ถ้าภรรยามีชู้ สามีที่จดทะเบียนสมรสมีสิทธิหลัก 3 อย่าง คือ ฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (1) ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้ได้แม้ไม่หย่า และเรียกค่าทดแทนจากภรรยาได้เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุนี้ ทั้งหมดต้องใช้สิทธิภายใน 1 ปีนับแต่รู้ความจริง
ภรรยามีชู้ เป็นเหตุฟ้องหย่าได้ไหม
ได้ มาตรา 1516 (1) ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ใช้คำว่าคู่สมรส แทนสามีภริยา จึงใช้กับทุกฝ่ายเท่ากัน
เหตุตามอนุมาตรานี้ครอบคลุมหลายพฤติการณ์ เช่น คู่สมรสอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
ไม่จำเป็นต้องจับได้คาหนังคาเขา แต่ต้องมีพยานหลักฐานที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีความสัมพันธ์ทำนองชู้สาวจริง ไม่ใช่แค่ความสงสัยหรือความหึงหวง
ฟ้องชายชู้เรียกค่าทดแทนได้ไหม ต้องหย่าก่อนหรือเปล่า
ฟ้องได้ และไม่ต้องหย่าก่อน มาตรา 1523 วรรคสอง ให้คู่สมรสเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสของตนไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตนในทำนองชู้
สามีที่ยังอยากรักษาครอบครัวไว้ จึงเลือกฟ้องเฉพาะชายชู้ได้ โดยไม่ต้องฟ้องภรรยาเลย
- ล่วงเกินในทำนองชู้ เช่น มีความสัมพันธ์ทางกายหรือพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับภรรยา
- แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ เช่น ควงกันในที่สาธารณะ หรือโพสต์ให้คนอื่นเห็นว่าเป็นคนรักกัน
หลังการแก้ไขกฎหมาย สิทธินี้ไม่ขึ้นกับเพศของชู้ ถ้าภรรยามีความสัมพันธ์ทำนองชู้กับผู้หญิง สามีก็ใช้มาตรา 1523 วรรคสองได้เช่นกัน
เรียกค่าทดแทนจากภรรยาได้เมื่อไร
ได้เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) (มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง) ซึ่งเปิดทางให้เรียกค่าทดแทนจากทั้งภรรยาและผู้ที่เป็นเหตุแห่งการหย่าในคดีเดียวกัน
เมื่อผู้ต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นคู่สมรสเอง ศาลจะคำนึงด้วยว่าเขาได้ส่วนแบ่งสินสมรสไปเท่าไร (มาตรา 1525 วรรคสอง) ค่าทดแทนกับการแบ่งทรัพย์จึงถูกพิจารณาไปด้วยกัน
| ทางเลือกของสามี | ฟ้องใคร | ฐานกฎหมาย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ไม่หย่า ฟ้องชู้อย่างเดียว | ชายชู้หรือผู้ที่แสดงตนเปิดเผย | มาตรา 1523 วรรคสอง | ยังอยากอยู่กับภรรยา แต่ต้องการให้อีกฝ่ายรับผิด |
| ฟ้องหย่าพร้อมเรียกค่าทดแทน | ภรรยาและผู้เป็นเหตุแห่งการหย่า | มาตรา 1516 (1) และ 1523 วรรคหนึ่ง | ตัดสินใจยุติการสมรส และต้องการจัดการเรื่องลูกและทรัพย์ในคดีเดียว |
| จดทะเบียนหย่าแล้ว ฟ้องชู้ | ชายชู้ | มาตรา 1523 วรรคสอง | หย่าโดยความยินยอมไปแล้ว แต่ยังอยู่ในอายุความ |
ถ้าหย่าโดยความยินยอมที่สำนักทะเบียน จะเรียกค่าทดแทนจากภรรยาตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่งไม่ได้ เพราะไม่ใช่การหย่าโดยคำพิพากษา ส่วนการฟ้องชู้หลังจดทะเบียนหย่า ดูรายละเอียดได้ที่ จดทะเบียนหย่ากับสามีแล้ว มีสิทธิฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนหรือไม่
ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
ต้องพิสูจน์ 2 เรื่อง คือเราเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย และอีกฝ่ายมีพฤติการณ์เข้าเงื่อนไขของมาตรา 1523
- ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการบันทึกการสมรสที่จดในต่างประเทศ
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่แสดงความใกล้ชิดเกินเพื่อน และวันเวลาที่เกิดขึ้น
- ข้อความหรือโพสต์ที่แสดงความสัมพันธ์ เก็บพร้อมวันเวลาและบัญชีผู้ส่ง
- พยานบุคคลที่เห็นทั้งสองคนไปไหนมาไหนหรือพักด้วยกัน
- หลักฐานความเสียหายต่อเรา เช่น ความอับอายต่อคนรู้จัก หรือผลต่องานและสุขภาพ
อย่าเก็บหลักฐานด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น แอบเจาะบัญชีโทรศัพท์ของภรรยา หรือบุกรุกที่พักของชู้ เพราะอาจกลายเป็นคดีอาญากับตัวเราเอง และไม่ควรเผชิญหน้าหรือประจานในโซเชียล ควรปรึกษาทนายก่อนลงมือ
วิธีเก็บหลักฐานที่ปลอดภัยและใช้ในศาลได้ อ่านต่อได้ที่ ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง และวิธีเก็บที่ไม่ผิดกฎหมาย
กรณีไหนที่ฟ้องชู้ไม่ได้
กรณีสำคัญคือเคยยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้ภรรยามีความสัมพันธ์นั้น ถ้าเป็นเช่นนั้น เรียกค่าทดแทนไม่ได้ (มาตรา 1523 วรรคสาม)
- ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สิทธิตามมาตรา 1523 เป็นของคู่สมรสตามกฎหมาย
- พ้นอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงที่อ้างได้ (มาตรา 1529)
- หลักฐานมีเพียงความสงสัย ไม่ถึงขั้นแสดงความสัมพันธ์ทำนองชู้
อายุความนับจากวันที่รู้ ไม่ใช่วันที่ความสัมพันธ์เริ่ม ถ้ารู้มานานแล้ว ควรรีบตรวจวันให้แน่ ดูวิธีนับได้ที่ ฟ้องชู้อายุความกี่ปี นับจากวันไหน ถ้าใกล้ครบต้องทำอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
ค่าทดแทนจากชายชู้ได้เท่าไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราไว้ มาตรา 1525 ให้ศาลกำหนดตามควรแก่พฤติการณ์ และจะให้จ่ายครั้งเดียวหรือแบ่งเป็นงวดก็ได้ ศาลมักดูความรุนแรงของการกระทำ การเปิดเผยต่อสาธารณะ ฐานะของคู่ความ และผลกระทบต่อครอบครัว ดูปัจจัยเพิ่มเติมได้ที่ ฟ้องชู้ได้กี่บาท ทำไมค่าทดแทนไม่มีราคาตายตัว
ฟ้องหย่าแล้ว ขอค่าเลี้ยงชีพจากภรรยาได้ไหม
อาจขอได้ ถ้าการหย่าเกิดจากความผิดของภรรยาแต่ฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้สามียากจนลงเพราะรายได้ไม่พอ (มาตรา 1526) แต่ต้องขอไว้ในคดีหย่าเท่านั้น ถ้าไม่ได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งไว้ สิทธิสิ้นสุด
ภรรยามีชู้ จะมีผลต่อการได้เลี้ยงลูกไหม
ไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดได้หรือเสียสิทธิเลี้ยงลูกโดยอัตโนมัติ ศาลชี้ขาดเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครองโดยดูความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นหลัก สามีควรเตรียมหลักฐานการดูแลลูกแยกจากหลักฐานเรื่องชู้
ฟ้องชู้แล้ว ภรรยาต้องมาเป็นพยานไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับว่าพยานหลักฐานอื่นพอพิสูจน์ได้หรือไม่ ในทางปฏิบัติภรรยาอาจถูกอ้างเป็นพยานโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงควรประเมินผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนตัดสินใจ
ตกลงกับชายชู้ให้จ่ายเงินแล้วจบ ทำได้ไหม
ทำได้ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือที่ลงชื่อฝ่ายที่ต้องจ่าย หรือตกลงกันในศาลแล้วให้ศาลพิพากษาตามยอม ซึ่งบังคับได้ง่ายกว่าหากอีกฝ่ายไม่จ่ายตามนัด
ควรเริ่มอย่างไร
- ตั้งสติก่อน และตัดสินใจเบื้องต้นว่าต้องการรักษาการสมรสไว้หรือไม่
- จดวันที่รู้ความจริงครั้งแรก เพื่อคำนวณอายุความ 1 ปี
- รวบรวมหลักฐานที่ได้มาโดยชอบ และสำรองไฟล์ไว้หลายที่
- เตรียมทะเบียนสมรส และข้อมูลตัวตนกับที่อยู่ของชายชู้เท่าที่ทราบ
- ปรึกษาทนายความเพื่อเลือกว่าจะฟ้องชู้อย่างเดียว หรือฟ้องหย่าพร้อมค่าทดแทน
เรื่องชู้เป็นเรื่องที่อารมณ์มักนำหน้า แต่คดีจะได้ผลดีเมื่อวางแผนด้วยข้อเท็จจริงและกำหนดเวลา การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกทางที่ได้รับการเยียวยาจริง โดยไม่เสียสิทธิเรื่องลูกและทรัพย์สิน
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
