ฟ้องหย่าเรียกค่าทดแทนจากสามีได้ เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) เช่น อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส หรือมีชู้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง และในคดีเดียวกันยังเรียกจากบุคคลที่สามได้ด้วย
ค่าทดแทนจากสามีคืออะไร เรียกได้เมื่อไร
ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง คือเงินชดเชยความเสียหายที่คู่สมรสได้รับ เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) สิทธินี้จึงผูกกับคำพิพากษาให้หย่า ไม่ใช่สิทธิที่เรียกได้ลอย ๆ
หลังการแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถ้อยคำใช้คำว่า "คู่สมรส" ไม่ระบุเพศ หลักเดียวกันจึงใช้ได้ทั้งการฟ้องสามี ฟ้องภรรยา และคู่สมรสเพศเดียวกัน
เหตุตามมาตรา 1516 (1) ที่ใช้ได้ ได้แก่
- อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส
- เป็นชู้หรือมีชู้
- ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
- กระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ
ถ้าฟ้องหย่าด้วยเหตุอื่น เช่น ทิ้งร้างหรือแยกกันอยู่ ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่งจะไม่เกิด แม้จะชนะคดีหย่าก็ตาม ภาพรวมเหตุหย่าทุกข้อดูได้ที่ เหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516 ตัวบทล่าสุด ครบทั้ง 12 กรณี
ค่าทดแทนจากคู่สมรส ต่างจากค่าทดแทนจากชู้อย่างไร
ต่างกันที่ ต้องหย่าหรือไม่ และฟ้องใคร มาตรา 1523 วรรคหนึ่งใช้เมื่อหย่าเพราะเหตุมีชู้ ส่วนวรรคสองให้เรียกจากบุคคลที่ล่วงเกินคู่สมรสในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสในทำนองชู้สาวได้ โดยไม่ต้องหย่า
| ประเด็น | มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง | มาตรา 1523 วรรคสอง |
|---|---|---|
| ต้องหย่าก่อนไหม | ต้องมีคำพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) | ไม่ต้องหย่า |
| เรียกจากใคร | คู่สมรสอีกฝ่าย และผู้ที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้เป็นเหตุแห่งการหย่า | ผู้ที่ล่วงเกินในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้สาว |
| ฟ้องที่ไหน | มักรวมไว้ในคดีฟ้องหย่าที่ศาลเยาวชนและครอบครัว | ฟ้องเป็นคดีครอบครัวแยกต่างหากได้ |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่ตัดสินใจยุติการสมรสแล้ว | ผู้ที่ยังไม่อยากหย่า หรือยังไม่พร้อม |
ทั้งสองทางมีข้อยกเว้นเดียวกันตามมาตรา 1523 วรรคสาม คือถ้าคู่สมรสฝ่ายที่เรียกค่าทดแทนยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
เรียกทั้งจากสามีและจากชู้ในคดีเดียวได้ไหม
ได้ เพราะมาตรา 1523 วรรคหนึ่งระบุผู้ที่ต้องจ่ายไว้ทั้งคู่สมรสอีกฝ่ายและบุคคลที่สาม ในทางปฏิบัติจึงมักฟ้องหย่าคู่สมรส และขอค่าทดแทนจากทั้งคู่สมรสและผู้ที่เป็นเหตุแห่งการหย่าไว้ในคดีเดียวกัน
ศาลพิจารณาจำนวนเงินของแต่ละคนจากพฤติการณ์ของคนนั้น ไม่ได้คิดเป็นยอดเดียวแล้วหารครึ่ง และจำนวนที่ขอไม่ได้แปลว่าจะได้ตามนั้น
บางครอบครัวเลือกฟ้องเฉพาะบุคคลที่สามตามวรรคสองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องหย่าภายหลัง การเลือกลำดับควรคำนึงถึงอายุความด้วย ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป
ศาลกำหนดค่าทดแทนจากคู่สมรสอย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1525 ให้ศาลกำหนดค่าทดแทนตามพฤติการณ์ของแต่ละคดี ไม่มีอัตราตายตัวในกฎหมาย
- ศาลจะสั่งให้จ่ายครั้งเดียว หรือแบ่งจ่ายเป็นงวดตามระยะเวลาที่เห็นสมควรก็ได้
- ถ้าผู้จ่ายคือคู่สมรส ศาลต้องคำนึงด้วยว่าคู่สมรสนั้นได้ทรัพย์สินจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่าไปมากน้อยเพียงใด
- พฤติการณ์ที่มักถูกพิจารณา เช่น ความเปิดเผยของความสัมพันธ์ ระยะเวลา ผลต่อครอบครัวและบุตร และฐานะของคู่ความ
ปัจจัยที่ทำให้ค่าทดแทนแต่ละคดีต่างกัน อธิบายไว้ใน ฟ้องชู้ได้กี่บาท ทำไมค่าทดแทนไม่มีราคาตายตัว
ฟ้องหย่าเรียกค่าทดแทน ต้องเตรียมอะไรและมีอายุความไหม
มี และสั้นกว่าที่หลายคนคิด มาตรา 1529 กำหนดว่าสิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 (1) และสิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 สิ้นไปเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้มีสิทธิรู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงที่จะอ้าง
อย่ารอให้ "แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์" นานเกินไป ถ้ารู้เรื่องชู้มาหลายเดือนแล้ว ให้นับวันที่รู้ครั้งแรกและเช็กอายุความหนึ่งปีกับทนายความทันที เพราะเมื่อพ้นกำหนด สิทธิเรียกค่าทดแทนจะหายไปแม้หลักฐานจะชัดเจน
ขั้นตอนเตรียมคดีโดยทั่วไปมีดังนี้
- จดวันที่รู้เรื่องครั้งแรก และเหตุการณ์สำคัญตามลำดับเวลา
- รวบรวมหลักฐานที่ได้มาโดยชอบ เช่น ภาพถ่าย ข้อความ พยานบุคคล หรือหลักฐานการอยู่ร่วมกัน
- แยกให้ชัดว่าจะขอหย่าด้วยเหตุใดบ้าง และจะเรียกค่าทดแทนจากใคร
- รวมคำขอเรื่องลูกและทรัพย์สินไว้ด้วย เช่น อำนาจปกครอง ค่าเลี้ยงดูบุตร และการแบ่งสินสมรส
- ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ และเข้าสู่ขั้นไกล่เกลี่ย
อายุความและวิธีนับในรายละเอียด อ่านได้ที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี นับจากวันไหน ถ้าใกล้ครบต้องทำอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
ให้อภัยไปแล้ว ยังเรียกค่าทดแทนได้ไหม
การให้อภัยทำให้สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นระงับไป และเมื่อหย่าด้วยเหตุนั้นไม่ได้ ค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งก็มักตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าพฤติกรรมยังเกิดขึ้นอีกหลังให้อภัย อาจเป็นเหตุใหม่ ควรให้ทนายตรวจลำดับเหตุการณ์
จดทะเบียนหย่าที่อำเภอไปแล้ว ยังเรียกค่าทดแทนจากอดีตสามีได้ไหม
ค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งเกิดเมื่อ "ศาลพิพากษาให้หย่า" เพราะเหตุมีชู้ การหย่าโดยความยินยอมที่อำเภอจึงไม่ใช่ฐานของสิทธินี้ ถ้าต้องการเงินชดเชย ควรตกลงไว้ในหนังสือหย่าตั้งแต่ต้น ส่วนสิทธิเรียกจากบุคคลที่สามตามวรรคสอง เป็นอีกเรื่องที่ต้องดูข้อเท็จจริงและอายุความ
สามีเป็นฝ่ายมีชู้ แต่มาฟ้องหย่าเราเอง ทำอย่างไร
ฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำให้การต่อสู้ และฟ้องแย้งขอหย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 (1) พร้อมเรียกค่าทดแทนในคดีเดียวกันได้ ควรรีบปรึกษาทนายเมื่อได้รับหมายศาล เพราะมีกำหนดเวลายื่นคำให้การ
ค่าทดแทนกับค่าเลี้ยงชีพ เป็นเงินก้อนเดียวกันไหม
ไม่ใช่ ค่าทดแทนชดเชยความเสียหายจากเหตุหย่า ส่วนค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 เป็นเงินช่วยเลี้ยงชีพเมื่อการหย่าทำให้อีกฝ่ายยากจนลง ทั้งสองเรื่องมีเงื่อนไขต่างกัน และอาจขอรวมในคดีเดียวได้ถ้าเข้าเงื่อนไขทั้งสองอย่าง
ต้องมีหลักฐานว่ามีเพศสัมพันธ์จริงไหม
ไม่เสมอไป เหตุ "อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส" พิสูจน์จากพฤติการณ์ เช่น การเลี้ยงดูหรือแสดงต่อคนอื่นว่าเป็นคู่ครอง ส่วนเหตุ "เป็นชู้หรือมีชู้" มักต้องมีพยานแวดล้อมที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีความสัมพันธ์ทางชู้สาวจริง
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากนับอายุความหนึ่งปีจากวันที่รู้เรื่อง แล้วตัดสินใจว่าเป้าหมายคือการหย่าพร้อมค่าทดแทน หรือยังต้องการรักษาการสมรสไว้ เพราะสองเป้าหมายนี้ใช้คนละวรรคของมาตรา 1523
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว ให้รวบรวมหลักฐานโดยวิธีที่ถูกกฎหมาย และนำไปปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เพื่อวางคำขอเรื่องค่าทดแทน ลูก และทรัพย์สินไว้ในคดีเดียวอย่างครบถ้วน แทนที่จะต้องฟ้องหลายคดีภายหลัง
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
