ถ้าถูกฟ้องหย่า สิ่งแรกคืออ่านหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้ครบ แล้วนับวัน เพราะจำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย จากนั้นไปศาลตามวันนัด ซึ่งคดีครอบครัวมักเริ่มด้วยการไกล่เกลี่ย แล้วจึงเลือกว่าจะต่อสู้ เจรจา หรือฟ้องแย้ง
ได้รับหมายศาลคดีหย่าแล้ว ต้องอ่านอะไรก่อน
ให้อ่าน 3 อย่างก่อน คือ วันนัดในหมายเรียก เหตุหย่าที่อีกฝ่ายอ้าง และคำขอท้ายคำฟ้อง ว่าเขาขออะไรจากศาลบ้าง
คำขอท้ายฟ้องมักไม่ได้มีแค่ "ให้หย่า" แต่อาจขออำนาจปกครองลูก ค่าเลี้ยงดูบุตร แบ่งสินสมรส ค่าทดแทน หรือค่าเลี้ยงชีพด้วย แต่ละเรื่องต้องตอบแยกกัน
- เหตุหย่าที่อ้างตรงกับข้อใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516
- ข้อเท็จจริงในคำฟ้องส่วนไหนจริง ส่วนไหนไม่จริง หรือจริงเพียงบางส่วน
- เอกสารท้ายฟ้องมีอะไร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตรลูก ภาพถ่าย หรือข้อความแชต
- วันนัดแรกเป็นนัดอะไร และต้องไปศาลใด
ถ้าหมายถูกส่งด้วยวิธีปิดหมายไว้ที่บ้าน การส่งจะมีผลเมื่อพ้น 15 วัน หรือตามที่ศาลกำหนด (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79) ระยะเวลายื่นคำให้การจึงเริ่มนับหลังจากนั้น
ถูกฟ้องหย่า ต้องยื่นคำให้การภายในกี่วัน
ต้องยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177
คำให้การต้องบอกให้ชัดว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาข้อใด ทั้งหมดหรือบางส่วน พร้อมเหตุผล การปฏิเสธลอย ๆ โดยไม่ให้เหตุผลอาจทำให้ประเด็นนั้นไม่เป็นข้อต่อสู้ที่ศาลจะรับฟัง
ถ้ามีเหตุพิเศษ เช่น ต้องรวบรวมเอกสารจากต่างประเทศ ขอขยายระยะเวลาได้ แต่โดยหลักต้องยื่นคำขอก่อนครบกำหนด เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย (มาตรา 23)
อย่ารอจนถึงวันนัดแล้วค่อยไปอธิบายที่ศาล ถ้าไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ อีกฝ่ายขอให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวได้ และสิทธินำพยานของเราเข้าสืบจะถูกจำกัดมาก
หากพลาดกำหนดไปแล้ว ยังมีทางตามมาตรา 199 คือมาศาลก่อนศาลพิพากษาและแจ้งว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ถ้าศาลเห็นว่าการขาดนัดไม่ได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร อาจอนุญาตให้ยื่นคำให้การได้ อ่านกรณีจำเลยไม่ไปศาลเพิ่มเติมได้ที่ ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม ต่างจากจดทะเบียนหย่าอย่างไร
วันนัดแรกที่ศาลคืออะไร ต้องไปเองไหม
คดีครอบครัวที่มีข้อพิพาท ศาลจะตั้งผู้ประนีประนอมไกล่เกลี่ยก่อนเริ่มพิจารณา ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 วันนัดแรกจึงมักเป็นการพูดคุยหาทางตกลงกัน
ควรไปด้วยตนเองเพราะเรื่องลูกและทรัพย์สินต้องตัดสินใจเอง ถ้ามีทนาย ทนายช่วยประเมินข้อเสนอได้ทันทีในห้องไกล่เกลี่ย
ข้อควรรู้คือ ถ้าไม่มาศาลในวันสืบพยานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อน จะถือว่าขาดนัดพิจารณา ส่วนนัดอื่นที่ไม่ใช่วันสืบพยาน ถือว่าสละสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดนั้นและรับรู้สิ่งที่ศาลทำไป (มาตรา 200)
สู้คดีหรือเจรจา เลือกทางไหนดี
คำตอบขึ้นกับว่าเราอยากอยู่ในชีวิตคู่ต่อหรือไม่ และเหตุหย่าที่อีกฝ่ายอ้างมีหลักฐานหนักแค่ไหน ส่วนใหญ่จำเลยมักไม่ได้ค้านการหย่า แต่ค้านเงื่อนไขเรื่องลูกและเงิน
| ทางเลือก | เหมาะกับใคร | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| ตกลงกันในชั้นไกล่เกลี่ย | ยอมหย่าได้ ถ้าเงื่อนไขเรื่องลูกและทรัพย์รับได้ | ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลพิพากษาตามยอม ซึ่งโดยหลักอุทธรณ์ไม่ได้ (มาตรา 138) |
| ต่อสู้ว่าไม่มีเหตุหย่า | ไม่ต้องการหย่า และข้อกล่าวหาไม่จริงหรือพ้นอายุความ | ถ้าโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ ศาลยกฟ้อง ยังเป็นคู่สมรสกันต่อ |
| ฟ้องแย้ง | ต้องการหย่าเช่นกัน แต่อยากขอสิทธิของตัวเอง เช่น ค่าเลี้ยงชีพ หรือค่าทดแทน | ศาลพิจารณาคำขอของทั้งสองฝ่ายในคดีเดียว |
ข้อต่อสู้ที่พบบ่อยคือเรื่องอายุความหนึ่งปี เหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1) (2) (3) และ (6) ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่ผู้ฟ้องรู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริง (ป.พ.พ. มาตรา 1529) ถ้าคดีอ้างว่าแยกกันอยู่เกิน 3 ปี ดูจุดต่อสู้ได้ที่ ถูกฟ้องหย่าแยกกันอยู่เกินสามปี จุดสู้คดีมีอะไรบ้าง
ถูกฟ้องหย่า ต้องเสียเงินอะไรบ้าง
ฝ่ายจำเลยที่ยื่นคำให้การอย่างเดียว ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล เพราะค่าขึ้นศาลคิดจากคำฟ้อง ค่าใช้จ่ายหลักจึงเป็นค่าทนายความ ค่าเตรียมพยานหลักฐาน และค่าเดินทาง
- ค่าทนายความ ขึ้นกับว่าคดีมีประเด็นลูก ทรัพย์สิน หรือการฟ้องแย้งหรือไม่ และจะไปถึงชั้นอุทธรณ์หรือเปล่า
- ค่าแปลและรับรองเอกสาร ถ้ามีเอกสารภาษาต่างประเทศ
- ค่าขึ้นศาลของฟ้องแย้ง ถ้าเลือกฟ้องแย้ง เพราะฟ้องแย้งถือเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง
- ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลอาจสั่งให้ฝ่ายแพ้ชดใช้ โดยหลักฝ่ายแพ้รับภาระ แต่ศาลใช้ดุลพินิจได้ (มาตรา 161)
ถ้าไม่มีเงินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล คู่ความขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย (มาตรา 155) ดูภาพรวมค่าใช้จ่ายคดีหย่าได้ที่ ฟ้องหย่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ค่าขึ้นศาล ค่านำหมาย และค่าทนาย
คำถามที่พบบ่อย
ไม่อยากหย่า ต้องทำอย่างไร
ต้องยื่นคำให้การปฏิเสธเหตุหย่าพร้อมเหตุผล และเตรียมพยานหักล้าง ศาลจะพิพากษาให้หย่าได้ก็ต่อเมื่อโจทก์พิสูจน์เหตุหย่าได้จริง การไม่ยอมเซ็นหรือไม่ไปศาลไม่ได้ทำให้คดีหยุด
อีกฝ่ายขอเลี้ยงลูกคนเดียว เราค้านได้ไหม
ได้ ในคดีหย่าโดยคำพิพากษา ศาลจะชี้ขาดเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรโดยดูประโยชน์ของเด็กเป็นหลัก ควรเตรียมหลักฐานว่าเราดูแลลูกอย่างไร เช่น การรับส่งโรงเรียน ค่าใช้จ่าย และความผูกพันกับลูก
ถูกฟ้องหย่าแล้ว ย้ายทรัพย์สินไปไว้ที่อื่นได้ไหม
ไม่ควรทำ การโอนหรือซ่อนสินสมรสระหว่างคดีอาจถูกฟ้องเพิกถอน และทำให้ศาลมองความสุจริตของเราไม่ดี ถ้ากังวลว่าอีกฝ่ายจะโอนทรัพย์ ควรปรึกษาทนายเรื่องการขอคุ้มครองชั่วคราว
ตกลงกันได้ก่อนวันนัด ต้องไปศาลอีกไหม
ยังต้องแจ้งศาล ถ้าตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ศาลจะพิพากษาตามยอม หรือถ้าโจทก์ถอนฟ้องแล้วไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียน ก็ควรให้ข้อตกลงเรื่องลูกและทรัพย์เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน
อีกฝ่ายจะเอาแชตส่วนตัวของเรามาใช้ได้ไหม
ศาลพิจารณาการรับฟังพยานหลักฐานเป็นรายกรณี เราโต้แย้งความถูกต้องหรือที่มาของหลักฐานได้ในคำให้การและระหว่างสืบพยาน ควรบอกทนายตั้งแต่แรกว่าหลักฐานชิ้นใดถูกตัดต่อหรือนำไปใช้ผิดบริบท
ควรเริ่มอย่างไร
วันแรกที่ได้รับหมาย ให้จดวันที่ได้รับไว้ แล้วทำตามลำดับนี้
- นับกำหนด 15 วันสำหรับคำให้การ และจดวันนัดของศาล
- อ่านคำฟ้องทีละข้อ ทำเครื่องหมายส่วนที่จริงและไม่จริง
- รวบรวมเอกสาร ทะเบียนสมรส สูติบัตรลูก หลักฐานรายได้ และเอกสารทรัพย์สิน
- ตัดสินใจเบื้องต้นว่าต้องการหย่าหรือไม่ และต้องการอะไรเรื่องลูกและเงิน
- ปรึกษาทนายความก่อนครบกำหนด เพื่อร่างคำให้การ หรือฟ้องแย้งถ้าจำเป็น
- ไปศาลตามนัดไกล่เกลี่ยพร้อมตัวเลขค่าใช้จ่ายลูกและข้อเสนอที่รับได้
คดีหย่าที่จำเลยเตรียมตัวดีมักจบเร็วกว่าและได้เงื่อนไขที่ยุติธรรมกว่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าคดีของเราควรสู้ เจรจา หรือฟ้องแย้ง การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวภายในสัปดาห์แรกจะช่วยให้ไม่พลาดกำหนดเวลาที่สำคัญ ดูขั้นตอนคดีจากมุมผู้ฟ้องประกอบได้ที่ ฟ้องหย่าต้องทำยังไง 8 ขั้นตอนตั้งแต่ปรึกษาจนบันทึกการหย่า
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
