม มาตรา 1357 สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน ฝ่ายที่อ้างว่ามีส่วนมากกว่าต้องพิสูจน์
ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า ชายหญิงที่อยู่กินกันก่อนจดทะเบียนสมรส และร่วมกันทำมาหาได้ เป็นเจ้าของรวมคนละครึ่งในทรัพย์ช่วงนั้น หลักนี้จึงใช้ได้ทั้งคู่ที่ไม่เคยจดทะเบียนเลย และช่วงก่อนจดทะเบียนของคู่ที่จดภายหลัง
พิสูจน์ส่วนของตัวเองอย่างไร
คดีแบบนี้ ชนะกันที่หลักฐานการจ่ายเงิน เพราะไม่มีข้อสันนิษฐานเรื่องสินสมรสมาช่วย
- รายการโอนเงินเข้าบัญชีผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือบัญชีของอีกฝ่ายในช่วงซื้อทรัพย์
- สัญญากู้ร่วม สัญญาค้ำประกัน หรือใบเสร็จค่างวดที่มีชื่อเรา
- หลักฐานว่าทำกิจการด้วยกัน เช่น บัญชีร้าน ใบทะเบียนพาณิชย์ ภาพการทำงาน
- ข้อความแชทที่พูดถึงการซื้อร่วมกัน หรือการตกลงแบ่งส่วน
- พยานบุคคลที่รู้เห็น เช่น ญาติหรือเพื่อนที่ช่วยติดต่อซื้อขาย
เริ่มเก็บหลักฐานก่อนบอกเลิก ถ้าทรัพย์อยู่ในชื่ออีกฝ่าย เขาอาจขายหรือโอนไปก่อน และเมื่อผู้ซื้อสุจริตเสียค่าตอบแทนแล้ว การตามคืนยากขึ้นมาก
ขั้นตอนแบ่งทรัพย์เมื่อเลิกกัน
- ทำรายการทรัพย์และหนี้ทั้งหมด แยกว่าชิ้นไหนของใคร ชิ้นไหนหามาร่วมกัน
- เจรจาว่าจะแบ่งอย่างไร เช่น ฝ่ายหนึ่งซื้อส่วนของอีกฝ่าย หรือขายแล้วแบ่งเงิน
- ทำบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ลงชื่อทั้งสองฝ่ายและพยาน
- ถ้าเป็นที่ดินหรือห้องชุด ไปจดทะเบียนใส่ชื่อหรือโอนส่วนที่สำนักงานที่ดินให้ตรงกับข้อตกลง
- ถ้าตกลงไม่ได้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าเป็นเจ้าของรวมและให้แบ่ง ตามมาตรา 1364 ศาลอาจสั่งแบ่งตัวทรัพย์ ให้ประมูลกันเอง หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงิน
มาตรา 1363 ให้เจ้าของรวมเรียกให้แบ่งได้ เว้นแต่มีนิติกรรมห้ามแบ่ง ซึ่งห้ามได้ไม่เกินคราวละ 10 ปี คดีที่ดินฟ้องได้ที่ศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่ หรือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ
เรื่องลูกเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ ส่วนพ่อจะมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อเป็นบิดาตามกฎหมายแล้ว ตามมาตรา 1547
- ถ้าพ่อยังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร แม่ใช้อำนาจปกครองฝ่ายเดียว
- พ่อจดทะเบียนรับรองบุตรได้ โดยต้องได้ความยินยอมของเด็กและแม่ตามมาตรา 1548 ถ้าไม่ยินยอมต้องใช้คำพิพากษาของศาล
- แม่จะเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากพ่อ ต้องให้พ่อเป็นบิดาตามกฎหมายก่อน โดยฟ้องขอให้รับรองบุตรพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้
รายละเอียดเรื่องค่าเลี้ยงดูกรณีไม่ได้จดทะเบียนอ่านได้ที่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เงินที่เคยโอนให้แฟนระหว่างคบกัน เรียกคืนได้ไหม
ขึ้นกับว่าเงินนั้นเป็นการให้ หรือเป็นการให้ยืม ถ้าเป็นการให้โดยเสน่หา โดยทั่วไปเรียกคืนยาก ถ้าเป็นเงินยืมหรือเงินลงทุนร่วม ต้องมีหลักฐาน เช่น ข้อความที่ตกลงกันว่าจะคืน
บ้านชื่อแฟน แต่เราช่วยผ่อนทุกเดือน จะได้อะไร
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าซื้อและผ่อนร่วมกันในฐานะเจ้าของ อาจขอให้ศาลแสดงว่าเป็นเจ้าของรวมและแบ่งได้ ถ้าพิสูจน์ได้เพียงว่าช่วยจ่ายเงิน อาจเป็นเรื่องเรียกเงินคืน จึงควรให้ทนายดูหลักฐานทั้งหมดก่อนเลือกคำขอ
หนี้บัตรเครดิตของแฟน เราต้องช่วยจ่ายไหม
ไม่ต้อง ถ้าเราไม่ได้เป็นผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้ถือบัตรเสริม คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่มีหลักหนี้ร่วมระหว่างสมรสมาใช้
คู่รักเพศเดียวกันที่ไม่ได้จดทะเบียน ใช้หลักเดียวกันไหม
ใช้หลักกรรมสิทธิ์รวมเหมือนกัน ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้แล้ว ถ้าอยากให้ทรัพย์ต่อจากนี้อยู่ใต้หลักสินสมรส ต้องไปจดทะเบียน
ควรเริ่มอย่างไร
ทำรายการทรัพย์ทุกชิ้นพร้อมที่มาของเงิน และสำรองหลักฐานการโอนกับข้อความไว้นอกโทรศัพท์ ก่อนเริ่มคุยเรื่องแบ่ง ถ้ามีลูก ให้ตรวจว่าพ่อจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วหรือยัง
ถ้าทรัพย์อยู่ในชื่ออีกฝ่าย หรือเริ่มมีการโอนทรัพย์ออกไป ควรปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อประเมินว่าควรเจรจา ฟ้องแบ่ง หรือขอคุ้มครองทรัพย์ระหว่างคดี หลักแยกทรัพย์ของคู่ที่จดทะเบียนเทียบได้ที่ สินสมรส สินส่วนตัว ต่างกันอย่างไร
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
