ไม่มีเงินจ้างทนายก็ยังฟ้องหย่าได้ ช่องทางหลักคือ ขอให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา) และขอความช่วยเหลือเรื่องทนายจากกองทุนยุติธรรม สำนักงานอัยการ หรือสภาทนายความ แต่ละช่องทางช่วยคนละส่วน จึงมักต้องใช้ควบคู่กัน
ไม่มีเงินจ้างทนาย ฟ้องหย่าได้ไหม
ได้ คดีหย่าเป็นคดีแพ่ง กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีทนาย คู่ความดำเนินคดีด้วยตนเองได้ แต่คดีหย่าที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมต้องพิสูจน์เหตุหย่าในศาล การมีผู้ช่วยที่รู้ขั้นตอนจึงช่วยได้มาก
ค่าใช้จ่ายของคดีแยกได้เป็นสองก้อน คือ ค่าธรรมเนียมศาลที่จ่ายให้ศาล กับค่าทนายความ ซึ่งแต่ละก้อนมีช่องทางช่วยเหลือต่างกัน
| ค่าใช้จ่าย | ตัวอย่าง | ช่องทางที่อาจช่วยได้ |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมศาล | ค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมาย | คำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลที่ยื่นฟ้อง |
| ค่าทนายความ | ร่างคำฟ้อง ว่าความ สืบพยาน | กองทุนยุติธรรม สำนักงานอัยการ สภาทนายความ |
| ค่าใช้จ่ายอื่น | ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร | กองทุนยุติธรรมพิจารณาช่วยได้บางกรณี |
ถ้าขอหย่าอย่างเดียว ค่าขึ้นศาลไม่สูง คือคำขอที่คิดเป็นเงินไม่ได้เรื่องละ 200 บาท แต่ถ้าขอแบ่งสินสมรสหรือเรียกเงินด้วย จะคิดตามทุนทรัพย์ คือร้อยละ 2 สำหรับทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ดูรายละเอียดได้ที่ ฟ้องหย่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ต้องทำให้ศาลเชื่อได้ว่า ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือถ้าไม่ได้รับยกเว้นจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรเมื่อดูจากฐานะของตน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1
ถ้าเราเป็นฝ่ายฟ้อง ศาลจะดูเพิ่มด้วยว่าคดีมีเหตุผลอันสมควร ไม่ใช่ฟ้องโดยไม่มีมูล ส่วนฝ่ายที่ถูกฟ้องและขอยกเว้นเพื่อต่อสู้คดี กฎหมายไม่ได้ตั้งเงื่อนไขข้อนี้ไว้
มาตรา 155 เปิดให้ขอยกเว้นได้ทั้งในการฟ้องและการต่อสู้คดี และใช้ได้ทั้งศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ และชั้นฎีกา
- ยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลพร้อมคำฟ้อง (มาตรา 156) ถ้าเพิ่งกลายเป็นผู้ไม่มีเงินในภายหลัง ยื่นระหว่างคดีได้
- แนบพยานหลักฐานเรื่องฐานะ เช่น หลักฐานรายได้ ภาระเลี้ยงดู และหนี้สิน
- มาศาลตามนัดไต่สวนคำร้อง ถ้าไม่มา ศาลอาจยกคำร้องและสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด
- ศาลอาจอนุญาตทั้งหมด อนุญาตบางส่วน หรือยกคำร้อง
- ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งยกคำร้องหรืออนุญาตบางส่วน อุทธรณ์ได้ภายใน 7 วันนับแต่วันมีคำสั่ง และคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในเรื่องนี้เป็นที่สุด
กองทุนยุติธรรมช่วยค่าทนายฟ้องหย่าได้ไหม
อาจช่วยได้ กองทุนยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดี เช่น ค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นอย่างค่าเดินทางและที่พัก
คำถามที่พบบ่อยของสำนักงานกองทุนยุติธรรมระบุว่า การพิจารณาดูจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของเรื่อง ฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ขอซึ่งดูจากรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และหนี้สิน รวมถึงโอกาสได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอื่น ส่วนโอกาสแพ้หรือชนะคดีไม่ใช่เกณฑ์
- ยื่นคำขอได้ทางเว็บไซต์ของกองทุน ที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม หรือที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด
- เอกสารพื้นฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารที่แสดงพฤติการณ์แห่งคดี
- เอกสารยังไม่ครบ ส่งเพิ่มได้ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง
- เมื่อได้รับอนุมัติ ต้องมาทำสัญญาภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งผล และถ้าไม่เห็นด้วยกับผล ขอทบทวนได้ภายใน 30 วัน
- ถ้าภายหลังศาลสั่งให้อีกฝ่ายชดใช้ค่าธรรมเนียมหรือค่าทนายให้เรา ต้องคืนกองทุนภายใน 15 วันนับแต่ได้รับเงิน ไม่เกินจำนวนที่ได้รับช่วยเหลือ
อัยการและสภาทนายความช่วยอะไรได้บ้าง
ทั้งสองหน่วยงาน ให้คำปรึกษากฎหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจจัดทนายช่วยดำเนินคดีให้ผู้ที่เข้าเงื่อนไข
สำนักงานอัยการมีสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ในทุกจังหวัด ซึ่งระบุว่าช่วยเหลือทางคดีแพ่งแก่ผู้ที่ยากจนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในฐานะโจทก์และจำเลย และรับประนอมข้อพิพาททางแพ่งด้วย
สภาทนายความมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 โดยมีทนายอาสาให้คำปรึกษา และอาจรับช่วยว่าความตามข้อบังคับของสภาทนายความ คุณสมบัติผู้มีสิทธิควรสอบถามสำนักงานในจังหวัดของตน
| ช่องทาง | ช่วยเรื่องใดเป็นหลัก | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| คำร้องยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล | ค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมในคดี | ผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินพอ หรือจะเดือดร้อนเกินสมควร |
| กองทุนยุติธรรม | ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี | ผู้มีฐานะไม่พอจะจ่ายเอง |
| สคช. สำนักงานอัยการ | คำปรึกษา ทนายว่าต่างแก้ต่าง ประนอมข้อพิพาท | ผู้ยากจนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม |
| สภาทนายความ | คำปรึกษาจากทนายอาสา และความช่วยเหลือทางคดีตามข้อบังคับ | ผู้ที่ต้องการคำแนะนำเบื้องต้นหรือเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ |
การได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลไม่ได้แปลว่าได้ทนายฟรี และการได้ทนายจากหน่วยงานก็ไม่ได้ทำให้ค่าศาลหายไปเอง ถ้าต้องการทั้งสองอย่าง ควรยื่นทั้งสองทางให้ทันก่อนวันยื่นฟ้อง
ก่อนไปขอความช่วยเหลือ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ควรเตรียม เอกสารสองชุด คือชุดที่ใช้ในคดีหย่า และชุดที่แสดงฐานะของตน เพราะทุกช่องทางต้องดูทั้งเรื่องคดีและเรื่องความเดือดร้อน
- บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และทะเบียนสมรส
- สูติบัตรของลูก ถ้าจะขออำนาจปกครองหรือค่าเลี้ยงดูบุตรด้วย
- หลักฐานเหตุหย่า เช่น ใบรับรองแพทย์ บันทึกประจำวันตำรวจ ข้อความ หรือหลักฐานการแยกกันอยู่
- หลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ ถ้าไม่มีรายได้ประจำให้เขียนชี้แจง
- หลักฐานภาระ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมลูก หนี้สินที่ต้องผ่อน
- สรุปเหตุการณ์สั้น ๆ เรียงตามวันที่ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่และทนายเข้าใจเรื่องได้เร็ว
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเหตุหย่าข้อใด หรือคดีควรเริ่มอย่างไร อ่านภาพรวมได้ที่ ฟ้องหย่าต้องมีทนายไหม
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเป็นฝ่ายถูกฟ้องหย่า ขอความช่วยเหลือแบบนี้ได้ไหม
ได้ มาตรา 155 ให้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการต่อสู้คดีได้ด้วย และ สคช. ของสำนักงานอัยการระบุว่าช่วยทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย ควรรีบติดต่อทันทีที่ได้รับหมาย เพราะการยื่นคำให้การมีกำหนดเวลา
ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียม จะเป็นอย่างไร
ศาลมักกำหนดเวลาให้ชำระค่าธรรมเนียม ถ้าไม่ชำระตามกำหนด คดีอาจถูกจำหน่ายเพราะถือว่าทิ้งฟ้อง ระหว่างนั้นอาจอุทธรณ์คำสั่งภายใน 7 วัน หรือหาเงินจากช่องทางอื่น เช่น ขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยค่าธรรมเนียม
กองทุนยุติธรรมให้เลือกทนายเองได้ไหม
ตามคำถามที่พบบ่อยของกองทุน ผู้ขออาจเสนอทนายที่ตนเลือกได้เมื่อมีเหตุจำเป็น แม้ไม่อยู่ในบัญชีของกองทุน แต่ต้องได้รับอนุมัติ และการเปลี่ยนทนายภายหลังทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุตามที่กองทุนกำหนด
ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมหย่า ต้องไปศาลไหม
ไม่ต้อง ถ้าตกลงกันได้ จดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตได้ และใบสำคัญการหย่าออกให้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นทางที่ประหยัดที่สุด ดูขั้นตอนได้ที่ จดทะเบียนหย่า ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ขอความช่วยเหลือหลายช่องทางพร้อมกันได้ไหม
ได้ในทางปฏิบัติ แต่ควรแจ้งแต่ละหน่วยงานตามจริงว่ากำลังขอที่ใดอยู่ เพราะกองทุนยุติธรรมพิจารณาโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากทางอื่นด้วย การแจ้งตรงไปตรงมาช่วยไม่ให้เรื่องสะดุดภายหลัง
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากรวบรวมเอกสารคดีและเอกสารฐานะให้ครบ แล้วขอคำปรึกษาจาก สคช. ในจังหวัดหรือทนายอาสาก่อน เพื่อให้รู้ว่าเหตุหย่าของเราหนักแน่นพอหรือไม่ และควรขอเรื่องลูกหรือทรัพย์สินพร้อมกันด้วยหรือเปล่า
เมื่อรู้แผนคดีแล้ว จึงยื่นขอความช่วยเหลือเรื่องทนายและเตรียมคำร้องยกเว้นค่าธรรมเนียมไปพร้อมคำฟ้อง หากมีงบประมาณบางส่วน การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อวางแผนก็อาจช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยรวมได้
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
