ถ้าแต่งงานเพราะถูกหลอกอย่างร้ายแรง สำคัญผิดตัวคู่สมรส หรือถูกข่มขู่ การสมรสนั้นเป็นโมฆียะ และขอให้ศาลเพิกถอนได้ แต่ต้องยื่นภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น กรณีถูกหลอกต้องใช้สิทธิภายใน 90 วันนับแต่รู้ความจริง และไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันสมรส
การสมรสที่เป็นโมฆียะคืออะไร ต่างจากโมฆะอย่างไร
การสมรสที่เป็นโมฆียะคือการสมรสที่มีผลสมบูรณ์ไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้เพิกถอน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1502 การมีเหตุให้เพิกถอนได้อย่างเดียว จึงยังไม่ทำให้การสมรสสิ้นสุด
ส่วนการสมรสที่เป็นโมฆะคือการสมรสที่เสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น เช่น จดทะเบียนสมรสซ้อนกับคนที่มีคู่สมรสอยู่แล้ว หรือไม่ได้ยินยอมเป็นคู่สมรสกันจริง อ่านรายละเอียดได้ที่ การสมรสที่เป็นโมฆะ มีอะไรบ้าง
| เรื่อง | การสมรสที่เป็นโมฆียะ | การสมรสที่เป็นโมฆะ |
|---|---|---|
| สถานะตอนเริ่มต้น | สมบูรณ์จนกว่าศาลเพิกถอน | เสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น |
| ตัวอย่างเหตุ | ถูกหลอกอย่างร้ายแรง สำคัญผิดตัว ถูกข่มขู่ อายุไม่ถึงเกณฑ์ ขาดความยินยอมของผู้ปกครอง | มีคู่สมรสอยู่แล้ว เป็นญาติสืบสายโลหิตตามที่กฎหมายห้าม ไม่ได้ยินยอมเป็นคู่สมรสกัน |
| ใครยกขึ้นอ้างได้ | เฉพาะผู้ที่กฎหมายกำหนด | กว้างกว่า ตามที่กฎหมายกำหนด |
| กำหนดเวลา | มีกำหนดเวลาชัดเจน พ้นแล้วสิทธิระงับ | ไม่มีกำหนดเวลาแบบเดียวกัน |
ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเรื่องของเราเป็นโมฆะ ไม่ใช่โมฆียะ วิธีดำเนินคดีและผลที่ตามมาจะต่างกันทั้งหมด
ถูกหลอกแบบไหน จึงขอเพิกถอนการสมรสได้
มาตรา 1503 กำหนดให้ศาลเพิกถอนการสมรสได้เฉพาะเหตุที่กฎหมายระบุไว้เท่านั้น คือการฝ่าฝืนมาตรา 1448 มาตรา 1505 มาตรา 1506 มาตรา 1507 หรือมาตรา 1509
- สำคัญผิดตัวคู่สมรส (มาตรา 1505) คือแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะแต่งด้วย ไม่ใช่แค่เข้าใจนิสัยหรือฐานะของเขาผิดไป
- ถูกกลฉ้อฉล (มาตรา 1506) คือถูกหลอกถึงขนาดที่ถ้าไม่ถูกหลอกก็จะไม่แต่งงาน
- ถูกข่มขู่ (มาตรา 1507) คือถูกขู่ถึงขนาดที่ถ้าไม่ถูกขู่ก็จะไม่แต่งงาน
- อายุไม่ถึงเกณฑ์ (มาตรา 1448) ปัจจุบันคือ 18 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ศาลอนุญาต
- ผู้เยาว์สมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ที่ต้องให้ความยินยอม (มาตรา 1509)
คำว่า "ถูกหลอกให้แต่งงาน" ในชีวิตจริงจึงไม่ได้เข้ามาตรา 1506 ทุกเรื่อง ศาลจะดูว่าการหลอกร้ายแรงถึงขนาดหรือไม่ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจแต่งงานจริงหรือไม่
มีข้อยกเว้นที่ควรรู้ ถ้าบุคคลภายนอกเป็นคนหลอก โดยคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้รู้เห็นด้วย การสมรสจะไม่เป็นโมฆียะเพราะเหตุนี้
ถ้าสิ่งที่ถูกหลอกคือ "เขาบอกว่าโสด แต่จริง ๆ จดทะเบียนกับคนอื่นอยู่แล้ว" เรื่องนี้มักไม่ใช่โมฆียะ แต่เป็นการสมรสซ้อนซึ่งเป็นโมฆะ ควรให้ทนายตรวจทะเบียนก่อนเลือกทางดำเนินคดี
ขอเพิกถอนการสมรสต้องรีบภายในกี่วัน
แต่ละเหตุมีกำหนดเวลาของตัวเอง และเมื่อพ้นกำหนดแล้ว สิทธิขอเพิกถอนจะระงับไป
| เหตุ | มาตรา | สิทธิระงับเมื่อ |
|---|---|---|
| สำคัญผิดตัวคู่สมรส | 1505 | พ้น 90 วันนับแต่วันสมรส |
| ถูกกลฉ้อฉล | 1506 | พ้น 90 วันนับแต่รู้หรือควรได้รู้ว่าถูกหลอก หรือพ้น 1 ปีนับแต่วันสมรส |
| ถูกข่มขู่ | 1507 | พ้น 1 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการข่มขู่ |
| อายุไม่ถึงเกณฑ์ | 1504 | เมื่อคู่สมรสทั้งสองอายุถึงเกณฑ์ หรือหญิงตั้งครรภ์ก่อนอายุถึงเกณฑ์ ในการสมรสระหว่างชายกับหญิง |
| ขาดความยินยอมของผู้ปกครอง | 1510 | คู่สมรสอายุครบ 20 ปี หรือหญิงตั้งครรภ์ ในการสมรสระหว่างชายกับหญิง และต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงการสมรส |
กำหนด 90 วันเริ่มนับจากวันที่รู้หรือ "ควรได้รู้" ความจริง ไม่ใช่วันที่ตัดสินใจได้ว่าจะเอาอย่างไร ถ้ารู้แล้วควรปรึกษาทนายทันที เพราะเลยกำหนดแม้วันเดียว สิทธิขอเพิกถอนก็หมดไป
สิทธิขอเพิกถอนเพราะสำคัญผิด ถูกหลอก หรือถูกข่มขู่ เป็นของคู่สมรสฝ่ายที่ถูกกระทำเท่านั้น ตามมาตรา 1508 อีกฝ่ายที่เป็นคนหลอกจะยกเหตุนี้มาขอเพิกถอนเองไม่ได้
เพิกถอนการสมรสต่างจากการหย่าอย่างไร
ทั้งสองทางทำให้การสมรสสิ้นสุดเหมือนกัน แต่ฐานของเรื่องต่างกัน การเพิกถอนดูความบกพร่องตอนเริ่มสมรส ส่วนการหย่าดูเหตุที่เกิดระหว่างใช้ชีวิตคู่
| ประเด็น | เพิกถอนการสมรส | หย่า |
|---|---|---|
| ดูเหตุจากอะไร | ความบกพร่องตอนสมรส เช่น ถูกหลอก ถูกขู่ | เหตุตามมาตรา 1516 หรือตกลงหย่ากันเอง |
| ทำที่ไหน | ต้องให้ศาลพิพากษาเท่านั้น | จดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอ หรือฟ้องศาล |
| สิ้นสุดเมื่อไร | วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 1511) | วันจดทะเบียนหย่า หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด |
| กำหนดเวลา | สั้น ตั้งแต่ 90 วัน | บางเหตุมีอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1529 |
ถ้าพ้นกำหนดขอเพิกถอนไปแล้ว ยังไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ในการสมรสต่อไป เหตุหย่าตามมาตรา 1516 อาจยังใช้ได้ เช่น อีกฝ่ายทำร้ายจิตใจอย่างร้ายแรง หรือแยกกันอยู่เกิน 3 ปี อ่านเหตุทั้งหมดได้ที่ เหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516 ครบทั้ง 12 กรณี
เพิกถอนการสมรสแล้ว ทรัพย์สินและลูกเป็นอย่างไร
มาตรา 1512 ให้นำบทบัญญัติเรื่องผลของการหย่าโดยคำพิพากษามาใช้กับการเพิกถอนการสมรสโดยอนุโลม ผลในทางปฏิบัติจึงคล้ายการหย่ามาก
- ทรัพย์สิน เพราะการสมรสสมบูรณ์มาจนถึงวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างนั้นจึงอาจเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง อ่านต่อได้ที่ แบ่งสินสมรสหลังหย่า
- ลูก เด็กที่เกิดระหว่างการสมรสยังอยู่ในข้อสันนิษฐานความเป็นบุตรตามมาตรา 1536 และศาลจะชี้เรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูบุตรเหมือนคดีหย่า
- ค่าทดแทน มาตรา 1513 ให้คู่สมรสที่รู้อยู่แล้วถึงเหตุแห่งโมฆียะ ต้องชดใช้ความเสียหายต่อกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินที่เกิดจากการสมรส
- ค่าเลี้ยงชีพ ถ้าการเพิกถอนทำให้อีกฝ่ายยากจนลง ฝ่ายที่รู้เหตุนั้นอาจต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ด้วย
มาตรา 1511 ยังวางหลักว่า การเพิกถอนการสมรสยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้ จนกว่าจะจดทะเบียน จึงควรนำคำพิพากษาไปให้นายทะเบียนบันทึกหลังคดีถึงที่สุดทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
แต่งงานเพื่อวีซ่าหรือแต่งหลอก ขอเพิกถอนได้ไหม
การแต่งงานที่ไม่ได้มีเจตนาเป็นคู่สมรสกันจริงอาจเป็นประเด็นเรื่องความยินยอมตามมาตรา 1458 ซึ่งเกี่ยวกับโมฆะ ไม่ใช่โมฆียะ ทั้งยังอาจมีผลตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เรื่องลักษณะนี้ควรให้ทนายประเมินก่อนยื่นเรื่องใด ๆ
ถ้าคู่สมรสปิดบังว่ามีหนี้มาก นับเป็นกลฉ้อฉลไหม
ขึ้นกับข้อเท็จจริง ศาลจะดูว่าการปิดบังนั้นร้ายแรงถึงขนาดที่ถ้ารู้ก็จะไม่แต่งงานหรือไม่ และพิสูจน์ได้แค่ไหน ข้อมูลที่ปิดบังเพียงเล็กน้อยมักไม่พอ ควรรวบรวมหลักฐานว่าถูกหลอกอย่างไรและรู้ความจริงเมื่อไร
ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่จัดงานแต่งแล้ว ต้องขอเพิกถอนไหม
ไม่ต้อง เพราะการสมรสตามกฎหมายไทยเกิดจากการจดทะเบียน ถ้ายังไม่จดทะเบียนก็ไม่มีการสมรสให้เพิกถอน แต่อาจมีเรื่องสินสอดหรือของหมั้นที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ขอเพิกถอนการสมรสพร้อมขอหย่าในคดีเดียวได้ไหม
ในทางปฏิบัติ ทนายอาจตั้งประเด็นไว้ทั้งสองทางในคำฟ้อง เพื่อให้ศาลพิจารณาเหตุหย่าได้ด้วยหากเหตุเพิกถอนพิสูจน์ไม่ได้ วิธีเขียนคำฟ้องขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ถ้าคนที่หลอกคือพ่อแม่ของอีกฝ่าย ไม่ใช่คู่สมรสเอง จะเป็นอย่างไร
ถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้รู้เห็นกับการหลอกนั้น มาตรา 1506 ไม่ให้ถือว่าการสมรสเป็นโมฆียะ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคู่สมรสรู้เห็นด้วย ก็กลับมาเข้าหลักเรื่องกลฉ้อฉลได้
ควรเริ่มอย่างไร
- จดวันที่รู้ความจริงให้ชัด และเก็บหลักฐานว่ารู้อย่างไร เช่น ข้อความ เอกสาร หรือพยาน
- เตรียมทะเบียนสมรส บัตรประชาชน และข้อมูลทรัพย์สินกับบุตร
- ปรึกษาทนายเพื่อแยกให้ชัดว่าเป็นโมฆียะ โมฆะ หรือควรใช้เหตุหย่า
- ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวก่อนครบกำหนดเวลา
- เมื่อคดีถึงที่สุด นำคำพิพากษาไปให้นายทะเบียนบันทึก
เรื่องเพิกถอนการสมรสชนะหรือแพ้กันที่กำหนดเวลาและการพิสูจน์ ถ้าเพิ่งรู้ว่าถูกหลอก การคุยกับทนายเร็วตั้งแต่สัปดาห์แรกจะช่วยรักษาทางเลือกไว้ได้มากที่สุด
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
