การหย่าขณะตั้งครรภ์ทำได้ ทั้งจดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอ และฟ้องหย่าต่อศาล เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เด็กที่เกิดภายใน 310 วันหลังการสมรสสิ้นสุด จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของอดีตคู่สมรส ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1536
ตั้งครรภ์อยู่ จดทะเบียนหย่าหรือฟ้องหย่าได้ไหม
ได้ ไม่มีบทบัญญัติใดห้ามหย่าระหว่างตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้หย่าไม่ได้ และไม่ใช่เหตุหย่าในตัวเองด้วย
ถ้าตกลงกันได้ ใช้การหย่าโดยความยินยอม ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1514 วรรคสอง กำหนดให้ทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน แล้วไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียน
ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม ต้องฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 เช่น ทิ้งร้าง ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หรือไม่อุปการะเลี้ยงดู ความแตกต่างของสองทางสรุปได้ดังนี้
| ประเด็น | จดทะเบียนหย่า | ฟ้องหย่า |
|---|---|---|
| ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย | ต้อง | ไม่ต้อง แต่ต้องมีเหตุหย่า |
| ระยะเวลา | เสร็จในวันที่ไปจดทะเบียน | ขึ้นกับการส่งหมายและการสืบพยาน |
| เรื่องลูกในครรภ์ | ตกลงแนวทางไว้ในข้อตกลงหย่าได้ แต่ควรยืนยันอีกครั้งหลังคลอด | ศาลชี้ขาดเรื่องบุตรที่เกิดแล้ว ส่วนลูกในครรภ์อาจต้องดำเนินการหลังคลอด |
| ข้อสันนิษฐานความเป็นบิดา | ใช้มาตรา 1536 ถ้าคลอดภายใน 310 วัน | ใช้มาตรา 1536 เช่นเดียวกัน |
ลูกที่เกิดหลังหย่าเป็นลูกของใครตามกฎหมาย
มาตรา 1536 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นคู่สมรสกับชาย หรือภายในสามร้อยสิบวันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นคู่สมรสหรือเคยเป็นคู่สมรส
คำว่า "สันนิษฐานไว้ก่อน" หมายความว่ากฎหมายถือตามนี้จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลหักล้าง การที่ทั้งคู่ตกลงกันเองว่าไม่ใช่ลูก หรือเขียนไว้ในข้อตกลงหย่า ไม่ได้ทำให้ข้อสันนิษฐานหมดไป
ถ้าอดีตคู่สมรสเป็นพ่อจริง ลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของทั้งสองฝ่าย และเมื่อไม่ได้มีข้อตกลงหรือคำสั่งศาลเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครองของลูกคนนี้ อำนาจปกครองอยู่กับบิดามารดาร่วมกันตามหลักในมาตรา 1566 จึงควรตกลงเรื่องนี้ให้ชัดหลังคลอด
- ลูกคลอดภายใน 310 วันนับแต่วันหย่า: ใช้ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536
- ลูกคลอดหลังพ้น 310 วัน: ไม่มีข้อสันนิษฐานนี้ ถ้าพ่อต้องการให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต้องจดทะเบียนรับรองบุตร หรือสมรสกันใหม่ หรือให้ศาลพิพากษา
ถ้าพ่อที่แท้จริงไม่ใช่อดีตสามี ต้องทำอย่างไร
ข้อสันนิษฐานนี้หักล้างได้โดยการฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1539 ซึ่งชายผู้เป็นหรือเคยเป็นคู่สมรสต้องฟ้องเด็กกับมารดาร่วมกันเป็นจำเลย
เขาต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้อยู่ร่วมกับมารดาเด็กในระยะเวลาตั้งครรภ์ คือระหว่าง 180 วันถึง 310 วันก่อนเด็กเกิด หรือไม่อาจเป็นบิดาของเด็กได้เพราะเหตุอย่างอื่น ในทางปฏิบัติผลตรวจดีเอ็นเอมักเป็นหลักฐานสำคัญ
มีข้อจำกัดสองข้อที่ต้องรู้ ข้อแรก มาตรา 1541 ห้ามฟ้อง ถ้าชายนั้นเป็นผู้แจ้งการเกิดว่าเด็กเป็นบุตรของตน หรือจัดหรือยอมให้มีการแจ้งเช่นนั้น ข้อสอง มาตรา 1542 กำหนดให้ฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันรู้ถึงการเกิดของเด็ก และห้ามฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันเกิดของเด็ก
เรื่องความเป็นพ่อของเด็กเปลี่ยนด้วยการตกลงกันเองไม่ได้ ถ้ามีข้อสงสัยว่าใครเป็นพ่อ ให้ปรึกษาทนายก่อนไปแจ้งเกิด เพราะการแจ้งเกิดหรือยินยอมให้แจ้งว่าเป็นบุตรของตน อาจทำให้ชายนั้นฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรไม่ได้อีกตามมาตรา 1541
หย่าแล้วคลอดลูก จะสมรสใหม่ได้เมื่อไร
มาตรา 1453 กำหนดว่า หญิงที่การสมรสสิ้นสุดลงจะสมรสใหม่กับชายได้ต่อเมื่อพ้น 310 วันแล้ว เว้นแต่คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลให้สมรสได้
ดังนั้นถ้าหย่าขณะตั้งครรภ์ เมื่อคลอดแล้วก็จดทะเบียนสมรสใหม่ได้โดยไม่ต้องรอครบ 310 วัน รายละเอียดข้อยกเว้นอ่านได้ที่ หย่าแล้วกี่วันจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ กฎ 310 วันและข้อยกเว้น
ค่าเลี้ยงดูลูกในครรภ์ ตกลงอย่างไร
มาตรา 15 วรรคสอง บัญญัติว่า ทารกในครรภ์มารดาสามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้หากภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก เมื่อลูกคลอดและเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ พ่อแม่ต้องอุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1564
ในทางปฏิบัติ ถ้าจดทะเบียนหย่าระหว่างตั้งครรภ์ ควรเขียนแนวทางเรื่องค่าฝากครรภ์ ค่าคลอด และค่าเลี้ยงดูหลังคลอดไว้ในข้อตกลง แล้วยืนยันหรือทำข้อตกลงใหม่หลังคลอดให้ระบุชื่อลูกชัดเจน เพื่อให้บังคับได้ง่าย
- ระบุว่าใครจ่ายค่าฝากครรภ์และค่าคลอด คนละเท่าไร
- ระบุจำนวนค่าเลี้ยงดูรายเดือนหลังคลอด และวันโอน
- ระบุว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง และการพบลูกของอีกฝ่าย
- หลังคลอด ไปยืนยันข้อตกลงเป็นหนังสือ หรือขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอม
หลักที่ศาลใช้คิดค่าเลี้ยงดูดูได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร และเอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนหย่าดูได้ที่ จดทะเบียนหย่า ใช้เอกสารอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
หย่าตอนท้อง อดีตสามีต้องช่วยค่าฝากครรภ์และค่าคลอดไหม
กฎหมายไม่ได้กำหนดเป็นรายการเฉพาะ แต่ตกลงกันได้ในข้อตกลงหย่า และเมื่อลูกคลอดแล้วเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของเขา หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1564 ก็เกิดขึ้นเต็มที่ ควรเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้
อดีตสามีไม่ยอมรับว่าเป็นลูก ต้องทำอย่างไร
ถ้าลูกเกิดภายใน 310 วัน ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536 ยังมีผลจนกว่าเขาจะฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรและศาลพิพากษา ระหว่างนั้นฝ่ายแม่ขอให้เขาร่วมรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูได้ และควรปรึกษาทนายเรื่องการตรวจดีเอ็นเอที่ศาลรับฟัง
ถ้าคืนดีกันแล้วจดทะเบียนสมรสกันใหม่ ต้องรอ 310 วันไหม
ไม่ต้อง มาตรา 1453 (2) ยกเว้นกรณีสมรสกับคู่สมรสเดิม และลูกที่เกิดก็ยังเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของทั้งคู่
ลูกเกิดหลังหย่าเกิน 310 วัน แต่เป็นลูกของอดีตสามีจริง ทำอย่างไร
กรณีนี้ไม่มีข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536 ถ้าต้องการให้ลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ ต้องจดทะเบียนรับรองบุตร สมรสกันใหม่ หรือให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ตามหลักในมาตรา 1547
ควรเริ่มอย่างไร
ถ้ากำลังตั้งครรภ์และคิดจะหย่า ให้คิดสามเรื่องพร้อมกัน คือ วิธีหย่าที่เหมาะกับความสัมพันธ์ตอนนี้ ใครเป็นพ่อของลูกตามกฎหมาย และค่าใช้จ่ายตั้งแต่ฝากครรภ์จนลูกโต
การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวก่อนลงชื่อในข้อตกลงหย่าหรือก่อนแจ้งเกิด ช่วยป้องกันปัญหาที่แก้ยากในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยเรื่องความเป็นบิดา หรืออีกฝ่ายไม่ยอมรับผิดชอบ
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
