ฟ้องหย่าหมดรัก ได้ไหม ถ้าไม่มีเหตุตามกฎหมาย ยังมีทางเลือกอะไร

หมดรักอย่างเดียวไม่ใช่เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายไทย ศาลให้หย่าได้เฉพาะเหตุที่ ป.พ.พ. มาตรา 1516 กำหนดไว้ ทางที่ใช้ได้จริงคือจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม หรือรอให้ข้อเท็จจริงเข้าเหตุใดเหตุหนึ่ง เช่น สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี

คำตอบนี้อาจฟังดูแข็ง แต่การรู้ตั้งแต่ต้นช่วยไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปกับคดีที่ศาลต้องยกฟ้อง และช่วยให้วางแผนทางที่เหลือได้อย่างสงบ

ทำไมหมดรักจึงฟ้องหย่าไม่ได้

เพราะเหตุฟ้องหย่าในมาตรา 1516 เป็นรายการที่กฎหมายเขียนไว้ชัด เช่น มีชู้ ประพฤติชั่ว ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง ทิ้งร้างเกิน 1 ปี หรือแยกกันอยู่เกิน 3 ปี ไม่มีข้อใดที่ให้หย่าเพียงเพราะความรู้สึกเปลี่ยนไป

กฎหมายไทยจึงไม่มีระบบ "หย่าเพราะชีวิตคู่แตกร้าวจนแก้ไม่ได้" แบบบางประเทศ ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่าและไม่มีเหตุตามมาตรา 1516 ศาลก็พิพากษาให้หย่าไม่ได้ ดูเหตุทั้งหมดได้ที่ เหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516 ครบทุกกรณี

ทางเลือกต้องมีอะไรเหมาะกับใคร
จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอมทั้งสองฝ่ายตกลง ทำเป็นหนังสือ มีพยาน 2 คน และจดทะเบียนอีกฝ่ายยอมหย่าถ้าเงื่อนไขเรื่องลูกและทรัพย์ลงตัว
สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปีแยกกันเพราะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้ ต่อเนื่องเกิน 3 ปีทั้งสองฝ่ายแยกกันใช้ชีวิตจริงมานานแล้ว
แยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปีศาลอนุญาตให้แยกกันอยู่ แล้วครบเวลาเกิน 3 ปีการอยู่ร่วมกันเป็นภัยต่อสุขภาพหรือความผาสุก
เหตุอื่นในมาตรา 1516ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เข้าเหตุนั้นจริงมีพฤติกรรมที่มากกว่าการหมดรัก

ทางเลือกที่ 1: จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม

นี่คือทางที่เร็วและเงียบที่สุด ป.พ.พ. มาตรา 1514 ให้หย่าโดยความยินยอมได้ โดยต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน และการหย่าจะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนการหย่าแล้วตามมาตรา 1515

ถ้าอีกฝ่ายลังเล สิ่งที่มักทำให้ตกลงกันได้คือข้อเสนอที่ชัดเรื่องลูก ที่อยู่ และทรัพย์สิน ไม่ใช่การกดดันทางอารมณ์ ข้อตกลงหย่าที่ดีควรครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ดูได้ที่ ข้อตกลงหย่าควรเขียนเรื่องอะไรให้ครบ

ข้อควรรู้คือ หนังสือตกลงจะหย่าที่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียน ไม่ได้ทำให้หย่าขาด และโดยตัวเองไม่ใช่เหตุให้ฟ้องหย่าได้ อ่านกรณีนี้ได้ที่ ทำหนังสือตกลงหย่าด้วยความสมัครใจ ไม่มีเหตุหย่า ฟ้องหย่าได้หรือไม่

ทางเลือกที่ 2: แยกกันอยู่ให้ครบเงื่อนไขตามกฎหมาย

มาตรา 1516 (4/2) ให้ฟ้องหย่าได้เมื่อสมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้ ตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ฟ้องก็ได้

คำว่า "สมัครใจ" หมายถึงการแยกกันที่เป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ถ้าคุณเป็นฝ่ายย้ายออกไปเองโดยอีกฝ่ายยังตามให้กลับ ข้อเท็จจริงอาจไม่เข้าข้อนี้ และอาจกลายเป็นว่าคุณคือฝ่ายที่ทิ้งร้างแทน วิธีพิสูจน์และจุดที่พลาดบ่อยอ่านได้ที่ ฟ้องหย่า แยกกันอยู่เกิน 3 ปี ต้องพิสูจน์อะไร

อีกช่องทางหนึ่งคือ ป.พ.พ. มาตรา 1462 ซึ่งให้คู่สมรสร้องขอต่อศาลให้แยกกันอยู่ได้ เมื่ออยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้ หรือการอยู่ร่วมกันจะเป็นภัยต่อสุขภาพกายหรือจิต หรือทำลายความผาสุกอย่างมาก และศาลอาจกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างนั้นด้วย

ระหว่างที่แยกกันอยู่ ควรเก็บหลักฐานวันที่เริ่มแยก เช่น สัญญาเช่าที่พักใหม่ การย้ายทะเบียนบ้าน หรือข้อความที่ทั้งสองฝ่ายพูดถึงการแยกทาง

ทางเลือกที่ 3: ตรวจว่ามีเหตุอื่นที่เข้าจริงหรือไม่

หลายครั้งคำว่า "หมดรัก" เป็นผลจากพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเป็นเหตุหย่าได้อยู่แล้ว ลองไล่ดูตามรายการนี้ แล้วนำไปปรึกษาพร้อมหลักฐาน

  • ไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือแสดงความเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง จนอีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร อาจเข้ามาตรา 1516 (6)
  • ทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรง อาจเข้ามาตรา 1516 (3)
  • จงใจทิ้งร้างไปเกิน 1 ปี อาจเข้ามาตรา 1516 (4) โดยผู้ฟ้องต้องเป็นฝ่ายที่ถูกทิ้ง
  • มีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในทำนองชู้สาว อาจเข้ามาตรา 1516 (1)
  • มีสภาพแห่งกายที่ทำให้ร่วมประเวณีไม่ได้ตลอดกาล อาจเข้ามาตรา 1516 (10)

ระวังเรื่องเวลา เหตุตามมาตรา 1516 (1) (2) (3) และ (6) มีกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงตามมาตรา 1529 แต่ถ้าพ้นกำหนดแล้ว ข้อเท็จจริงนั้นยังใช้เป็นพยานประกอบเหตุอื่นได้

อย่าพยายามสร้างเหตุหย่าขึ้นมาเอง เช่น ย้ายออกเพื่อให้ครบ 3 ปีทั้งที่อีกฝ่ายตามให้กลับ หรือยั่วยุให้อีกฝ่ายทำผิด ฝ่ายที่ก่อเหตุหรือยินยอมให้เกิดเหตุมักยกเหตุนั้นขึ้นฟ้องไม่ได้ และพฤติกรรมเหล่านี้ยังกระทบรูปคดีเรื่องลูกและทรัพย์สินด้วย

ถ้าฟ้องทั้งที่ไม่มีเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น

ศาลจะยกฟ้อง คุณเสียค่าใช้จ่ายและเวลา และอาจต้องรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมตามที่ศาลสั่ง ที่สำคัญคือความสัมพันธ์มักแย่ลงจนการตกลงหย่าโดยความยินยอมยากกว่าเดิม

การฟ้องใหม่ภายหลังทำได้เมื่อมีข้อเท็จจริงใหม่ที่เข้าเหตุหย่า เช่น แยกกันอยู่ครบเวลาแล้ว ไม่ใช่การยื่นเรื่องเดิมซ้ำ จึงควรประเมินหลักฐานให้รอบคอบตั้งแต่ครั้งแรก

คำถามที่พบบ่อย

ทะเลาะกันแทบทุกวัน เข้าเหตุหย่าไหม

การทะเลาะทั่วไปยังไม่พอ แต่ถ้าถึงขั้นด่าทอดูหมิ่นหรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ทำร้ายจิตใจต่อเนื่อง หรือแสดงความเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงจนเดือดร้อนเกินควร อาจเข้ามาตรา 1516 (3) หรือ (6) ได้ ขึ้นกับหลักฐาน

แยกกันอยู่แล้ว แต่ยังมีชื่ออยู่บ้านเดียวกัน นับไหม

ศาลดูการใช้ชีวิตจริงมากกว่าชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ทะเบียนบ้านเป็นหลักฐานที่อีกฝ่ายใช้โต้แย้งได้ จึงควรมีหลักฐานอื่นที่แสดงการแยกกันอยู่จริงประกอบ

ระหว่างรอ ทรัพย์ที่หามาได้เป็นของใคร

ตราบใดที่ยังไม่หย่า ทั้งสองยังเป็นคู่สมรส ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างนั้นอาจเป็นสินสมรส ควรแยกบัญชีและเก็บหลักฐานที่มาของเงินไว้ เพื่อใช้ตอนแบ่งทรัพย์

อีกฝ่ายยอมหย่า แต่เรียกเงินก้อนแลก ทำได้ไหม

คู่หย่าตกลงเงื่อนไขเรื่องทรัพย์กันได้ แต่ควรเขียนเป็นข้อตกลงที่ชัดและจดไว้ในการหย่า และไม่ควรตกลงในสิ่งที่กระทบสิทธิของลูก เช่น สละค่าเลี้ยงดูบุตร

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากถามตัวเองตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายมีโอกาสยอมหย่าไหมถ้าเงื่อนไขเรื่องลูกและทรัพย์ชัดเจน ถ้ามี ให้เตรียมข้อเสนอที่เป็นธรรมและหาจังหวะคุยอย่างสงบ

ถ้าไม่มี ให้จดเหตุการณ์ที่ผ่านมาพร้อมวันที่ แล้วปรึกษาทนายความคดีครอบครัวเพื่อดูว่ามีเหตุตามมาตรา 1516 ที่ใช้ได้จริงหรือไม่ หรือควรวางแผนแยกกันอยู่อย่างถูกวิธี การรู้ทางเลือกตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้คุณไม่ต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่จบไปแล้วนานเกินจำเป็น

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ