หยุดจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเพราะแม่ไม่ให้เจอลูกไม่ได้ เพราะหน้าที่เลี้ยงดูลูกกับสิทธิติดต่อลูกเป็นคนละเรื่องตามกฎหมาย การหยุดจ่ายเองทำให้เกิดยอดค้างที่ถูกฟ้องหรือถูกบังคับคดีได้ ทางที่ถูกคือขอให้ศาลกำหนดวิธีการพบลูกให้ชัดเจน
ทำไมหยุดจ่ายค่าเลี้ยงดูเพราะไม่ได้เจอลูกไม่ได้
เพราะกฎหมายมองว่าค่าเลี้ยงดูเป็นสิทธิของลูก ไม่ใช่ค่าตอบแทนที่พ่อจ่ายเพื่อแลกกับการได้พบลูก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ หน้าที่นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือใครได้อยู่กับลูก
มาตรา 1598/41 ยังบัญญัติว่า สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นจะสละหรือโอนมิได้ แม่จึงไม่มีอำนาจเอาสิทธิของลูกไปแลกกับเงื่อนไขใด และพ่อก็ยกเรื่องไม่ได้พบลูกมาเป็นเหตุงดจ่ายไม่ได้เช่นกัน
| เรื่อง | ฐานกฎหมาย | เป็นสิทธิของใคร | ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตาม |
|---|---|---|---|
| ค่าเลี้ยงดูบุตร | ป.พ.พ. มาตรา 1564 และ 1598/38 | ลูก | ฟ้องเรียก หรือบังคับตามคำพิพากษา |
| การติดต่อและพบลูก | ป.พ.พ. มาตรา 1584/1 | บิดาหรือมารดา โดยต้องเป็นประโยชน์ต่อลูก | ขอให้ศาลกำหนดวิธีการติดต่อบุตร |
แม่มีสิทธิห้ามพ่อเจอลูกไหม
โดยหลักไม่มี มาตรา 1584/1 บัญญัติว่า บิดาหรือมารดาย่อมมีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม
คำว่า "ตามควรแก่พฤติการณ์" แปลว่าสิทธินี้มีขอบเขต เช่น ต้องไม่รบกวนเวลาเรียนของลูก ต้องดูระยะทาง ความปลอดภัย และพฤติกรรมของผู้ขอพบ ถ้าการพบอาจเป็นอันตรายต่อลูก ศาลกำหนดเงื่อนไขหรือจำกัดการพบได้
ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตรตามมาตรา 1567 (1) แต่ไม่ได้แปลว่าตัดอีกฝ่ายออกจากชีวิตลูกได้ และหลังหย่า มาตรา 1521 ให้ศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้ ถ้าผู้นั้นประพฤติตนไม่สมควรหรือพฤติการณ์เปลี่ยนไป โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ
ถ้าหยุดจ่ายเอง มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
การหยุดจ่ายไม่ได้ทำให้ได้พบลูกเร็วขึ้น แต่สร้างปัญหาทางกฎหมายให้ฝ่ายที่หยุดจ่ายเองหลายชั้น
- ยอดค้างสะสม ค่าอุปการะเลี้ยงดูที่ค้างเป็นงวดเรียกย้อนหลังได้ภายในอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4)
- ถ้ามีคำพิพากษาให้จ่ายแล้ว ศาลใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 162 ได้ เช่น อายัดรายได้ประจำ เรียกตัวมาตักเตือน และถ้ายังจงใจเพิกเฉยโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจถูกกักขัง
- เมื่อไปขอให้ศาลกำหนดการพบลูก ศาลดูความรับผิดชอบต่อลูกโดยรวม ประวัติการไม่จ่ายจึงอาจทำให้น้ำหนักของคำขอลดลง
- คนที่ได้รับผลกระทบจริงคือลูก ซึ่งยังมีค่าเรียน ค่าอาหาร และค่ารักษาพยาบาลทุกเดือน
อย่าใช้เงินของลูกเป็นเครื่องต่อรอง ให้จ่ายต่อตามจำนวนเดิมผ่านการโอนที่มีหลักฐานทุกงวด แล้วแยกเรื่องการพบลูกไปดำเนินการทางศาล ประวัติการจ่ายที่สม่ำเสมอคือหลักฐานที่ดีที่สุดเมื่อขอให้ศาลคุ้มครองสิทธิพบลูก
ทางที่ถูก ขอศาลกำหนดการติดต่อบุตรทำอย่างไร
ทางที่ถูกคือขอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกำหนดวิธีการติดต่อบุตรให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้ชัดว่าต้องทำอะไร ลำดับที่ใช้ได้ผลในทางปฏิบัติมีดังนี้
- จดบันทึกทุกครั้งที่ขอพบลูกแล้วถูกปฏิเสธ เช่น วันที่ ข้อความที่ขอ และคำตอบที่ได้รับ
- จ่ายค่าเลี้ยงดูต่อเนื่องผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ และเก็บสลิปไว้ครบ
- เสนอตารางการพบลูกที่สมเหตุสมผลเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เสาร์เว้นเสาร์ หรือวิดีโอคอลสัปดาห์ละครั้ง
- ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ ยื่นขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 20 ตรี
- ถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ยื่นคำร้องหรือคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ขอให้กำหนดวิธีการติดต่อบุตร และถ้ามีเหตุ อาจขอเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย
- เมื่อได้คำสั่งศาลแล้ว ปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตาม ให้รวบรวมหลักฐานแล้วแจ้งต่อศาลในคดีนั้น
รายละเอียดที่ศาลมักกำหนด ได้แก่ วันและเวลาพบ สถานที่รับส่ง การค้างคืน การแบ่งช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดยาว และการติดต่อทางโทรศัพท์ ยิ่งรายละเอียดชัด ข้อขัดแย้งในภายหลังยิ่งน้อย
ถ้าจ่ายไม่ไหวจริง หรือกังวลว่าเงินไม่ถึงลูก ทำอะไรได้
ถ้าปัญหาคือรายได้ลดลงจริง ให้ขอศาลลดจำนวนเงิน ไม่ใช่ลดหรือหยุดเอง มาตรา 1598/39 ให้ศาลแก้ไขค่าอุปการะเลี้ยงดูได้เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป
ถ้ากังวลว่าเงินไม่ได้ใช้กับลูก อาจเจรจาหรือขอให้ศาลกำหนดให้จ่ายบางรายการตรงกับผู้รับ เช่น ค่าเล่าเรียนที่โรงเรียน แต่ต้องทำให้เป็นข้อตกลงหรือคำสั่งที่ชัดเจนก่อน ไม่ใช่เปลี่ยนวิธีจ่ายเองฝ่ายเดียว
หลักที่ศาลใช้กำหนดจำนวนเงิน อ่านเพิ่มได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร และถ้าเป็นฝ่ายที่ไม่ได้รับเงิน ดูวิธีเรียกย้อนหลังและบังคับคดีได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำข้อตกลงว่า "ถ้าไม่ให้เจอลูก ก็ไม่ต้องจ่าย" ได้ไหม
ข้อตกลงแบบนี้เสี่ยงใช้บังคับไม่ได้ เพราะสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นของลูกและสละไม่ได้ตามมาตรา 1598/41 ควรเขียนเรื่องค่าเลี้ยงดูกับเรื่องการพบลูกแยกกัน และกำหนดวิธีแก้ปัญหาแต่ละเรื่องไว้ต่างหาก
ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ของลูก ยังต้องจ่ายไหม
ถ้าลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อแล้ว เช่น พ่อจดทะเบียนรับรองบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร หน้าที่เลี้ยงดูเหมือนกันทุกประการ และพ่อก็มีสิทธิติดต่อบุตรตามมาตรา 1584/1 เช่นเดียวกัน ถ้ายังไม่ได้รับรองบุตร ควรปรึกษาเรื่องสถานะของลูกก่อน
ลูกไม่อยากเจอพ่อเอง จะบังคับให้เจอได้ไหม
ศาลเยาวชนและครอบครัวให้ความสำคัญกับวัยและความรู้สึกของเด็ก ในทางปฏิบัติมักเริ่มจากการพบที่ค่อยเป็นค่อยไป เช่น พบในที่สาธารณะหรือมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย การกดดันลูกมักทำให้สถานการณ์แย่ลง
แม่พาลูกย้ายไปอยู่ไกล โดยไม่บอกที่อยู่ ทำอย่างไร
ผู้ใช้อำนาจปกครองกำหนดที่อยู่ของลูกได้ แต่ต้องไม่ทำให้สิทธิติดต่อบุตรของอีกฝ่ายหมดไป ขอให้ศาลกำหนดวิธีติดต่อที่เหมาะกับระยะทางได้ เช่น พบช่วงปิดเทอมนานขึ้น และวิดีโอคอลเป็นประจำ
โอนเงินเข้าบัญชีลูกโดยตรงแทนการโอนให้แม่ได้ไหม
ควรจ่ายตามช่องทางที่ระบุในข้อตกลงหย่าหรือคำพิพากษา ถ้าเปลี่ยนช่องทางเอง อีกฝ่ายอาจโต้แย้งว่ายังไม่ได้รับชำระ หากต้องการเปลี่ยน ให้ตกลงเป็นหนังสือหรือขอให้ศาลกำหนดใหม่
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากสองอย่างพร้อมกัน คือจ่ายค่าเลี้ยงดูต่อโดยมีหลักฐาน และเก็บบันทึกการขอพบลูกที่ถูกปฏิเสธ จากนั้นเตรียมข้อเสนอเรื่องตารางพบลูกที่คำนึงถึงชีวิตประจำวันของลูกเป็นหลัก
ถ้าคุยกันเองไม่ได้ผล การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวจะช่วยเลือกระหว่างการไกล่เกลี่ยกับการยื่นคำร้องต่อศาล และช่วยร่างคำขอให้ศาลกำหนดการติดต่อบุตรที่ใช้ได้จริงในระยะยาว อ่านภาพรวมเรื่องอำนาจปกครองได้ที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
