โดยหลักแล้ว หน้าที่ให้ค่าเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมายสิ้นสุดเมื่อลูกบรรลุนิติภาวะ ซึ่งปกติคืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ข้อยกเว้นตามกฎหมายมีกรณีเดียว คือลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ ส่วนค่าเรียนมหาวิทยาลัยหลังอายุ 20 ปี จะเรียกได้เมื่อพ่อแม่ทำข้อตกลงกันไว้
หน้าที่ให้ค่าเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมาย สิ้นสุดเมื่อไร
คำตอบอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 ซึ่งแบ่งหน้าที่ของพ่อแม่ไว้เป็นสองช่วงอย่างชัดเจน
- วรรคหนึ่ง พ่อแม่ต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่บุตรเป็นผู้เยาว์
- วรรคสอง เมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว พ่อแม่ยังต้องอุปการะเลี้ยงดู แต่เฉพาะบุตรที่ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้
ลูกบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายก่อนอายุ 20 ปี วันนั้นจึงเป็นเส้นแบ่งที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้
ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นว่ากรณีที่พบบ่อยแต่ละแบบ กฎหมายบังคับให้จ่ายหรือไม่
| สถานการณ์ของลูก | กฎหมายบังคับให้จ่ายไหม | ฐานที่ใช้เรียก |
|---|---|---|
| อายุยังไม่ครบ 20 ปี และยังไม่ได้สมรส | บังคับ | มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง |
| อายุ 20 ปีขึ้นไป กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ร่างกายปกติ | ไม่บังคับตามกฎหมาย | เรียกได้เฉพาะเมื่อมีข้อตกลง |
| อายุ 20 ปีขึ้นไป ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ | บังคับ | มาตรา 1564 วรรคสอง |
| อายุ 20 ปีขึ้นไป มีข้อตกลงให้จ่ายจนจบปริญญา | ผูกพันตามข้อตกลง | บันทึกข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ |
ลูกเรียนมหาวิทยาลัยหลังอายุ 20 ยังเรียกค่าเลี้ยงดูได้ไหม
ถ้าไม่มีข้อตกลงใด ๆ การเรียนต่อเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะการเป็นนักศึกษาไม่ใช่ความทุพพลภาพตามมาตรา 1564 วรรคสอง
ในชีวิตจริง พ่อแม่จำนวนมากยังส่งเสียลูกจนเรียนจบด้วยความสมัครใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายหยุดจ่ายหลังลูกอายุครบ 20 ปี และไม่เคยตกลงอะไรไว้เป็นหนังสือ การฟ้องบังคับมักไม่มีฐานรองรับ
ในทำนองเดียวกัน ถ้าคำพิพากษาเดิมกำหนดให้จ่าย "จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ" หน้าที่ตามคำพิพากษานั้นก็จบลงตามที่เขียนไว้ การขอให้ขยายไปถึงจบปริญญาโดยอาศัยหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเดียวจึงทำได้ยาก
ลูกทุพพลภาพหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ต้องเข้าเงื่อนไขอะไรบ้าง
ต้องครบ สองเงื่อนไขพร้อมกัน คือลูกทุพพลภาพ และหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ ถ้าลูกพิการบางส่วนแต่ยังทำงานมีรายได้พอเลี้ยงตัว ศาลอาจเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไข
หลักฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
- ใบรับรองแพทย์หรือประวัติการรักษาที่ระบุสภาพและการพยากรณ์โรค
- บัตรประจำตัวคนพิการ ถ้ามี
- หลักฐานว่าลูกไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่พอแก่ค่าครองชีพ
- รายการค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่ารักษา ค่ายา ค่าผู้ดูแล และค่าอุปกรณ์
- หลักฐานรายได้และทรัพย์สินของพ่อหรือแม่ที่ต้องจ่าย
จำนวนเงินศาลกำหนดตามมาตรา 1598/38 โดยดูความสามารถของผู้จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี และถ้าภายหลังสถานการณ์เปลี่ยน ก็ขอเพิ่ม ลด หรืองดได้ตามมาตรา 1598/39
ข้อที่ต้องระวังคือ มาตรา 1562 ห้ามบุคคลฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่ง ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วจึงฟ้องพ่อหรือแม่เองโดยตรงไม่ได้ แต่ลูกหรือญาติสนิทร้องขอให้พนักงานอัยการยกคดีขึ้นว่ากล่าวแทนได้
เขียนข้อตกลงให้จ่ายค่าเลี้ยงดูจนลูกจบปริญญาอย่างไรให้ใช้ได้จริง
ข้อตกลงเรื่องนี้มักทำไว้ในบันทึกข้อตกลงตอนจดทะเบียนหย่า หรือในสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ถ้อยคำที่ชัดเจนคือสิ่งที่ทำให้บังคับได้จริง ไม่ใช่แค่ความตั้งใจดีในวันที่เซ็น
ประเด็นที่ควรเขียนให้ครบมีดังนี้
- ระบุจุดสิ้นสุดเป็นทั้งระดับการศึกษาและอายุ เช่น จนกว่าบุตรจะสำเร็จปริญญาตรี แต่ไม่เกินวันที่บุตรอายุครบ 25 ปี
- แยกค่าใช้จ่ายรายเดือนออกจากค่าเล่าเรียน และกำหนดวิธีจ่ายค่าเทอมตามใบเสร็จจริง
- กำหนดวันที่ต้องโอน เลขบัญชีที่รับเงิน และหลักฐานการชำระ
- เขียนกรณีลูกพักการเรียน ย้ายคณะ เรียนซ้ำชั้น หรือไปเรียนต่างประเทศ ว่าจะจ่ายต่อหรือไม่
- กำหนดว่าเงินโอนเข้าบัญชีของใคร เมื่อลูกโตแล้วอาจให้โอนเข้าบัญชีลูกโดยตรง
- ถ้าเป็นคดีในศาล ให้ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลพิพากษาตาม เพื่อบังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด
อย่าเขียนแค่ว่า "จ่ายจนกว่าลูกจะเรียนจบ" เพราะไม่ชัดว่าจบระดับไหนและถึงอายุเท่าไร ถ้อยคำกำกวมเป็นต้นเหตุของคดีความหลายปีให้หลัง ควรให้ทนายตรวจก่อนลงชื่อ
ถ้าอีกฝ่ายไม่จ่ายตามข้อตกลงหลังลูกอายุ 20 ปี ทำอย่างไร
ขึ้นอยู่กับว่าข้อตกลงนั้นอยู่ในรูปแบบใด ถ้าเป็นคำพิพากษาตามยอม ผู้มีสิทธิขอบังคับคดีได้เลย เช่น อายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์
ถ้าเป็นบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า คู่สัญญาอีกฝ่ายต้องฟ้องให้ปฏิบัติตามสัญญาก่อน แล้วจึงบังคับคดีตามคำพิพากษา
ค่าเลี้ยงดูที่ค้างชำระเป็นงวดมีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (4) จึงไม่ควรปล่อยให้ค้างนาน อ่านขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังและการบังคับคดี
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอายุ 18 ทำงานมีรายได้แล้ว ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูไหม
ลูกยังเป็นผู้เยาว์ หน้าที่ตามกฎหมายจึงยังอยู่ แต่ค่าเลี้ยงดูเรียกได้เมื่อผู้รับไม่ได้รับหรือได้รับไม่พอแก่อัตภาพ ถ้าลูกเลี้ยงตัวเองได้จริง ผู้จ่ายอาจขอให้ศาลลดหรืองดได้ตามมาตรา 1598/39
ตกลงกันด้วยวาจาว่าจะส่งเรียนจนจบ บังคับได้ไหม
ปัญหาหลักคือการพิสูจน์ ถ้ามีข้อความแชตหรือหลักฐานการโอนเงินสม่ำเสมออาจช่วยได้บ้าง แต่ความเสี่ยงสูงกว่าข้อตกลงเป็นหนังสือมาก ควรทำให้เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
แม่ตกลงไม่เอาค่าเลี้ยงดูลูก แลกกับได้บ้าน ภายหลังเปลี่ยนใจได้ไหม
มาตรา 1598/41 วางหลักว่าสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจะสละหรือโอนมิได้ ข้อตกลงที่ตัดสิทธิของลูกจึงมีปัญหาในตัวเอง แต่ศาลจะพิจารณาภาพรวมของข้อตกลงหย่าด้วย ควรให้ทนายประเมินเป็นรายกรณี
ค่าเลี้ยงดูลูกที่ทุพพลภาพ ต้องจ่ายถึงอายุเท่าไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุสิ้นสุดไว้ หน้าที่อยู่ตราบเท่าที่ลูกยังทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ และจำนวนเงินปรับได้ตามสถานการณ์ของทั้งสองฝ่าย
ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก อีกฝ่ายต้องรับผิดชอบไหม
ถ้าลูกอายุเกิน 20 ปีแล้ว ขึ้นอยู่กับข้อตกลงล้วน ๆ ถ้าข้อตกลงไม่ได้พูดถึงการเรียนต่างประเทศ อีกฝ่ายอาจโต้แย้งว่าไม่ได้ผูกพันในส่วนที่เกินจากที่ตกลงไว้
ควรเริ่มอย่างไร
ถ้ากำลังจะหย่าและลูกยังเล็ก ให้คุยเรื่องการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนทำข้อตกลง เพราะเป็นช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังเจรจากันได้ ดูหัวข้ออื่นที่ควรเขียนให้ครบได้ที่ เช็กลิสต์ข้อตกลงหย่าโดยความยินยอม และวิธีคิดจำนวนเงินที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร
ถ้าลูกโตแล้วและอีกฝ่ายหยุดจ่าย ให้รวบรวมข้อตกลง หลักฐานการโอนที่ผ่านมา และหลักฐานค่าเรียน แล้วปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เพื่อดูว่าข้อตกลงที่มีบังคับได้แค่ไหนและควรเริ่มจากช่องทางใด
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
