ฟ้องหย่าคู่สมรสที่เป็นข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ ใช้เหตุหย่าและศาลเดียวกับคนทั่วไป คือศาลเยาวชนและครอบครัว ความต่างอยู่ที่การบังคับค่าเลี้ยงดู ซึ่งกฎหมายเปิดให้อายัดเงินเดือนหรือบำนาญได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ส่วนการร้องเรียนวินัยเป็นอีกเรื่องที่แยกจากคดีหย่า
หลายคนลังเลเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายมียศมีตำแหน่ง หรือกลัวกระทบหน้าที่การงานของเขาจนไม่มีใครส่งเสียลูก บทความนี้ตอบคำถามเหล่านั้นทีละข้อ
คู่สมรสเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฟ้องหย่าที่ไหน ใช้เหตุอะไร
ยื่นที่ ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่มีเขตอำนาจ คือศาลที่มูลคดีเกิด หรือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา ยศ ตำแหน่ง หรือสังกัดของคู่สมรสไม่ได้ทำให้ต้องไปฟ้องที่ศาลอื่น
เหตุหย่าเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 เหมือนคดีทั่วไป เช่น มีชู้ ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง ทิ้งร้างเกินหนึ่งปี หรือไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร ดูขั้นตอนทั้งหมดได้ที่ ฟ้องหย่าต้องทำยังไง 8 ขั้นตอนตั้งแต่ปรึกษาจนบันทึกการหย่า
สิ่งที่ต่างคือข้อมูลที่ควรเตรียม เช่น ชื่อหน่วยงานต้นสังกัด ส่วนที่จ่ายเงินเดือน และหลักฐานรายได้ เพราะจะใช้ทั้งตอนขอค่าเลี้ยงดูและตอนบังคับคดี
ต้องแจ้งต้นสังกัดของอีกฝ่ายก่อนฟ้องหย่าไหม
ไม่ต้อง การฟ้องหย่าเป็น สิทธิทางแพ่งของคุณ ไม่มีขั้นตอนที่บังคับให้ผู้ฟ้องต้องขออนุญาตหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาของอีกฝ่ายก่อน ศาลส่งหมายเรียกถึงจำเลยตามภูมิลำเนาตามกระบวนการปกติ
หน่วยงานต้นสังกัดจะเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อมีเหตุ เช่น ศาลมีคำสั่งอายัดเงินเดือนส่งไปยังหน่วยงาน หรือมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนทางวินัย หลังหย่าแล้ว ข้าราชการเองควรแจ้งปรับข้อมูลสถานภาพครอบครัวกับส่วนราชการ เพราะสิทธิสวัสดิการที่ผูกกับฐานะคู่สมรสจะสิ้นสุดเมื่อการหย่ามีผล
ร้องเรียนวินัยต้นสังกัดได้ไหม ช่วยคดีหย่าหรือเปล่า
ร้องเรียนได้ถ้ามีพฤติกรรมที่อาจผิดวินัย แต่ ผลทางวินัยไม่ได้ทำให้คุณได้หย่าหรือได้เงิน ข้าราชการแต่ละประเภท เช่น พลเรือน ครู ตำรวจ ทหาร หรือส่วนท้องถิ่น มีกฎหมายวินัยของตนเอง และผู้บังคับบัญชาเป็นผู้สอบสวนและลงโทษ
| ประเด็น | คดีหย่าและค่าเลี้ยงดู | ร้องเรียนทางวินัย |
|---|---|---|
| ยื่นที่ไหน | ศาลเยาวชนและครอบครัว | ผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานต้นสังกัด |
| ใครตัดสิน | ศาล | ผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการตามกฎหมายวินัยของข้าราชการประเภทนั้น |
| สิ่งที่คุณได้ | คำพิพากษาให้หย่า เรื่องลูก ค่าเลี้ยงดู ทรัพย์สิน ที่บังคับคดีได้ | ไม่ได้เงินหรือคำสั่งเรื่องลูก หน่วยงานอาจลงโทษหรือไม่ก็ได้ |
| ผลต่อรายได้ของครอบครัว | ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูตามความสามารถของผู้จ่าย | ถ้าถูกลงโทษตัดหรือลดเงินเดือน หรือพ้นจากราชการ เงินที่ใช้จ่ายค่าเลี้ยงดูลูกอาจลดลงด้วย |
ถ้าจะร้องเรียน ให้ส่งถึงผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานโดยตรง เขียนเฉพาะข้อเท็จจริงที่มีหลักฐาน และไม่เผยแพร่ต่อเพื่อนร่วมงานหรือโซเชียล เพราะการใส่ความต่อบุคคลที่สามอาจเป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และถ้าโฆษณาออนไลน์ โทษหนักขึ้นตามมาตรา 328
อย่าใช้การร้องเรียนวินัยเป็นเครื่องต่อรองว่า "ถ้าไม่ยอมหย่าหรือไม่จ่าย จะทำให้ถูกไล่ออก" การขู่เอาชื่อเสียงของผู้อื่นมาบังคับให้ทำตาม อาจเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และทำให้คุณเสียเปรียบในคดี
อายัดเงินเดือนหรือบำนาญข้าราชการ เพื่อค่าเลี้ยงดูได้ไหม
ได้ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป โดยปกติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ให้เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ ของข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยราชการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี เจ้าหนี้ทั่วไปจึงอายัดไม่ได้
แต่คดีของศาลเยาวชนและครอบครัวมีกฎหมายเฉพาะ คำอธิบายของกรมบังคับคดีระบุว่า ในการบังคับคดีเพื่อชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ รวมถึงเงินเดือนและบำนาญ อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเป็นจำนวนตามที่ศาลเห็นสมควร โดยคำนึงถึงฐานะทางครอบครัวของลูกหนี้และผู้ที่ลูกหนี้ต้องอุปการะ
- ต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้จ่ายค่าเลี้ยงดูก่อน รวมถึงคำพิพากษาตามยอม บันทึกท้ายทะเบียนหย่าที่อำเภอยังไม่ใช่คำพิพากษา
- เมื่ออีกฝ่ายไม่จ่าย ให้ขอออกหมายบังคับคดี และยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้อายัดเงินเดือนหรือบำนาญ
- แจ้งชื่อหน่วยงานต้นสังกัด หรือส่วนราชการที่จ่ายบำนาญ ให้ครบถ้วน
- เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดจำนวนอายัดตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด ถ้าลูกหนี้อยากขอลด ต้องยื่นคำร้องต่อศาลพร้อมเหตุผล
- เก็บหลักฐานเงินที่ได้รับทุกงวด และแจ้งศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทันทีถ้าอีกฝ่ายย้ายหน่วยงาน
รายละเอียดการฟ้องเรียกยอดค้างและการบังคับคดี อ่านต่อได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร
ค่าเลี้ยงดูลูกคิดจากเงินเดือนข้าราชการอย่างไร
ศาลดู ความสามารถของผู้จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์ ตามมาตรา 1598/38 ไม่ได้มีสูตรตายตัว รายได้ข้าราชการมักตรวจสอบได้ง่ายกว่าอาชีพอิสระ ซึ่งช่วยให้ศาลกำหนดตัวเลขได้ใกล้ความจริง
ควรรวบรวมสลิปเงินเดือน เงินเพิ่ม ค่าตอบแทนประจำ และค่าใช้จ่ายจริงของลูก เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษา และค่าเดินทาง ถ้าภายหลังรายได้ของใครเปลี่ยน เช่น เลื่อนตำแหน่งหรือเกษียณ ขอให้ศาลแก้จำนวนได้ตามมาตรา 1598/39 ดูวิธีคิดเพิ่มเติมที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร
คำถามที่พบบ่อย
สามีเป็นทหารหรือตำรวจที่ย้ายไปประจำการต่างจังหวัด ฟ้องที่ไหน
ดูจากที่มูลคดีเกิดหรือภูมิลำเนาของจำเลย และมาตรา 46 กำหนดว่าภูมิลำเนาของข้าราชการคือถิ่นที่ทำงานตามตำแหน่ง เว้นแต่เป็นตำแหน่งชั่วคราวหรือเพียงรับมอบหมายเฉพาะครั้ง ศาลในพื้นที่ที่เขาประจำการจึงอาจเป็นอีกทางเลือก ควรให้ทนายตรวจข้อเท็จจริงก่อนเลือกศาล
ถ้าอีกฝ่ายเกษียณแล้ว รับแต่บำนาญ ยังอายัดได้ไหม
ในการบังคับคดีค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ บำนาญก็อยู่ในหลักเดียวกับเงินเดือน คืออายัดได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ส่วนจำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับฐานะและภาระของผู้รับบำนาญ
ถ้าเขาถูกไล่ออกระหว่างคดี ค่าเลี้ยงดูจะเป็นอย่างไร
หน้าที่เลี้ยงดูลูกตามมาตรา 1564 ยังอยู่ แต่ความสามารถในการจ่ายอาจเปลี่ยน ศาลอาจปรับจำนวนตามมาตรา 1598/39 และการบังคับคดีต้องหันไปหาทรัพย์สินหรือรายได้อื่นแทน
หย่าแล้ว อดีตคู่สมรสยังใช้สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการได้ไหม
สิทธิที่ผูกกับฐานะคู่สมรสสิ้นสุดเมื่อการหย่ามีผล ส่วนลูกยังเป็นบุตรตามกฎหมายเหมือนเดิม ควรตรวจกับฝ่ายการเงินของส่วนราชการว่าหลังหย่าใครเป็นผู้ใช้สิทธิแทนลูก
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจาก เก็บข้อมูลรายได้และหน่วยงาน ของอีกฝ่ายเท่าที่หาได้โดยชอบ เช่น ชื่อหน่วย ตำแหน่ง และสำเนาสลิปที่เคยเห็นร่วมกัน พร้อมค่าใช้จ่ายจริงของลูก แล้วตัดสินใจว่าเป้าหมายคือการหย่า ค่าเลี้ยงดู หรือทั้งสองอย่าง
ทนายความด้านครอบครัวช่วยวางคำขอให้ครบตั้งแต่ฟ้อง และเตรียมทางบังคับคดีกับเงินเดือนหรือบำนาญไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องใช้การร้องเรียนวินัยเป็นเครื่องกดดัน
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
