ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องจ้างทนายไหม ฟ้องเองได้แค่ไหน

ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรเองได้โดยไม่ต้องมีทนาย และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ด้วย แต่ถ้าอีกฝ่ายต่อสู้ พ่อยังไม่ได้รับรองบุตร หรืออยู่ต่างประเทศ การมีทนายช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรเองได้ไหม

ได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 ให้คู่ความว่าความด้วยตนเองได้ และ คดีค่าอุปการะเลี้ยงดูมีช่องทางที่ออกแบบให้คนทั่วไปเข้าถึงง่าย กว่าคดีแพ่งทั่วไป

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 157 ให้ผู้ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ หรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาลก็ได้ ถ้าแถลงด้วยวาจา ศาลจะสอบถามและบันทึกไว้ อ่านให้ฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อ

ฝ่ายที่ฟ้องในนามลูกคือผู้ที่ดูแลลูกและมีอำนาจกระทำการแทนลูก โดยทั่วไปคือพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงดูลูกอยู่

ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าขึ้นศาลเท่าไร

คำขอเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียม ตามมาตรา 155 ของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งการยื่นคำฟ้องและกระบวนพิจารณาในคดีนั้น

แต่ถ้ายื่นคำขอเรื่องอื่นรวมมาด้วย เช่น ขอให้รับรองบุตร หรือขอแบ่งทรัพย์สิน ส่วนนั้นอาจมีค่าธรรมเนียมตามปกติ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ศาล หรือคำนวณด้วยระบบคำนวณค่าธรรมเนียมของศาลยุติธรรมที่ fees.coj.go.th ก่อนยื่น

ค่าใช้จ่ายจริงที่ยังมีคือค่าเอกสาร ค่าเดินทาง และค่าทนายความ ถ้าเลือกจ้าง

ค่าทนายฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร ขึ้นกับอะไร

ค่าทนายไม่มีอัตรากลาง เพราะ ปริมาณงานในแต่ละคดีต่างกันมาก ปัจจัยที่ทำให้ค่าบริการสูงหรือต่ำ ได้แก่

  • อีกฝ่ายยอมจ่ายและตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ย หรือต่อสู้คดีจนต้องสืบพยาน
  • ต้องขอให้รับรองบุตรด้วยหรือไม่ และต้องตรวจดีเอ็นเอหรือไม่
  • รายได้ของอีกฝ่ายพิสูจน์ง่ายแค่ไหน เช่น เป็นพนักงานประจำ หรือมีธุรกิจส่วนตัว
  • อีกฝ่ายอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ซึ่งต้องจัดการเรื่องส่งหมายและคำแปล
  • มีอุทธรณ์ หรือต้องบังคับคดีต่อหลังศาลพิพากษา

เมื่อจะจ้าง ควรขอให้ระบุขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าครอบคลุมถึงขั้นไหน และค่าใช้จ่ายใดไม่รวมอยู่

ประเด็นฟ้องเองมีทนายความ
ค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าขึ้นศาล เหลือค่าเอกสารและเดินทางมีค่าทนายเพิ่มตามขอบเขตงาน
การยื่นฟ้องยื่นเป็นหนังสือ หรือแถลงด้วยวาจาต่อศาลทนายร่างคำฟ้องและคำขอให้ครบ
การพิสูจน์รายได้ต้องหาหลักฐานและเรียกพยานเองทนายขอให้ศาลเรียกเอกสารจากหน่วยงานได้ตรงจุด
เหมาะกับอีกฝ่ายยอมรับเป็นพ่อ รายได้ชัด และพร้อมตกลงอีกฝ่ายปฏิเสธ ซ่อนรายได้ หรืออยู่ต่างประเทศ

ไม่มีเงินจ้างทนาย มีทางเลือกอะไรบ้าง

ทางแรกคือ ขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ ตามมาตรา 158 ของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ทนายที่ศาลแต่งตั้งได้รับค่าป่วยการตามระเบียบของศาล

  • ปรึกษานิติกรหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ให้คำปรึกษาของศาลเยาวชนและครอบครัว ก่อนยื่นฟ้อง
  • ติดต่องานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายของสภาทนายความ
  • ขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน

ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรเอง จุดที่คนพลาดบ่อยมีอะไรบ้าง

จุดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การเขียนคำฟ้อง แต่อยู่ที่ การเตรียมพื้นฐานของคดีไม่ครบ ตั้งแต่ก่อนยื่น

  1. ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และพ่อยังไม่ได้รับรองบุตร เด็กจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อเมื่อพ่อแม่สมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนรับรอง หรือศาลพิพากษา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 จึงต้องขอให้รับรองบุตรไปพร้อมกัน
  2. ยื่นผิดศาล โดยหลักต้องยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือที่มูลคดีเกิด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4
  3. ไม่มีหลักฐานรายได้และค่าใช้จ่าย ศาลกำหนดจำนวนจากความสามารถของผู้จ่าย ฐานะของผู้รับ และค่าใช้จ่ายจริงของลูก
  4. ขอเงินเป็นก้อนเดียวโดยไม่ระบุวิธีชำระ ควรขอเป็นรายเดือน ระบุวันที่ต้องจ่าย และบัญชีที่รับโอน
  5. พลาดกำหนดเวลา ถ้าจำเลยไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ต้องขอให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวภายใน 15 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198
  6. ได้คำพิพากษาแล้วไม่บังคับคดี ถ้าอีกฝ่ายไม่จ่าย ต้องดำเนินการบังคับคดีเอง เงินจะไม่เข้ามาโดยอัตโนมัติ
ค่าขึ้นศาลได้รับยกเว้นก็จริง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและพ่อยังไม่ได้รับรองบุตร ต้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรด้วย มิฉะนั้นจะเรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อไม่ได้

อ่านวิธีที่ศาลคิดจำนวนเงินได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร และเรื่องเงินค้างจ่ายได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ต้องไปศาลเองทุกนัดไหม ถ้าไม่มีทนาย

ถ้าฟ้องเองโดยไม่มีทนาย ผู้ฟ้องต้องไปศาลตามนัดเอง โดยเฉพาะนัดไกล่เกลี่ยและนัดสืบพยาน ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความแทนไม่ได้ ถ้าไปไม่สะดวก จึงควรแต่งตั้งทนาย

ไกล่เกลี่ยต้องมีทนายไหม

ไม่จำเป็น การไกล่เกลี่ยในคดีครอบครัวเป็นขั้นตอนที่ศาลจัดให้ก่อนเริ่มพิจารณา ตามมาตรา 148 ของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ แต่ถ้าจะตกลงเรื่องเงินระยะยาว ควรให้ผู้รู้กฎหมายตรวจถ้อยคำก่อนลงชื่อ

แพ้คดีค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องเสียค่าธรรมเนียมแทนอีกฝ่ายไหม

มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่รายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นขึ้นกับคำสั่งศาลในแต่ละคดี ควรสอบถามทนายหรือเจ้าหน้าที่ศาลจากข้อเท็จจริงของตน

ทนายรับประกันจำนวนเงินที่จะได้ไหม

ไม่ควรมีใครรับประกัน เพราะศาลกำหนดจำนวนจากพยานหลักฐานเรื่องรายได้ ฐานะ และค่าใช้จ่ายของลูก ทนายที่ดีจะประเมินช่วงตัวเลขที่สมเหตุผลจากหลักฐานที่มีอยู่จริง

ควรเริ่มอย่างไร

ตอบคำถามสามข้อก่อน คือ จดทะเบียนสมรสหรือพ่อรับรองบุตรแล้วหรือยัง อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน และมีหลักฐานรายได้ของอีกฝ่ายแค่ไหน ถ้าทั้งสามข้อชัดเจนและอีกฝ่ายพร้อมคุย การฟ้องเองอาจเพียงพอ

ถ้าข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ชัด ควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนยื่น เพื่อวางคำขอให้ครบในคราวเดียว ดูเปรียบเทียบการฟ้องเองกับมีทนายในคดีครอบครัวได้ที่ ฟ้องหย่าต้องมีทนายไหม ฟ้องเองได้หรือเปล่า

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ