ศาลเยาวชนและครอบครัว คดีหย่า คืออะไร วันนัดต้องเจอใครบ้าง

ศาลเยาวชนและครอบครัวคือศาลที่พิจารณาคดีหย่าและคดีครอบครัวอื่น จุดที่ต่างจากศาลทั่วไปคือ มีผู้พิพากษาสมทบ มีผู้ประนีประนอมช่วยไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณา และถ้ามีลูกผู้เยาว์ ผู้อำนวยการสถานพินิจจะรายงานความเป็นอยู่ของเด็กต่อศาล บรรยากาศจึงเน้นการหาทางออกมากกว่าการเอาชนะ

ศาลเยาวชนและครอบครัวคืออะไร ต่างจากศาลทั่วไปอย่างไร

เป็นศาลชำนัญพิเศษตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ที่ ออกแบบมาเพื่อเรื่องในครอบครัวโดยเฉพาะ มีทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด และแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

กฎหมายให้เครื่องมือที่ศาลทั่วไปไม่มี เช่น การไกล่เกลี่ยโดยผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว การรับฟังผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ และการกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเรื่องสินสมรส ที่พักอาศัย และการเลี้ยงดูลูก ระหว่างคดี

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องยื่นที่ศาลใด อ่านได้ที่ ฟ้องหย่ายื่นศาลไหน

ในห้องพิจารณาจะเจอใครบ้าง

คนที่พบบ่อยในคดีหย่ามี ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม และเจ้าหน้าที่ศาล แต่ละคนมีบทบาทต่างกัน ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพ

บุคคลบทบาทหลักกฎหมาย
ผู้พิพากษาพิจารณาและพิพากษาคดีองค์คณะมีผู้พิพากษาไม่น้อยกว่าสองคน (มาตรา 23)
ผู้พิพากษาสมทบร่วมเป็นองค์คณะ ให้มุมมองด้านเด็กและครอบครัวสองคน อย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นสตรี (มาตรา 23)
ผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกันก่อนเริ่มพิจารณามาตรา 148 ถึง 151
ผู้อำนวยการสถานพินิจ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาสืบเสาะความเป็นอยู่ของครอบครัว และรายงานความเห็นเรื่องเด็กมาตรา 152 มาตรา 167 และ 168
ทนายความและเจ้าหน้าที่ศาลดำเนินคดีแทนคู่ความ และดูแลการนัด เอกสาร และบันทึกคำเบิกความทนายมีอำนาจตามใบแต่งทนาย

ผู้พิพากษาสมทบคือใคร

คือบุคคลภายนอกที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้ง เพื่อ นำประสบการณ์ด้านเด็กและครอบครัวมาร่วมพิจารณา มาตรา 25 กำหนดคุณสมบัติไว้ เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และมีหรือเคยมีบุตร เคยเลี้ยงดูเด็ก หรือเคยทำงานด้านสงเคราะห์หรือคุ้มครองเด็ก เยาวชน หรือครอบครัวมาไม่น้อยกว่าสามปี

ในคดีครอบครัวที่ลูกผู้เยาว์ไม่มีส่วนได้เสีย มาตรา 147 ให้ศาลถามคู่ความก่อนเริ่มพิจารณาว่าต้องการให้มีผู้พิพากษาสมทบหรือไม่ ถ้าฝ่ายใดไม่ต้องการ ผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนพิจารณาได้ แต่ถ้าปรากฏภายหลังว่าเด็กมีส่วนได้เสีย ศาลต้องให้มีผู้พิพากษาสมทบร่วมด้วย

วันนัดแรกของคดีหย่าเป็นอย่างไร

วันนัดแรกของคดีที่มีข้อพิพาทมักเป็น วันไกล่เกลี่ย เพราะมาตรา 148 ให้ศาลตั้งผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวเพื่อไกล่เกลี่ยก่อนเริ่มพิจารณา

  1. มาถึงศาลก่อนเวลานัด ตรวจห้องตามประกาศหน้าห้องหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  2. รายงานตัวพร้อมบัตรประชาชนและหมายนัด
  3. เข้าห้องไกล่เกลี่ยกับผู้ประนีประนอม ซึ่งอาจคุยพร้อมกันหรือแยกคุยทีละฝ่าย
  4. ถ้าตกลงกันได้ ผู้ประนีประนอมจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความ แล้วศาลตรวจว่าไม่ขัดกฎหมายและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก ก่อนพิพากษาตามยอม
  5. ถ้าตกลงไม่ได้ ศาลสั่งยุติการไกล่เกลี่ยและนัดสืบพยานต่อไป

ศาลอาจให้นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือญาติของคู่ความช่วยผู้ประนีประนอมได้ และถ้าคู่ความร้องขอ ศาลสั่งให้ไกล่เกลี่ยเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าคู่ความได้ตามมาตรา 153 ดูภาพรวมของขั้นตอนทั้งคดีได้ที่ ฟ้องหย่าต้องทำยังไง

สิ่งที่พูดในห้องไกล่เกลี่ย จะนำมารับฟังในชั้นพิจารณาไม่ได้ ตามมาตรา 151 จึงพูดถึงความต้องการจริงเรื่องลูกและทรัพย์สินได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ห้ามลงชื่อในข้อตกลงที่ยังไม่เข้าใจทุกบรรทัด เพราะเมื่อศาลพิพากษาตามยอมแล้ว แก้ไขภายหลังได้ยากมาก

ถ้ามีลูก ศาลจะทำอะไรเพิ่ม

ศาลต้อง ฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจ ก่อนพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีครอบครัวที่ลูกผู้เยาว์มีส่วนได้เสีย ตามมาตรา 168

  • เมื่อศาลรับฟ้อง ศาลแจ้งสถานพินิจ ซึ่งจะรายงานความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ และประโยชน์สูงสุดของเด็กต่อศาล (มาตรา 167)
  • เจ้าหน้าที่อาจนัดพูดคุยกับพ่อแม่และเด็ก หรือเยี่ยมบ้าน ควรให้ความร่วมมือและไปตามนัด
  • คู่ความมีสิทธิแถลงคัดค้านและนำสืบหักล้างความเห็นนั้นได้
  • ถ้าจำเป็น ศาลอาจขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ จิตวิทยา หรือสังคมสงเคราะห์ (มาตรา 31)

เรื่องเด็กเป็นเหตุหลักที่ทำให้คดีใช้เวลานานขึ้น อ่านระยะเวลาโดยประมาณได้ที่ ฟ้องหย่าใช้เวลานานไหม

วันขึ้นศาลควรเตรียมตัวและแต่งกายอย่างไร

ควร แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมือนไปติดต่อราชการที่เป็นทางการ ศาลหลายแห่งมีประกาศเรื่องการแต่งกายของผู้มาติดต่อ ควรตรวจประกาศของศาลที่จะไปก่อน

  • นำบัตรประชาชน หมายนัด และเอกสารที่ทนายนัดให้นำมา
  • เผื่อเวลาเดินทาง ตรวจค้น และหาห้องพิจารณา
  • ปิดเสียงโทรศัพท์ และไม่บันทึกภาพหรือเสียงในห้องพิจารณา
  • พูดกับศาลด้วยถ้อยคำสุภาพ ตอบเฉพาะสิ่งที่ถาม และไม่โต้เถียงกับอีกฝ่ายต่อหน้าศาล
  • ถ้ามีเหตุไปไม่ได้ ให้แจ้งทนายหรือศาลล่วงหน้า อย่าขาดนัดเงียบ ๆ

คำแนะนำเรื่องพฤติกรรมระหว่างคดีที่ช่วยรูปคดีมีเพิ่มเติมที่ ฟ้องหย่า ควรทำและไม่ควรทำอะไร

คำถามที่พบบ่อย

ต้องพาลูกไปศาลด้วยไหม

โดยทั่วไปไม่ต้องพาลูกไปในวันนัดของพ่อแม่ เว้นแต่ศาลหรือสถานพินิจนัดให้พาเด็กมาพบ ถ้าได้รับนัดเช่นนั้น ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจอย่างเหมาะกับวัย และไม่ซักซ้อมคำตอบให้เด็ก

คนอื่นเข้ามาฟังคดีหย่าของเราได้ไหม

การไกล่เกลี่ยทำเป็นการลับได้เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความร้องขอ และมาตรา 153 ห้ามเผยแพร่ข้อมูลในคดีครอบครัวที่ทำให้รู้จักตัวคู่ความหรือทำให้เสียชื่อเสียง เว้นแต่ศาลอนุญาต ถ้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ให้แจ้งทนายเพื่อขอศาล

ไม่มีทนาย ไปศาลเองได้ไหม

ได้ และในคดีครอบครัว ถ้าคู่ความไม่มีทนายความ ขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ได้ตามมาตรา 158 แต่ควรยื่นคำขอแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ทนายมีเวลาศึกษาคดี

ถ้าอีกฝ่ายเคยทำร้ายเรา ต้องนั่งไกล่เกลี่ยห้องเดียวกันไหม

ควรแจ้งทนายหรือเจ้าหน้าที่ศาลล่วงหน้า ศาลสั่งให้ดำเนินการต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ตามมาตรา 153 และถ้ามีความรุนแรงในครอบครัว ผู้ถูกกระทำร้องขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองได้

ควรเริ่มอย่างไร

ก่อนวันนัด ให้ถามทนายว่าวันนั้นเป็นนัดอะไร ใครต้องไป และต้องเตรียมเอกสารหรือตัวเลขอะไร เช่น ค่าใช้จ่ายของลูก หรือรายการทรัพย์สิน เพราะวันไกล่เกลี่ยมักต้องตัดสินใจเรื่องเหล่านี้

ถ้ายังไม่มีทนาย การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวก่อนวันนัดแรก จะช่วยให้รู้ว่าข้อเสนอใดรับได้ และข้อใดควรขอเวลาคิด ซึ่งช่วยลดความกังวลในวันขึ้นศาลได้มาก

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ