คนไทยที่จดทะเบียนสมรสกับชาวเมียนมา ฟ้องหย่าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในไทยได้ ต้องเตรียมเอกสารของอีกฝ่าย จัดล่าม และนำสืบว่ากฎหมายเมียนมายอมให้หย่าได้ ถ้าอีกฝ่ายกลับเมียนมาไปแล้ว ศาลส่งหมายไปต่างประเทศได้ แต่ใช้เวลานานกว่าคดีปกติ
ฟ้องหย่าคู่สมรสชาวเมียนมาที่ศาลไทยได้ไหม
ได้ ถ้าเป็นการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งที่จดทะเบียนในไทยหรือทำตามแบบของประเทศที่สมรส แต่ศาลไทยต้องใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ซึ่งให้ศาลพิพากษาให้หย่าได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่า ส่วนเหตุหย่าใช้กฎหมายของประเทศที่ฟ้อง คือกฎหมายไทย
กฎหมายต่างประเทศถือเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ศาลฎีกาเคยยกฟ้องคดีหย่าคู่สมรสต่างชาติเพราะโจทก์ไม่ได้นำสืบกฎหมายสัญชาติของอีกฝ่าย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566) จึงควรเตรียมความเห็นของผู้รู้กฎหมายเมียนมาพร้อมคำแปลไว้ตั้งแต่ต้น
หลักนี้อธิบายละเอียดไว้ที่ หย่ากับคู่สมรสต่างชาติ ใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ
ฟ้องหย่าชาวเมียนมา ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสารชุดหลักคือหลักฐานการสมรส หลักฐานตัวตนของอีกฝ่าย และหลักฐานเหตุหย่า คู่สมรสที่เป็นแรงงานมักมีเอกสารหลายฉบับ ควรเก็บสำเนาไว้ทุกฉบับที่หาได้
- ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการสมรส ถ้าสมรสที่เมียนมา ใช้หลักฐานการสมรสฉบับนั้นพร้อมคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
- สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารเดินทางที่ใช้แทน และเลขประจำตัวที่ปรากฏในเอกสารแรงงาน
- สำเนาใบอนุญาตทำงาน ชื่อนายจ้าง และที่อยู่ที่ทำงานล่าสุดในไทย
- ที่อยู่ของอีกฝ่ายในเมียนมาให้ละเอียดที่สุด เพราะใช้ในการส่งหมาย
- สูติบัตรของลูกที่เกิดในไทย และหลักฐานการเลี้ยงดู
- หลักฐานตามเหตุหย่า เช่น วันที่อีกฝ่ายออกจากบ้าน ข้อความแชท หรือพยานบุคคล
เอกสารที่ออกในเมียนมาต้องผ่านการรับรองตามช่องทางกงสุลก่อนใช้ในศาลไทย ข้อมูลที่ตรวจได้ ณ วันเขียนคือ ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสาร (Apostille) โดยมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 แต่เมียนมาไม่ได้อยู่ในรายชื่อภาคี จึงควรสอบถามกรมการกงสุลถึงขั้นตอนรับรองเอกสารที่ใช้ได้จริง
ล่ามและเอกสารภาษาเมียนมา ต้องจัดการอย่างไร
ป.วิ.พ. มาตรา 46 วางหลักว่า ถ้าคู่ความหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย คู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องจัดหาล่าม และเอกสารภาษาต่างประเทศ ศาลอาจสั่งให้แนบคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้องทั้งฉบับหรือเฉพาะส่วนสำคัญ
ถ้าศาลสั่งให้แปลแล้วไม่แปล เอกสารนั้นอาจรับฟังเป็นพยานไม่ได้ ในทางปฏิบัติควรถามศาลก่อนวันนัดว่ามีรายชื่อล่ามที่ศาลรับรองหรือไม่ และค่าล่ามโดยทั่วไปเป็นภาระของฝ่ายที่ต้องใช้ล่าม
ถ้าอีกฝ่ายยังอยู่ในไทยและมาศาล แต่ไม่เข้าใจภาษาไทย การมีล่ามที่ดีจะช่วยให้การไกล่เกลี่ยและการตกลงเรื่องลูกเดินหน้าได้จริง ไม่ใช่ตกลงกันโดยที่อีกฝ่ายไม่เข้าใจ
อีกฝ่ายกลับเมียนมาไปแล้ว ส่งหมายอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร
ศาลไทยส่งหมายเรียกและคำฟ้องไปต่างประเทศได้ โจทก์ต้องจัดทำคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศนั้นหรือภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรองความถูกต้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 83 จัตวา แล้วศาลจัดส่งตามช่องทางที่มาตรา 83 สัตต กำหนด
| ขั้นตอน | ตามกฎหมาย | ผลต่อระยะเวลา |
|---|---|---|
| แปลคำฟ้องและหมายเรียก | มาตรา 83 จัตวา: ภาษาราชการของประเทศที่จำเลยอยู่ หรือภาษาอังกฤษ | ใช้เวลาตามงานแปลและการรับรอง |
| ส่งเอกสารไปต่างประเทศ | มาตรา 83 สัตต: ไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ บริษัทรับส่งพัสดุ หรือผ่านสำนักงานศาลยุติธรรมกับกระทรวงการต่างประเทศ | ขึ้นกับช่องทางและความชัดเจนของที่อยู่ |
| การส่งมีผล | มาตรา 83 เบญจ: เมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันส่ง หรือ 75 วันถ้าเป็นการส่งโดยวิธีอื่นแทน | ระยะยื่นคำให้การของจำเลยเริ่มนับหลังจากนั้น |
| ส่งไม่ได้หรือไม่ทราบผล | มาตรา 83 อัฏฐ: ขอให้ศาลอนุญาตปิดหมายที่ศาล มีผลเมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันปิด | คดีเดินต่อได้แม้ติดตามตัวไม่ได้ |
รายละเอียดการส่งหมายไปต่างประเทศโดยรวม อ่านได้ที่ ฟ้องหย่า อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ ส่งหมายศาลอย่างไร
ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะกลับเมียนมา ให้ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน และจดที่อยู่ที่บ้านเกิดของเขาไว้ตั้งแต่วันนี้ ข้อมูลที่อยู่ที่ชัดเจนเพียงบรรทัดเดียว ช่วยให้การส่งหมายสำเร็จเร็วขึ้นได้หลายเดือน
ลูกที่เกิดในไทย สัญชาติและอำนาจปกครองเป็นอย่างไร
ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย ลูกได้สัญชาติไทยโดยหลักสายโลหิตตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) ที่แก้ไขแล้ว ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกประเทศไทย
ถ้าพ่อแม่เป็นคนต่างด้าวทั้งคู่ และพ่อหรือแม่อยู่ในไทยแบบชั่วคราว ได้รับผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษ หรือเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 7 ทวิ กำหนดว่าเด็กที่เกิดในไทยไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ยังควรแจ้งเกิดกับนายทะเบียนในพื้นที่เพื่อให้เด็กมีสูติบัตร
เรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดู ศาลไทยชี้ได้ในคดีหย่าโดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็ก ประเด็นการพาเด็กออกนอกประเทศดูต่อได้ที่ อำนาจปกครองบุตร หย่ากับชาวต่างชาติ
ใช้ผลหย่าจากศาลไทยในเมียนมาได้ไหม
เรื่องนี้ขึ้นกับกฎหมายเมียนมา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของเมียนมามีบทบัญญัติเรื่องคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ เช่น มาตรา 13 แต่การยอมรับผลการหย่าซึ่งเป็นเรื่องสถานะบุคคลควรตรวจกับทนายความเมียนมาหรือสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาก่อน
สิ่งที่ทำได้ฝั่งไทยคือเตรียมเอกสารให้พร้อม ได้แก่ สำเนาคำพิพากษาที่รับรอง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และหลักฐานการบันทึกการหย่าในทะเบียนครอบครัว พร้อมคำแปลที่รับรองแล้ว เพื่อใช้ยื่นต่อหน่วยงานในเมียนมา
คำถามที่พบบ่อย
แต่งงานตามประเพณีแต่ไม่ได้จดทะเบียน ต้องฟ้องหย่าไหม
ถ้าแต่งงานกันในไทยโดยไม่จดทะเบียน กฎหมายไทยไม่ถือว่าเป็นคู่สมรส จึงไม่ต้องหย่า แต่ถ้าทำพิธีที่เมียนมา ต้องดูว่าการสมรสนั้นถูกต้องตามแบบของกฎหมายเมียนมาหรือไม่ ตามมาตรา 20 ของกฎหมายขัดกันแห่งกฎหมาย
อีกฝ่ายเป็นแรงงานที่เอกสารไม่ครบ ฟ้องได้ไหม
ฟ้องได้ สถานะทางเอกสารของจำเลยไม่ได้ทำให้ศาลไม่รับคดี แต่ข้อมูลตัวตนต้องชัดพอที่จะระบุว่าจำเลยคือใครและส่งหมายถึงตัวได้
ตกลงหย่าที่อำเภอแทนการฟ้องได้ไหม
อาจทำได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายยินยอมและไปพร้อมเอกสาร แต่มาตรา 26 ของกฎหมายขัดกันแห่งกฎหมายกำหนดว่าการหย่าโดยความยินยอมใช้ได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายยอมรับ ควรถามสำนักทะเบียนก่อนว่าต้องใช้เอกสารใดเพิ่ม ดูการเลือกช่องทางได้ที่ หย่ากับชาวต่างชาติในไทย เลือกทางไหนดี
เรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากอีกฝ่ายที่กลับไปแล้วได้ไหม
ขอให้ศาลกำหนดในคำพิพากษาได้ แต่การบังคับเอากับทรัพย์หรือรายได้ในเมียนมาทำได้ยาก ถ้าเขายังมีรายได้หรือทรัพย์ในไทย การบังคับคดีจะเป็นไปได้จริงมากกว่า
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากรวบรวมเอกสารของอีกฝ่ายให้มากที่สุดก่อนที่เขาจะกลับประเทศ และเขียนลำดับเหตุการณ์ที่เป็นเหตุหย่าพร้อมวันที่ไว้
จากนั้นปรึกษาทนายความที่ทำคดีครอบครัวกับคู่สมรสต่างชาติ เพื่อวางแผนเรื่องการพิสูจน์กฎหมายเมียนมา การแปลเอกสาร และการส่งหมาย ซึ่งเป็นสามจุดที่ทำให้คดีลักษณะนี้ล่าช้าบ่อยที่สุด
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
