คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย หย่าได้สองทางเหมือนคู่ชายหญิง คือจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม หรือฟ้องหย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 และแบ่งสินสมรสคนละครึ่งเช่นกัน จุดที่ยังต่างคือเรื่องความเป็นพ่อแม่ของลูก ซึ่งบางมาตรายังใช้ถ้อยคำชายหญิง
คู่สมรสเพศเดียวกันหย่าได้กี่วิธี
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งกรมการปกครองเริ่มรับจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เปลี่ยนถ้อยคำในบทบัญญัติเรื่องการหย่าเป็นคำว่าคู่สมรส วิธีหย่าจึงเหมือนกันทุกคู่
| วิธีหย่า | เงื่อนไขหลัก | การสมรสสิ้นสุดเมื่อ |
|---|---|---|
| จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม | ทำเป็นหนังสือ มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน (มาตรา 1514) และไปจดทะเบียน (มาตรา 1515) | วันจดทะเบียนหย่า |
| ฟ้องหย่าต่อศาล | มีเหตุหย่าตามมาตรา 1516 หรือเจรจาตกลงกันได้ในศาล | วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วนำไปบันทึกทะเบียน |
ถ้าตกลงกันได้ การจดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอเป็นทางที่เร็วที่สุด ส่วนถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า หรือตกลงเรื่องทรัพย์และลูกไม่ได้ ต้องใช้ทางศาล
เหตุหย่าและการฟ้องชู้ ใช้เหมือนคู่ชายหญิงไหม
เหมือนกัน มาตรา 1516 ฉบับปัจจุบันใช้คำว่าคู่สมรส และอนุมาตรา (1) เขียนให้ครอบคลุมการร่วมประเวณี และการกระทำเพื่อสนองความใคร่กับผู้อื่นเป็นอาจิณ ไม่ได้ผูกกับการกระทำระหว่างชายกับหญิงแบบถ้อยคำเดิม อ่านเหตุหย่าทั้งหมดได้ที่ เหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516 ครบทั้ง 12 กรณี
สิทธิเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามตามมาตรา 1523 ก็ใช้ได้ ไม่ว่าคู่สมรสจะมีความสัมพันธ์กับบุคคลเพศใด และยังอยู่ใต้อายุความ 1 ปีตามมาตรา 1529 เหมือนกัน อ่านต่อได้ที่ ถ้าคู่สมรสไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลเพศเดียวกัน ฟ้องได้หรือไม่
ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่าตามมาตรา 1526 ก็ใช้คำว่าคู่สมรสเช่นกัน ฝ่ายที่ยากจนลงเพราะการหย่า ซึ่งเป็นความผิดของอีกฝ่ายฝ่ายเดียว จึงขอได้ในคดีหย่าโดยไม่ขึ้นกับเพศ
สินสมรสแบ่งอย่างไร ทรัพย์ที่ทำมาก่อนจดทะเบียนเป็นของใคร
มาตรา 1533 ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน หลักนี้ใช้กับทุกคู่ ปัญหาที่พบบ่อยกว่าในคู่เพศเดียวกันคือ หลายคู่อยู่กินและสร้างทรัพย์ร่วมกันมาหลายปี ก่อนกฎหมายจะเปิดให้จดทะเบียน
| ทรัพย์ | สถานะโดยหลัก | สิ่งที่ต้องพิสูจน์ |
|---|---|---|
| ทรัพย์ที่ฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนจดทะเบียน | สินส่วนตัว (มาตรา 1471) | วันที่ได้มา และเงินที่ใช้ซื้อ |
| ทรัพย์ที่ซื้อร่วมกันก่อนจดทะเบียน | ไม่ใช่สินสมรส แต่อาจเป็นกรรมสิทธิ์รวม | ว่าทั้งสองฝ่ายร่วมกันออกเงินหรือร่วมกันทำมาหาได้ |
| ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส | โดยหลักเป็นสินสมรส แบ่งคนละครึ่ง | ว่าไม่ใช่มรดกหรือของที่ได้รับให้โดยเสน่หา |
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวม มาตรา 1357 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน แต่ถ้าโฉนดหรือบัญชีอยู่ในชื่อฝ่ายเดียว ภาระพิสูจน์มักหนักขึ้น หลักฐานการโอนเงินผ่อนบ้านหรือรถร่วมกันจึงสำคัญมาก ดูหลักเรื่องสินสมรสกับสินส่วนตัวได้ที่ สินสมรส สินส่วนตัว ต่างกันอย่างไร
ลูก อำนาจปกครอง และค่าเลี้ยงดู จุดที่ต้องระวังมากที่สุด
นี่คือจุดที่ต่างจากคู่ชายหญิงมากที่สุด บทบัญญัติเรื่องความเป็นบิดามารดา ตั้งแต่มาตรา 1536 ถึง 1545 ยังใช้ถ้อยคำชายและหญิง ข้อสันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรของคู่สมรสจึงไม่ได้ใช้กับคู่เพศเดียวกันโดยอัตโนมัติ
ผลในทางปฏิบัติคือ ต้องดูก่อนว่าแต่ละฝ่ายเป็นพ่อแม่ตามกฎหมายของเด็กหรือไม่ เพราะอำนาจปกครองตามมาตรา 1566 และหน้าที่ค่าเลี้ยงดูผูกกับความเป็นพ่อแม่ตามกฎหมาย
| สถานการณ์ของเด็ก | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|
| เป็นลูกของฝ่ายหนึ่งตั้งแต่ก่อนสมรส | อีกฝ่ายรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้วหรือยัง ถ้ายัง สิทธิและหน้าที่ต่อเด็กจะจำกัดกว่ามาก |
| จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมร่วมกันแล้ว | ตรวจเอกสารการรับบุตรบุญธรรมให้ครบ แล้วขอให้ศาลชี้เรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูไปในคดีหย่า |
| เด็กเกิดโดยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ | กฎหมายเฉพาะเรื่องนี้ใช้ถ้อยคำของตนเอง ควรให้ทนายตรวจสถานะของเด็กเป็นรายกรณี |
ถ้าคู่ของคุณเลี้ยงลูกของอีกฝ่ายมาด้วยกันโดยยังไม่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม อย่าคิดว่าศาลจะแบ่งอำนาจปกครองให้เหมือนพ่อแม่ทั่วไป ควรปรึกษาทนายเรื่องสถานะของเด็กก่อนยื่นหย่า และเขียนเรื่องการพบลูกให้ชัดในข้อตกลง ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน
เมื่อทั้งสองฝ่ายเป็นพ่อแม่ตามกฎหมายแล้ว หลักการชี้ขาดอำนาจปกครองจะเหมือนคดีหย่าทั่วไป อ่านเพิ่มที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว
ยังมีจุดอื่นอะไรที่ต้องตรวจก่อนหย่า
- กฎหมายอื่นที่ใช้คำว่าสามีภริยา มาตรา 67 ของพระราชบัญญัติฉบับที่ 24 ให้ถือว่าหมายรวมถึงคู่สมรสด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้นกำหนดสิทธิหรือสถานะไว้เป็นอย่างอื่น จึงยังมีบางกฎหมายที่ต้องตีความเป็นเรื่อง ๆ
- คู่สมรสชาวต่างชาติ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 26 และ 27 ให้ดูกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายด้วย ถ้าประเทศของอีกฝ่ายไม่รับรองการสมรสเพศเดียวกัน ควรให้ทนายวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น
- การสมรสใหม่หลังหย่า ระยะรอ 310 วันตามมาตรา 1453 ใช้กับหญิงที่จะสมรสใหม่กับชาย กรณีอื่นควรสอบถามนายทะเบียนก่อนนัดจดทะเบียน
- สิทธิที่ได้มาจากการสมรส เช่น สิทธิตามสวัสดิการของนายจ้าง หรือการถือสัญชาติ ควรตรวจว่าการหย่ากระทบอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศก่อนกฎหมายไทยแก้ หย่าที่ไทยได้ไหม
ขึ้นกับว่าการสมรสนั้นถูกรับรองหรือบันทึกในไทยแล้วหรือยัง และกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้ยังมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องตรวจละเอียด ควรนำทะเบียนสมรสต่างประเทศมาให้ทนายดูก่อนเลือกวิธี
พยานในการจดทะเบียนหย่าต้องเป็นใคร
ใช้หลักเดียวกับทุกคู่ คือมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคนตามมาตรา 1514 สำนักทะเบียนแต่ละแห่งอาจมีแนวปฏิบัติเรื่องเอกสารของพยาน ควรโทรถามก่อนไป
ต้องกลับไปใช้คำนำหน้าหรือนามสกุลเดิมไหม
หลักเรื่องการใช้นามสกุลหลังหย่าเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล ถ้าใช้นามสกุลของอีกฝ่ายอยู่ ควรสอบถามสำนักทะเบียนเรื่องการเปลี่ยนกลับและเอกสารที่ต้องแก้ตามมา
ข้อตกลงก่อนสมรสที่ทำไว้ยังใช้ได้ไหม
ถ้าทำถูกแบบตามกฎหมาย คือทำเป็นหนังสือ มีพยาน และจดแจ้งไว้พร้อมการจดทะเบียนสมรส สัญญาก่อนสมรสยังใช้บังคับได้ ควรนำต้นฉบับมาให้ทนายตรวจว่าครอบคลุมทรัพย์รายการใดบ้าง
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากทำรายการทรัพย์ทั้งหมด โดยแยกว่าได้มาก่อนหรือหลังวันจดทะเบียน เก็บหลักฐานการออกเงินร่วมกัน และตรวจสถานะทางกฎหมายของลูกทุกคน จากนั้นปรึกษาทนาย สองเรื่องนี้คือทรัพย์ก่อนจดทะเบียนกับสถานะของลูก เป็นจุดที่คู่สมรสเพศเดียวกันควรวางแผนมากกว่าคู่ทั่วไป และเป็นจุดที่ทนายช่วยลดความขัดแย้งได้มากที่สุด
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
