ชู้อ้างไม่รู้ว่ามีภรรยา ยังต้องจ่ายค่าทดแทนไหม ใครต้องพิสูจน์

ความรู้ของชู้สำคัญมาก ผู้ที่ต้องจ่ายค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 คือผู้ที่รู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว ผู้ฟ้องจึงควรมีหลักฐานแสดงความรู้นั้น ส่วนคนที่ถูกหลอกว่าโสดจริงและไม่มีเหตุให้สงสัย อาจไม่ต้องรับผิด แต่ถ้ารู้แล้วยังคบต่อ ข้ออ้างนี้ใช้ไม่ได้

ทำไมการรู้หรือไม่รู้ว่ามีคู่สมรสจึงสำคัญ

เพราะสิทธิตามมาตรา 1523 วรรคสอง คือการเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสของผู้ฟ้องในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของผู้ฟ้อง ถ้อยคำนี้มุ่งไปที่การกระทำต่อสามีหรือภรรยาของคนอื่น

แนวที่นักกฎหมายและศาลใช้กันจึงดูว่าบุคคลภายนอกรู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส ถ้าไม่รู้เลยและไม่มีพฤติการณ์ใดที่ควรทำให้รู้ ก็ยากที่จะถือว่าเขาล่วงเกินคู่สมรสของใคร

หลักนี้ไม่ได้ใช้กับคู่สมรสที่นอกใจเอง ซึ่งรู้ดีว่าตนแต่งงานแล้ว ความรับผิดของเขาเป็นเรื่องเหตุหย่าและค่าทดแทนอีกส่วนหนึ่ง

ใครต้องพิสูจน์ ว่าชู้รู้หรือไม่รู้

หลักทั่วไปใน ป.วิ.พ. มาตรา 84/1 คือ คู่ความที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น ผู้ฟ้องจึงต้องพิสูจน์ทั้งความสัมพันธ์ และข้อเท็จจริงที่แสดงว่าจำเลยรู้หรือควรรู้

ความรู้เป็นเรื่องในใจ จึงมักพิสูจน์ด้วยพฤติการณ์แวดล้อม ไม่ใช่คำสารภาพ ส่วนจำเลยที่อ้างว่าถูกหลอก ก็ควรนำหลักฐานมาสนับสนุนข้ออ้างของตน เช่น ข้อความที่อีกฝ่ายยืนยันว่าโสดหรือหย่าแล้ว ศาลจะชั่งน้ำหนักพยานทั้งสองฝ่ายรวมกัน

หลักฐานแบบไหนแสดงว่าชู้รู้ว่ามีคู่สมรส

หลักฐานที่ดีคือหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยเห็นหรือได้ยินเรื่องครอบครัวนั้นด้วยตัวเอง ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่

  • เคยพบหรือพูดคุยกับคู่สมรสหรือลูก เช่น ในงานบริษัท งานบุญ หรือที่บ้าน
  • ทำงานที่เดียวกัน และคนในที่ทำงานรู้กันทั่วไปว่าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว
  • โซเชียลของอีกฝ่ายเปิดสาธารณะ มีรูปครอบครัวหรือรูปงานแต่ง และจำเลยเคยกดถูกใจหรือแสดงความเห็น
  • แชทระหว่างทั้งสองคนที่พูดถึงภรรยา สามี หรือลูก หรือนัดหมายเลี่ยงเวลาที่ครอบครัวอยู่
  • ได้รับแจ้งเป็นหนังสือหรือข้อความแล้วว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส แต่ยังคบหาต่อ

การเก็บหลักฐานต้องทำโดยไม่ละเมิดกฎหมาย เช่น ไม่เจาะเข้าบัญชีของผู้อื่น ดูวิธีที่ปลอดภัยได้ที่ ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง และวิธีเก็บที่ไม่ผิดกฎหมาย

สถานการณ์แนวโน้มทั่วไป
ไม่รู้เลย และไม่มีสัญญาณใดที่ควรสงสัยข้ออ้างว่าไม่รู้มีน้ำหนัก อาจไม่ต้องรับผิด
มีสัญญาณชัด แต่เลือกไม่ถามอาจถือว่าควรรู้ ข้ออ้างอ่อนลงมาก
มารู้ทีหลังแล้วเลิกทันทีช่วงก่อนรู้มีข้อต่อสู้ ช่วงหลังรู้ไม่มีความสัมพันธ์ต่อ
มารู้ทีหลังแต่ยังคบต่อตั้งแต่รู้เป็นต้นไป ข้ออ้างว่าไม่รู้ใช้ไม่ได้

ถ้าถูกหลอกว่าโสดจริง จะเป็นอย่างไร

ถ้าคุณถูกหลอกจริงและไม่มีเหตุให้สงสัย นั่นคือข้อต่อสู้หลักในคดี สิ่งที่ควรทำทันทีที่รู้ความจริงมีดังนี้

  1. เก็บหลักฐานที่อีกฝ่ายบอกว่าโสด หย่าแล้ว หรือแยกทางแล้ว เช่น แชท โปรไฟล์หาคู่ หรือคำบอกเล่าต่อหน้าพยาน
  2. ยุติความสัมพันธ์และการติดต่อในทำนองชู้สาว เพื่อไม่ให้มีช่วงที่ "รู้แล้วยังคบ"
  3. ไม่โพสต์หรือโต้ตอบกับคู่สมรสของเขาทางโซเชียล ซึ่งอาจกลายเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย
  4. ถ้าได้รับหนังสือทวงถามหรือหมายศาล ให้ปรึกษาทนายก่อนตอบหรือเซ็นเอกสารใด
ถ้าคุณเป็นฝ่ายที่จะฟ้อง วิธีปิดข้ออ้างว่า "ไม่รู้" ที่ได้ผลคือส่งหนังสือแจ้งอย่างสุภาพถึงตัวบุคคลนั้นโดยตรงว่าคู่สมรสของคุณแต่งงานแล้ว เก็บหลักฐานการส่งไว้ และห้ามประจานต่อสาธารณะ ถ้าหลังจากนั้นเขายังคบต่อ ข้ออ้างว่าไม่รู้จะไม่มีน้ำหนัก

อายุความและข้อต่อสู้อื่นที่ควรรู้

สิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ระงับเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่คู่สมรสผู้มีสิทธิรู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงตามมาตรา 1529 ผู้ฟ้องจึงไม่ควรรอเก็บหลักฐานนานเกินไป รายละเอียดอ่านได้ที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี นับจากวันไหน

อีกข้อต่อสู้หนึ่งอยู่ในมาตรา 1523 วรรคสาม คือ ถ้าคู่สมรสผู้ฟ้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้เกิดความสัมพันธ์นั้น จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ ส่วนจำนวนเงินที่ศาลกำหนด ขึ้นกับพฤติการณ์ของแต่ละคดี

คำถามที่พบบ่อย

อีกฝ่ายบอกว่ากำลังจะหย่า ถือว่าไม่รู้ไหม

การรู้ว่ายังไม่ได้หย่า คือรู้ว่ายังมีคู่สมรสอยู่ ข้ออ้างนี้จึงมักไม่ช่วยเรื่องความรับผิด แต่ถ้าครอบครัวแตกร้าวหรือแยกกันอยู่มานานจริง อาจเป็นพฤติการณ์ที่ศาลนำมาพิจารณาเรื่องจำนวนค่าทดแทน อ่านปัจจัยที่ศาลดูได้ที่ ฟ้องชู้ได้กี่บาท

เคยเห็นภรรยาเขาแค่ครั้งเดียว ถือว่ารู้ไหม

ขึ้นกับว่าครั้งนั้นรู้ฐานะหรือไม่ เช่น ได้รับการแนะนำว่าเป็นภรรยา หรือเพียงเห็นผ่าน ๆ ศาลดูพฤติการณ์ทั้งหมดรวมกัน ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว

คู่สมรสไม่ใส่แหวนแต่งงาน มีผลไหม

เป็นเพียงข้อเท็จจริงประกอบอย่างหนึ่ง การไม่ใส่แหวนไม่ได้แปลว่าคนอื่นไม่ควรรู้ ถ้ามีหลักฐานอื่นที่ชัดกว่า เช่น เคยเจอครอบครัว ข้อนี้ก็มีน้ำหนักน้อย

ถ้าบุคคลภายนอกเป็นเพศเดียวกับคู่สมรส ใช้หลักเดียวกันไหม

ใช้หลักเดียวกัน หลังการแก้ไข ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ถ้อยคำในมาตรา 1523 ไม่ได้จำกัดเพศของผู้ที่มีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว ประเด็นว่ารู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสจึงพิจารณาแบบเดียวกัน

ฟ้องชู้ต้องฟ้องหย่าด้วยไหม

ไม่จำเป็น มาตรา 1523 วรรคสอง ให้คู่สมรสเรียกค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกได้โดยไม่ต้องหย่า ผู้ฟ้องจึงเลือกได้ว่าจะรักษาครอบครัวไว้หรือไม่

ควรเริ่มอย่างไร

ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายฟ้องหรือฝ่ายถูกฟ้อง ให้เริ่มจากทำลำดับเหตุการณ์ว่าจำเลยรู้เรื่องคู่สมรสเมื่อใด จากช่องทางใด พร้อมหลักฐานของแต่ละจุด

จากนั้นปรึกษาทนายความคดีครอบครัวเพื่อประเมินน้ำหนักของหลักฐานเรื่องความรู้ ซึ่งมักเป็นจุดชี้ขาดของคดีลักษณะนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรฟ้อง เจรจา หรือต่อสู้คดีอย่างไร

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ