ฟ้องหย่าชาวกัมพูชา ในศาลไทย เอกสาร ล่าม และผลในกัมพูชา

ฟ้องหย่าคู่สมรสชาวกัมพูชาที่ศาลไทยได้ ถ้าการสมรสชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะดูทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายกัมพูชา เอกสารภาษาเขมรต้องแปลและรับรอง และถ้าจะนำคำพิพากษาไทยไปใช้ในกัมพูชา ต้องตรวจเงื่อนไขของศาลกัมพูชาก่อน

แต่งงานที่ไหน มีผลต่อการฟ้องหย่าอย่างไร

จุดเริ่มต้นคือการสมรสนั้นมีผลตามกฎหมายหรือไม่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 20 ให้การสมรสสมบูรณ์ถ้าทำถูกแบบตามกฎหมายของประเทศที่ทำการสมรส

สถานการณ์ผลโดยหลักสิ่งที่ต้องทำ
จดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียนในไทยเป็นคู่สมรสตามกฎหมายไทยฟ้องหย่าที่ศาลไทย หรือตกลงหย่าตามเงื่อนไขของกฎหมาย
สมรสตามแบบของกฎหมายกัมพูชาที่กัมพูชามีผลถ้าถูกแบบของกฎหมายกัมพูชาใช้หลักฐานการสมรสฉบับนั้นพร้อมคำแปลและการรับรองเอกสาร
แต่งงานตามประเพณีในไทยโดยไม่จดทะเบียนไม่เป็นคู่สมรสตามกฎหมายไทยไม่ต้องหย่า แต่ยังต้องจัดการเรื่องลูกและทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน

ถ้าคนไทยสมรสที่ต่างประเทศ อาจได้บันทึกฐานะแห่งครอบครัวไว้ที่สำนักทะเบียนในไทยแล้ว ควรขอสำเนาไว้ใช้ประกอบคำฟ้อง ภาพรวมกรณีสมรสต่างประเทศดูได้ที่ จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ หย่าในไทยได้ไหม

ศาลไทยใช้กฎหมายกัมพูชาด้วยไหม

ใช้ มาตรา 27 ของกฎหมายขัดกันแห่งกฎหมาย ให้ศาลไทยพิพากษาให้หย่าได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่า ส่วนเหตุหย่าใช้กฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายของประเทศที่ฟ้อง

โจทก์จึงต้องนำสืบว่ากฎหมายกัมพูชายอมให้หย่าในกรณีนั้น เช่น เสนอตัวบทที่เกี่ยวข้องพร้อมคำแปลที่รับรอง หรือความเห็นของผู้รู้กฎหมายกัมพูชา ศาลฎีกาเคยยกฟ้องคดีหย่าคู่สมรสต่างชาติเพราะไม่ได้นำสืบกฎหมายสัญชาติของอีกฝ่ายมาเลย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566)

ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงหย่ากันได้ มาตรา 26 กำหนดว่าการหย่าโดยความยินยอมใช้ได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยอมรับ จึงควรถามสำนักทะเบียนก่อนว่าต้องใช้เอกสารใดเพิ่ม หลักเรื่องกฎหมายที่ใช้บังคับอ่านเพิ่มได้ที่ หย่ากับคู่สมรสต่างชาติ ใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ

ต้องเตรียมเอกสารและล่ามอย่างไร

เอกสารที่ออกในกัมพูชาและเป็นภาษาเขมร ต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้อง ป.วิ.พ. มาตรา 46 ให้ศาลสั่งให้แนบคำแปลได้ และถ้าศาลสั่งแล้วไม่ทำ เอกสารนั้นอาจรับฟังไม่ได้

  • หลักฐานการสมรส ทะเบียนสมรสไทย หรือหนังสือสำคัญการสมรสของกัมพูชาพร้อมคำแปล
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของอีกฝ่าย และที่อยู่ล่าสุดทั้งในไทยและในกัมพูชา
  • สูติบัตรของลูก และหลักฐานการเลี้ยงดู
  • หลักฐานเหตุหย่า เช่น ข้อความ รูปถ่าย พยานบุคคล หรือหลักฐานวันที่แยกกัน
  • ตัวบทกฎหมายกัมพูชาที่เกี่ยวกับการหย่าพร้อมคำแปล หรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

เรื่องการรับรองเอกสาร ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 แต่ ณ วันเขียน กัมพูชาไม่อยู่ในรายชื่อภาคี จึงควรตรวจขั้นตอนรับรองเอกสารทางกงสุลกับกรมการกงสุลก่อนยื่น

ถ้าคู่ความหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย มาตรา 46 ให้คู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดหาล่าม ควรเตรียมล่ามภาษาเขมรที่เข้าใจศัพท์ครอบครัวและถามศาลล่วงหน้าว่าต้องมีคุณสมบัติหรือขั้นตอนใด

ส่งหมายไปกัมพูชา ใช้เวลาเท่าไร

ถ้าอีกฝ่ายไม่มีภูมิลำเนาในไทยแล้ว ศาลส่งหมายไปยังภูมิลำเนาหรือที่ทำการงานในต่างประเทศตาม ป.วิ.พ. มาตรา 83 ทวิ และการส่งไปต่างประเทศมีผลเมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันส่งตามมาตรา 83 เบญจ ลำดับงานโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. โจทก์จัดทำคำแปลคำฟ้องและหมายเรียกเป็นภาษาราชการของกัมพูชาหรือภาษาอังกฤษ พร้อมคำรับรองตามมาตรา 83 จัตวา
  2. ศาลจัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ บริษัทรับส่งพัสดุ หรือผ่านสำนักงานศาลยุติธรรมกับกระทรวงการต่างประเทศ ตามมาตรา 83 สัตต
  3. เมื่อส่งแล้ว ต้องรอให้พ้น 60 วัน หรือ 75 วันถ้าเป็นการส่งโดยวิธีอื่นแทน ก่อนเริ่มนับระยะยื่นคำให้การ
  4. ถ้าส่งไม่ได้หรือไม่ทราบผล โจทก์ขอให้ศาลอนุญาตปิดหมายที่ศาลได้ตามมาตรา 83 อัฏฐ ซึ่งมีผลเมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันปิด
ถ้าคู่สมรสชาวกัมพูชายังอยู่ในไทย อย่ารอให้เขากลับประเทศก่อนค่อยฟ้อง การส่งหมายในประเทศเร็วกว่าและไม่ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งอาจย่นเวลาได้หลายเดือน

ถ้าอีกฝ่ายได้รับหมายแล้วไม่มาศาล คดีเดินต่อได้ตามกระบวนการ อ่านต่อได้ที่ ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม

ลูกกับการแจ้งเกิด สัญชาติ และอำนาจปกครอง

เด็กที่เกิดในไทยควรแจ้งเกิดกับนายทะเบียนในพื้นที่เพื่อให้มีสูติบัตร ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสัญชาติใด สูติบัตรนี้เป็นเอกสารหลักในคดีหย่าเรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดู

ถ้าพ่อหรือแม่เป็นคนไทย ลูกได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) ที่แก้ไขแล้ว แต่ถ้าพ่อเป็นคนไทยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ การพิสูจน์ความเป็นบิดามีขั้นตอนเพิ่ม ควรสอบถามสำนักทะเบียน

เรื่องอำนาจปกครอง ถ้าพ่อแม่สมรสกัน ทั้งสองฝ่ายมีอำนาจปกครองร่วมกัน ศาลไทยชี้ได้ในคดีหย่าว่าใครควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็ก ถ้าไม่ได้สมรสกัน เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ตามมาตรา 1546

ใช้คำพิพากษาหย่าจากศาลไทยในกัมพูชาได้ไหม

ต้องผ่านเงื่อนไขของกฎหมายกัมพูชา ข้อมูลจากแหล่งวิชาการระบุว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของกัมพูชา มาตรา 199 วางเงื่อนไขการยอมรับคำพิพากษาต่างประเทศ เช่น คำพิพากษาต้องถึงที่สุด ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และต้องมีหลักต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศ

วิธีที่ศาลกัมพูชาใช้เงื่อนไขเหล่านี้กับคดีหย่ายังควรตรวจกับทนายความกัมพูชาหรือสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ฝั่งไทยควรเตรียมสำเนาคำพิพากษาที่รับรอง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และหลักฐานการบันทึกการหย่าในทะเบียนครอบครัว พร้อมคำแปลที่รับรองแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ทั้งคู่เป็นชาวกัมพูชาที่ทำงานในไทย ฟ้องหย่าที่ศาลไทยได้ไหม

อาจทำได้ถ้าจำเลยมีภูมิลำเนาในไทยตามหลักเขตอำนาจศาล แต่ศาลยังต้องดูว่ากฎหมายกัมพูชายอมให้หย่าตามมาตรา 27 และการใช้ผลในกัมพูชาอาจสำคัญกว่าสำหรับคู่ลักษณะนี้ จึงควรปรึกษาก่อนเลือกประเทศที่จะฟ้อง

หย่าในไทยแล้ว อีกฝ่ายต้องไปแจ้งที่กัมพูชาไหม

ถ้าคู่สมรสชาวกัมพูชาต้องการให้สถานะในกัมพูชาเปลี่ยนตาม เช่น เพื่อสมรสใหม่ที่กัมพูชา มักต้องดำเนินการกับหน่วยงานกัมพูชาเอง ขั้นตอนควรสอบถามสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย

เอกสารภาษาเขมร ใครเป็นคนแปลได้

ผู้แปลที่มีความรู้ภาษาทั้งสองและลงลายมือชื่อรับรองคำแปล โดยศาลอาจตรวจความถูกต้อง ถ้าเอกสารจะใช้ต่อในหน่วยงานราชการอื่น ควรถามก่อนว่าต้องรับรองคำแปลแบบใด

เรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากอีกฝ่ายที่กลับกัมพูชาแล้วได้ไหม

ขอให้ศาลไทยกำหนดได้ แต่การบังคับเอากับรายได้หรือทรัพย์ในกัมพูชาขึ้นกับการยอมรับคำพิพากษาในกัมพูชา ทรัพย์หรือรายได้ที่ยังอยู่ในไทยจึงเป็นเป้าหมายที่บังคับได้จริงกว่า

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากตรวจว่าการสมรสของคุณจดทะเบียนที่ไหน และรวบรวมเอกสารของอีกฝ่ายพร้อมที่อยู่ในกัมพูชาให้ละเอียดที่สุดก่อนที่การติดต่อจะยากขึ้น

จากนั้นปรึกษาทนายความที่ทำคดีครอบครัวข้ามชาติ เพื่อวางแผนการพิสูจน์กฎหมายกัมพูชา การแปลและรับรองเอกสาร และการส่งหมาย ให้คดีเดินได้ต่อเนื่องและผลการหย่าใช้ได้ทั้งสองประเทศมากที่สุด

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ