ขอภาพกล้องวงจรปิดโรงแรม ฟ้องชู้ ให้ศาลออกหมายเรียกอย่างไร

ถ้าโรงแรม ค่ายมือถือ หรือธนาคารไม่ยอมให้ข้อมูลเพราะ PDPA ทางที่ถูกคือให้ทนายขอให้ศาลสั่งเรียกเอกสารจากผู้ถือข้อมูล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 123 หรือขอสืบพยานไว้ก่อนตามมาตรา 101 ถ้ากลัวข้อมูลสูญหาย และต้องรีบ เพราะภาพกล้องวงจรปิดมักถูกบันทึกทับ

ทำไมโรงแรมไม่ยอมให้ภาพกล้องวงจรปิด

ภาพกล้องวงจรปิด ข้อมูลการเข้าพัก รายการโทร และรายการเดินบัญชี เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่น ทั้งของคู่สมรส ของบุคคลที่สาม และของแขกคนอื่นที่อยู่ในภาพ ผู้ถือข้อมูลจึงมักปฏิเสธคำขอจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาควรทำ

การปฏิเสธนี้ไม่ได้แปลว่าข้อมูลใช้ในคดีไม่ได้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (5) ยกเว้นการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดีและการบังคับคดี เมื่อมีคำสั่งศาล ผู้ถือข้อมูลจึงส่งข้อมูลให้ศาลได้

ข้อควรรู้คือ ข้อมูลจะถูกส่งไปที่ศาล ไม่ใช่ส่งตรงให้เรา และศาลจะสั่งเฉพาะเอกสารที่เห็นว่าเป็นพยานสำคัญในคดี

ขอให้ศาลเรียกเอกสารได้ตอนไหน ก่อนหรือหลังฟ้อง

ทำได้ทั้งสองช่วง แต่ใช้มาตราต่างกัน และเงื่อนไขต่างกัน

ช่วงเวลาวิธีเงื่อนไขหลัก
ก่อนยื่นฟ้องยื่นคำร้องขอสืบพยานไว้ก่อน (มาตรา 101)เกรงว่าพยานหลักฐานจะสูญหาย หรือยากแก่การนำมาสืบภายหลัง
ระหว่างคดียื่นคำขอให้ศาลสั่งผู้ถือเอกสารส่งเอกสาร (มาตรา 123)ศาลเห็นว่าเป็นพยานสำคัญ และคำขอมีเหตุผล
วันสืบพยานขอให้ศาลเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลข้อมูลมาเบิกความใช้เมื่อต้องอธิบายที่มาของข้อมูล เช่น เวลาในกล้องหรือระบบเก็บข้อมูล

ตามมาตรา 123 คำสั่งศาลต้องส่งถึงผู้ถือเอกสารล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันที่ต้องส่ง และถ้าได้เอกสารมาไม่ทัน ศาลอาจดำเนินการสืบพยานต่อไปตามที่เห็นสมควร

ส่วนมาตรา 101 ศาลจะเรียกผู้ขอ คู่ความอีกฝ่าย หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาฟังก่อน แล้วจึงมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ข้อมูลจากที่ไหนบ้างที่มักขอผ่านศาล

ในคดีชู้ ข้อมูลจากบุคคลภายนอกมักใช้พิสูจน์การพบกัน การพักด้วยกัน และการให้เงินหรือของ ซึ่งเป็นหัวใจของการล่วงเกินในทำนองชู้ตามมาตรา 1523

ผู้ถือข้อมูลตัวอย่างข้อมูลข้อสังเกต
โรงแรม รีสอร์ตภาพกล้องวงจรปิด ใบลงทะเบียนเข้าพัก ใบเสร็จภาพกล้องมักเก็บไว้ไม่นาน ต้องระบุวันเวลาให้แคบ
ค่ายมือถือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตข้อมูลผู้จดทะเบียนเบอร์ ข้อมูลการใช้บริการผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ธนาคารรายการโอนเงินไปยังบัญชีที่เกี่ยวข้องธนาคารรักษาความลับของลูกค้า มักให้ข้อมูลเมื่อมีคำสั่งหรือหมายของศาล
นิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้านบันทึกเข้าออก ภาพกล้องที่ลานจอดระยะเวลาเก็บแล้วแต่ระบบของแต่ละแห่ง

ไม่ใช่ทุกคดีต้องขอทุกแหล่ง ทนายจะเลือกแหล่งที่พิสูจน์ประเด็นได้ตรงที่สุด คำขอที่กว้างเกินไป เช่น ขอรายการเดินบัญชีทั้งปีโดยไม่บอกเหตุ ศาลอาจไม่อนุญาต

ทำไมต้องรีบ ก่อนข้อมูลถูกลบ

ข้อมูลจากบุคคลภายนอกส่วนใหญ่มีอายุจำกัดตามระบบของผู้ถือข้อมูล กล้องวงจรปิดหลายระบบบันทึกทับอัตโนมัติเมื่อพื้นที่เต็ม ส่วนข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ กฎหมายกำหนดเพียงขั้นต่ำ 90 วัน

ถ้ารู้วันและสถานที่ที่คู่สมรสไปพักกับบุคคลที่สาม ให้ปรึกษาทนายภายในไม่กี่วัน ทนายอาจมีหนังสือแจ้งโรงแรมขอให้เก็บรักษาภาพช่วงเวลานั้นไว้ระหว่างรอคำสั่งศาล ซึ่งต่างจากการขอให้ส่งภาพให้เรา และยื่นคำร้องขอสืบพยานไว้ก่อนตามมาตรา 101 ถ้าจำเป็น

อีกเรื่องที่ต้องคิดคู่กันคืออายุความ มาตรา 1529 ให้สิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ระงับเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่รู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริง อ่านเพิ่มได้ที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี นับจากวันไหน

ขั้นตอนขอข้อมูลผ่านศาล

  1. จดรายละเอียดให้แคบที่สุด ชื่อสถานที่ สาขา วันที่ ช่วงเวลา ทะเบียนรถ หรือเลขบัญชีที่เกี่ยวข้อง
  2. ปรึกษาทนาย เพื่อเลือกว่าจะยื่นก่อนฟ้องตามมาตรา 101 หรือรอยื่นในคดีตามมาตรา 123
  3. ยื่นคำร้องต่อศาล ระบุผู้ถือเอกสาร เอกสารที่ต้องการ และเหตุผลว่าทำไมเป็นพยานสำคัญ
  4. ส่งคำสั่งศาลถึงผู้ถือเอกสาร ตามกำหนดเวลา และติดตามว่าได้รับแล้ว
  5. ตรวจเอกสารที่ศาลได้รับ แล้วพิจารณาว่าต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาเบิกความยืนยันที่มาของข้อมูลด้วยหรือไม่

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหลักฐานชุดไหนจำเป็นจริง อ่านภาพรวมได้ที่ ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง และวิธีเก็บที่ไม่ผิดกฎหมาย

ข้อมูลที่ได้มา ใช้ได้แค่ไหน และต้องระวังอะไร

ข้อมูลที่ได้ผ่านศาลมีไว้ใช้พิสูจน์ในคดีเท่านั้น การนำภาพหรือรายการเดินบัญชีไปเผยแพร่ หรือส่งต่อให้คนรู้จัก อาจทำให้เราถูกฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทหรือละเมิดความเป็นส่วนตัว

  • อย่าติดสินบนหรือขอร้องพนักงานโรงแรมให้แอบส่งภาพให้ ทั้งเราและพนักงานอาจมีปัญหาทางกฎหมาย
  • อย่าแอบติดตั้งอุปกรณ์ติดตามหรือแอบเข้าบัญชีของผู้อื่น เพื่อหาข้อมูลมาเทียบกับภาพที่ศาลเรียก
  • เก็บสำเนาที่ได้จากศาลไว้กับทนาย และใช้เฉพาะในคดี

ภาพกล้องวงจรปิดเพียงภาพเดินเข้าโรงแรมด้วยกัน อาจยังไม่พอด้วยตัวเอง ศาลมักดูพยานหลายชิ้นประกอบกัน เช่น ข้อความ การโอนเงิน และพยานบุคคล ดูแนวทางเพิ่มได้ที่ ฟ้องหย่าต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง แยกตามเหตุหย่า

คำถามที่พบบ่อย

แจ้งความให้ตำรวจไปขอภาพกล้องแทนได้ไหม

การมีชู้ไม่ใช่ความผิดอาญา ตำรวจจึงมักไม่มีฐานสอบสวนเรื่องนี้โดยตรง เว้นแต่มีความผิดอาญาอื่นเกิดขึ้นด้วย ในคดีแพ่งเรื่องค่าทดแทน ทางที่ใช้คือขอผ่านศาลตาม ป.วิ.พ.

ถ้าโรงแรมบอกว่าภาพถูกลบไปแล้ว ทำอย่างไร

ขอให้ศาลเรียกเอกสารอื่นที่ยังอยู่ เช่น ใบลงทะเบียนเข้าพักหรือใบเสร็จ หรือเรียกเจ้าหน้าที่มาเบิกความว่าระบบเก็บข้อมูลนานเท่าไร ข้อเท็จจริงว่าภาพถูกลบตามรอบปกติไม่ได้ทำให้คดีจบ แต่ต้องหาหลักฐานอื่นมาทดแทน

ขอข้อมูลจากต่างประเทศได้ไหม

ทำได้ยากกว่ามาก เพราะต้องผ่านช่องทางระหว่างประเทศ และอยู่ใต้กฎหมายของประเทศนั้น ทนายมักเริ่มจากข้อมูลที่อยู่ในไทยก่อน เช่น การจองผ่านบริษัทในไทย หรือการชำระเงินผ่านธนาคารไทย

ศาลจะเรียกข้อมูลให้ทุกครั้งที่ขอไหม

ไม่ทุกครั้ง มาตรา 123 ให้ศาลสั่งเมื่อเห็นว่าเอกสารเป็นพยานสำคัญและคำขอมีเหตุผล คำขอที่ระบุวัน เวลา และประเด็นชัดเจน มีโอกาสได้รับอนุญาตมากกว่าคำขอแบบกว้าง ๆ

ควรเริ่มอย่างไร

วันนี้ให้จดวัน เวลา สถานที่ และข้อมูลที่รู้ให้ครบในที่เดียว แล้วรีบปรึกษาทนาย เพราะภาพที่ยังไม่ถูกลบในสัปดาห์นี้ อาจไม่มีแล้วในเดือนหน้า ทนายจะช่วยเลือกว่าควรขอแหล่งไหน ด้วยมาตราใด และเมื่อไร ให้ได้หลักฐานที่ศาลรับฟังโดยไม่ทำให้เราเสี่ยงเสียเอง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ