แยกกันอยู่แต่ยังไม่หย่า มีแฟนใหม่ ถูกฟ้องชู้ได้ไหม และสู้อย่างไร

ถูกฟ้องได้ เพราะการแยกกันอยู่ไม่ทำให้การสมรสสิ้นสุด คู่สมรสจึงยังมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากแฟนใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 แต่การยินยอม การที่แฟนใหม่ไม่รู้ว่ายังมีคู่สมรส หรือชีวิตคู่แตกร้าวมานาน อาจเป็นข้อต่อสู้หรือทำให้ค่าทดแทนลดลง

แยกกันอยู่แต่ยังไม่หย่า ยังถือว่าเป็นคู่สมรสอยู่ไหม

ยังเป็น การสมรสสิ้นสุดได้เพียงสามทาง คือความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน ตามมาตรา 1501 การแยกบ้านกันอยู่ แม้หลายปี จึงไม่ได้ทำให้ทั้งคู่เป็นคนโสด

การหย่าโดยความยินยอมมีผลเมื่อจดทะเบียนหย่า ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ตามมาตรา 1531 หนังสือตกลงแยกกันอยู่ หรือการพูดกันว่า "จบแล้ว" จึงไม่เท่ากับการหย่า

ผลที่ตามมาคือ สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสยังอยู่ครบ รวมถึงสิทธิที่จะฟ้องคนที่เข้ามามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับคู่สมรสของตน

ใครถูกฟ้องได้บ้าง และฟ้องด้วยเหตุอะไร

มี คนที่เสี่ยงถูกฟ้องสองคน คือคู่สมรสที่มีแฟนใหม่ และตัวแฟนใหม่เอง ซึ่งเงื่อนไขของแต่ละคนต่างกัน

ผู้ที่อาจถูกฟ้องฐานที่ใช้ฟ้องเงื่อนไขสำคัญ
คู่สมรสที่มีแฟนใหม่ฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) และเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่งค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งเรียกได้เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516 (1)
แฟนใหม่มาตรา 1523 วรรคสองล่วงเกินคู่สมรสของผู้อื่นไปในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว โดยไม่จำเป็นต้องมีการฟ้องหย่า

คำว่า "แสดงตนโดยเปิดเผย" ครอบคลุมพฤติกรรมที่คนทั่วไปเห็นได้ เช่น ออกงานด้วยกันในฐานะคู่รัก หรือโพสต์ภาพคู่ให้คนรู้จักเห็น จึงเป็นจุดที่คนกำลังเริ่มต้นใหม่มักพลาดโดยไม่ตั้งใจ

ข้อต่อสู้ของคนที่แยกกันอยู่และแฟนใหม่มีอะไรบ้าง

ข้อต่อสู้หลักมาจาก ตัวบทมาตรา 1523 และแนวคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ทุกข้อขึ้นกับพยานหลักฐาน ไม่มีข้อไหนชนะได้เพียงเพราะพูดว่าแยกกันอยู่แล้ว

  1. คู่สมรสยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ มาตรา 1523 วรรคสามตัดสิทธิเรียกค่าทดแทน ถ้าคู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ แต่ผู้ถูกฟ้องต้องยกขึ้นต่อสู้และพิสูจน์เอง
  2. แฟนใหม่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีคู่สมรส ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2568 ศาลไม่ให้หญิงอีกฝ่ายรับผิด เพราะเชื่อได้ว่าเธอรู้เพียงว่าคู่สามีภริยาหย่ากันแล้ว ไม่รู้ว่ากลับมาจดทะเบียนสมรสกันใหม่
  3. คู่สมรสรู้มานาน รับประโยชน์ แล้วจึงมาฟ้อง ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5579/2567 ภริยารู้เรื่องมาหลายปี ทำข้อตกลงแยกกันอยู่และรับเงินรายเดือน แล้วฟ้องหญิงอีกฝ่ายเมื่อเงินหยุด ศาลเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
  4. ชีวิตคู่แตกร้าวมาก่อน ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247–3248/2568 ศาลยังให้ภริยาได้ค่าทดแทนจากสามี แต่ลดจำนวนลง เพราะชีวิตสมรสมีปัญหามาตั้งแต่ก่อนความสัมพันธ์นอกสมรส
  5. พ้นกำหนดเวลาฟ้อง สิทธิตามมาตรานี้มีกำหนดเวลาสั้น ควรตรวจว่าคู่สมรสรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อใด อ่านเพิ่มที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี นับจากวันไหน ถ้าใกล้ครบต้องทำอย่างไร
การแยกกันอยู่นานไม่ใช่ใบอนุญาตให้เริ่มความสัมพันธ์ใหม่ อย่างมากเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ช่วยลดค่าทดแทน ถ้าตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่จริง ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือทำให้การหย่ามีผลก่อน

แยกกันอยู่นานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย

กฎหมาย ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ทำให้พ้นความเสี่ยง ถูกฟ้อง ตราบใดที่ยังไม่หย่า คู่สมรสก็ยังมีสถานะที่จะฟ้องได้

สิ่งที่กฎหมายกำหนดเรื่องเวลา คือเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (4/2) เมื่อคู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้ตลอดมาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

ระยะเวลานี้จึงควรใช้เป็น ทางไปสู่การหย่า ไม่ใช่ข้ออ้างหลังจากถูกฟ้องแล้ว วิธีพิสูจน์เหตุนี้อ่านได้ที่ ฟ้องหย่า แยกกันอยู่เกิน 3 ปี ต้องพิสูจน์อะไร และพลาดตรงไหนบ่อย

ทำไมควรหย่าให้เรียบร้อยก่อนเริ่มต้นใหม่

เพราะความเสี่ยง ไม่ได้มีแค่ค่าทดแทน แต่ลามไปถึงทรัพย์สิน บุตร และการสมรสครั้งใหม่

  • จดทะเบียนสมรสใหม่ไม่ได้ เพราะมาตรา 1452 ห้ามบุคคลสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่
  • ทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างยังไม่หย่า อาจถูกโต้แย้งว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 (1) และต้องนำมาแบ่ง
  • ถ้ามีบุตรกับแฟนใหม่ระหว่างที่ฝ่ายหญิงยังมีคู่สมรส มาตรา 1536 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรของคู่สมรสเดิม ต้องไปแก้ด้วยกระบวนการทางศาลภายหลัง
  • คู่สมรสเดิมอาจใช้ความสัมพันธ์ใหม่เป็นเหตุฟ้องหย่า และเรียกค่าทดแทนทั้งจากคุณและแฟนใหม่ในคดีเดียวกัน
  • แฟนใหม่ซึ่งไม่ได้เป็นคู่กรณีตั้งแต่ต้น กลับต้องเข้ามาเป็นจำเลยในคดีครอบครัวของคุณ

ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมจดทะเบียนหย่า ยังมีทางฟ้องหย่าด้วยเหตุตามกฎหมาย ซึ่งช่วยปิดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ถาวรกว่า

คำถามที่พบบ่อย

เซ็นหนังสือแยกกันอยู่แล้ว ถือว่ายินยอมให้มีแฟนใหม่ไหม

ไม่แน่เสมอไป หนังสือแยกกันอยู่ส่วนใหญ่พูดถึงที่อยู่และค่าใช้จ่าย ไม่ได้แปลว่ายินยอมให้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ถ้าจะอ้างว่ายินยอม ต้องดูถ้อยคำและพฤติการณ์ประกอบกัน และผู้อ้างมีหน้าที่พิสูจน์

แฟนใหม่บอกว่าไม่รู้ว่าเรายังไม่หย่า จะช่วยเขาได้ไหม

อาจช่วยได้ ถ้ามีพยานหลักฐานว่าเขาเชื่อโดยสุจริตว่าคุณโสดแล้ว ศาลฎีกาเคยวางหลักว่าผู้ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส ไม่ได้จงใจละเมิดสิทธิของคู่สมรส แต่ถ้าเขารู้ความจริงแล้วยังคบต่อ ข้อต่อสู้นี้จะอ่อนลงมาก

ถูกฟ้องแล้ว ควรทำอะไรก่อน

อย่าเพิกเฉยต่อหมายศาล และอย่าโพสต์หรือส่งข้อความโต้ตอบคู่สมรสเดิม ให้รวบรวมหลักฐานเรื่องการแยกกันอยู่ ข้อตกลงที่เคยทำ และช่วงเวลาที่อีกฝ่ายรู้เรื่อง แล้วปรึกษาทนายก่อนกำหนดยื่นคำให้การ

ค่าทดแทนในกรณีแยกกันอยู่มักได้น้อยลงไหม

อาจน้อยลง เพราะศาลพิจารณาความเสียหายจริงที่เกิดกับคู่สมรส ถ้าชีวิตคู่แตกร้าวมาก่อน ความเสียหายจากความสัมพันธ์ใหม่ก็อาจน้อยกว่า แต่ไม่มีอัตราตายตัว ปัจจัยอื่นอ่านได้ที่ ฟ้องชู้ได้กี่บาท ทำไมค่าทดแทนไม่มีราคาตายตัว

ฝ่ายที่แยกออกไปมีแฟนใหม่ ฟ้องหย่าอีกฝ่ายได้ไหม

ฟ้องได้ถ้ามีเหตุหย่าตามกฎหมาย เช่น แยกกันอยู่โดยสมัครใจเกินสามปี แต่ศาลจะดูพฤติการณ์ทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์ใหม่ด้วย และอีกฝ่ายอาจฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนกลับมาในคดีเดียวกัน

ควรเริ่มอย่างไร

ถ้าคุณแยกกันอยู่และกำลังจะเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ให้จัดการสถานะการสมรสก่อนเป็นอันดับแรก

  1. คุยกับคู่สมรสเรื่องจดทะเบียนหย่า พร้อมตกลงเรื่องบุตรและทรัพย์สินให้ครบ
  2. ถ้าเขาไม่ยอม ให้ตรวจว่ามีเหตุฟ้องหย่าข้อใดที่พิสูจน์ได้ และเก็บหลักฐานการแยกกันอยู่
  3. ระหว่างนี้หลีกเลี่ยงการแสดงความสัมพันธ์ใหม่ต่อสาธารณะ และบอกแฟนใหม่ตามจริงว่ายังไม่หย่า
  4. ถ้าได้รับหมายศาลแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปปรึกษาทนายความครอบครัวโดยเร็ว

การหย่าที่จบอย่างถูกต้อง คือการปกป้องทั้งตัวคุณและคนที่คุณกำลังจะเริ่มต้นใหม่ด้วย

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ