สัญญาค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่พ่อแม่เขียนกันเองและลงชื่อไว้ มีผลผูกพันได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่จ่าย ต้องไปฟ้องศาลก่อน ส่วนข้อตกลงที่ทำผ่านการไกล่เกลี่ยของศาลจนได้คำพิพากษาตามยอม จะใช้บังคับคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องใหม่
สัญญาค่าเลี้ยงดูบุตรทำได้กี่แบบ
ทำได้ 4 แบบหลัก ต่างกันที่ความง่ายในการบังคับเมื่ออีกฝ่ายผิดนัด
| แบบ | ทำที่ไหน | ถ้าไม่จ่าย ต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| หนังสือสัญญาที่ทำกันเอง | ทำเอง หรือให้ทนายร่าง | ฟ้องตามสัญญา ได้คำพิพากษาก่อน แล้วจึงบังคับคดี |
| ข้อตกลงในการจดทะเบียนหย่า | สำนักทะเบียนเขตหรืออำเภอ | ฟ้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลง แล้วจึงบังคับคดี |
| ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่ศาล | ศาลที่มีเขตอำนาจ ตามมาตรา 20 ตรี | ถ้าศาลพิพากษาตามยอมไว้ ขอบังคับคดีได้เลย |
| สัญญาประนีประนอมในคดี | ในคดีที่ฟ้องกันแล้ว ตามมาตรา 138 | ขอบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมได้เลย |
ถ้าพ่อแม่จดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียน กฎหมายให้ตกลงในการหย่าว่าใครจะออกค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าใด ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ ศาลเป็นผู้กำหนด (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1522)
เขียนสัญญากันเองมีผลบังคับแค่ไหน
มีผลเป็นสัญญาที่ผูกพันคู่สัญญา แต่ยังไม่ใช่คำพิพากษา เจ้าหน้าที่บังคับคดียึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนตามสัญญาแบบนี้โดยตรงไม่ได้
ถ้าสัญญาเป็นการยุติข้อพิพาทกันแบบประนีประนอมยอมความ จะฟ้องร้องบังคับได้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด (มาตรา 851) จึงไม่ควรตกลงกันแค่ทางวาจาหรือข้อความแชต
ข้อดีของสัญญาที่ทำเองคือเร็วและไม่มีค่าใช้จ่ายมาก ข้อเสียคือวันที่มีปัญหาต้องเริ่มคดีใหม่ ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน ในช่วงนั้นลูกอาจขาดเงิน
ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่ศาล คืออะไร ทำอย่างไร
เป็นช่องทางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 20 ตรี ที่ให้ผู้ที่จะเป็นคู่ความขอให้ศาลตั้งผู้ประนีประนอมไกล่เกลี่ยก่อนยื่นฟ้องได้
- ยื่นคำร้องต่อศาลที่จะมีเขตอำนาจถ้าฟ้องคดีนั้น ระบุชื่อ ภูมิลำเนาของคู่กรณี และรายละเอียดข้อพิพาท
- ศาลสอบถามอีกฝ่ายว่ายินยอมเข้าไกล่เกลี่ยหรือไม่
- ถ้ายินยอม ศาลนัดคู่กรณีมาพูดคุยกับผู้ประนีประนอม จะมีทนายหรือไม่ก็ได้
- ถ้าตกลงกันได้ ผู้ประนีประนอมเสนอข้อตกลงต่อศาล ศาลตรวจว่าตรงเจตนา เป็นธรรม และไม่ขัดกฎหมาย แล้วให้ลงลายมือชื่อ
- ในวันทำข้อตกลง ขอให้ศาลพิพากษาตามยอมได้ โดยต้องแสดงเหตุจำเป็น
การยื่นคำร้องและดำเนินการตามมาตรานี้ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ อายุความที่กำลังจะครบอาจขยายออกไปอีก 60 วันนับแต่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุด
ข้อตกลงที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จแต่ไม่ได้ขอให้ศาลพิพากษาตามยอม จะมีสภาพใกล้เคียงสัญญาทั่วไป ถ้าต้องการให้บังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด ต้องขอคำพิพากษาตามยอมในวันทำข้อตกลง พร้อมอธิบายเหตุจำเป็น เช่น อีกฝ่ายเคยผิดนัดหรือกำลังย้ายไปต่างประเทศ
สัญญาค่าเลี้ยงดูบุตรควรเขียนอะไรบ้าง
ควรเขียนให้คนอ่านเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องตีความ เพราะวันที่ต้องบังคับ ศาลและเจ้าหน้าที่จะดูจากถ้อยคำในเอกสาร
- ชื่อลูกทุกคน และจำนวนเงินต่อคนต่อเดือน
- วันที่ต้องจ่าย ช่องทางโอน และเลขบัญชีปลายทาง
- จ่ายถึงเมื่อไร เช่น จนบุตรบรรลุนิติภาวะ หรือจนจบปริญญาตรี
- ค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล ใครจ่ายสัดส่วนเท่าไร
- การปรับเพิ่มตามช่วงอายุหรือระดับชั้นเรียน
- ผลเมื่อผิดนัด เช่น ยอดที่ค้างถึงกำหนดทั้งหมด
กฎหมายให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจ่ายเป็นเงินเป็นคราว ๆ ตามกำหนด เว้นแต่คู่กรณีตกลงกันเป็นอย่างอื่น (มาตรา 1598/40) จึงตกลงให้จ่ายค่าเทอมตรงกับโรงเรียน หรือจ่ายล่วงหน้าเป็นก้อนบางส่วนได้ ดูวิธีประเมินจำนวนเงินได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร
ตกลงไว้แล้ว เปลี่ยนจำนวนภายหลังได้ไหม
ได้ เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนไป ศาลมีอำนาจสั่งเพิ่ม ลด งด หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ (มาตรา 1598/39)
ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนจำนวนควรเก็บหลักฐานความเปลี่ยนแปลง เช่น ตกงาน รายได้เพิ่มขึ้นมาก หรือค่าใช้จ่ายลูกสูงขึ้นเพราะย้ายโรงเรียน การหยุดจ่ายเองโดยไม่ขอศาลไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง ดูวิธียื่นได้ที่ วิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู บุตรหรือคู่สมรสทำได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เขียนในสัญญาว่า "จะไม่เรียกค่าเลี้ยงดูบุตรอีก" ใช้ได้ไหม
ไม่ควรเขียน เพราะสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจะสละหรือโอนไม่ได้ (มาตรา 1598/41) ข้อความทำนองนี้จึงไม่ปิดทางที่ลูกจะได้รับการเลี้ยงดูตามกฎหมาย และอาจทำให้สัญญาส่วนอื่นถูกโต้แย้งไปด้วย
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทำสัญญาค่าเลี้ยงดูลูกได้ไหม
ทำได้ แต่ควรคิดเรื่องสถานะพ่อตามกฎหมายควบคู่กันไป เด็กจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อเมื่อพ่อแม่สมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษา (มาตรา 1547) ซึ่งทำให้สิทธิของลูกมั่นคงกว่าการพึ่งสัญญาอย่างเดียว
ค่าเลี้ยงดูที่ค้างหลายปี ยังบังคับได้ไหม
ถ้ามีคำพิพากษาตามยอมกำหนดให้จ่ายเป็นรายเดือน ระยะเวลาบังคับคดี 10 ปีนับแยกเป็นรายงวด ตั้งแต่วันที่งวดนั้นถึงกำหนด (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 วรรคสอง) อ่านเรื่องการตามยอดค้างได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร
อุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมได้ไหม ถ้าภายหลังรู้สึกเสียเปรียบ
โดยหลักอุทธรณ์ไม่ได้ เว้นแต่อ้างว่าอีกฝ่ายฉ้อฉล คำพิพากษาขัดกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย หรือไม่ตรงกับที่ตกลง (มาตรา 138) จึงควรอ่านข้อตกลงทุกบรรทัดก่อนลงชื่อ
จดทะเบียนหย่าไปแล้วโดยไม่ได้เขียนเรื่องค่าเลี้ยงดู ทำอย่างไร
ยังเจรจาทำข้อตกลงภายหลังได้ หรือใช้การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่ศาล ถ้าตกลงไม่ได้จึงฟ้องให้ศาลกำหนด ตามมาตรา 1522 วรรคสอง
ควรเริ่มอย่างไร
- ทำตารางค่าใช้จ่ายจริงของลูกต่อเดือนและต่อปีการศึกษา
- คุยกับอีกฝ่ายเรื่องหลักการก่อน เช่น สัดส่วนที่แต่ละคนรับผิดชอบ
- เลือกรูปแบบข้อตกลงตามความเสี่ยง ถ้าอีกฝ่ายเคยผิดนัด ให้มุ่งไปที่คำพิพากษาตามยอม
- ให้ทนายตรวจถ้อยคำเรื่องจำนวน วันจ่าย ระยะเวลา และผลเมื่อผิดนัด
ข้อตกลงที่ดีคือข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายทำตามได้จริง และถ้ามีปัญหาก็บังคับได้โดยไม่ต้องเริ่มคดีใหม่ ถ้ากำลังจะหย่าโดยความยินยอม ดูเรื่องที่ควรเขียนให้ครบได้ที่ หย่าโดยความยินยอม ข้อตกลงหย่าควรเขียนเรื่องอะไรให้ครบ และหากต้องการทำให้เป็นคำพิพากษาตามยอม การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวจะช่วยให้ร่างถ้อยคำได้รัดกุมตั้งแต่ครั้งแรก
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
