ฟ้องหย่าสามีไม่เลี้ยงดู ต้องพิสูจน์อะไร และขอค่าเลี้ยงชีพได้ไหม

ฟ้องหย่าได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) เมื่อคู่สมรสไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร จนอีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควรเมื่อเทียบกับสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกัน และขอค่าเลี้ยงชีพไปในคดีหย่าเดียวกันได้ถ้าเข้าเงื่อนไขมาตรา 1526

สามีไม่เลี้ยงดู เป็นเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายข้อไหน

มาตรา 1461 วางหน้าที่พื้นฐานว่า คู่สมรสต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน เมื่อฝ่ายหนึ่งละเลยหน้าที่นี้ถึงขนาดที่กฎหมายกำหนด อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้ตามมาตรา 1516 (6)

ตั้งแต่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับ ตัวบทใช้คำว่า "คู่สมรส" ทั้งหมด เหตุนี้จึงใช้ได้ทั้งกรณีสามีไม่เลี้ยงดูภรรยา ภรรยาไม่เลี้ยงดูสามี และคู่สมรสเพศเดียวกัน

มาตรา 1516 (6) ยังรวมอีกเหตุหนึ่งไว้ในข้อเดียวกัน คือการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง บทความนี้เน้นเฉพาะส่วนของการไม่อุปการะเลี้ยงดู

คำว่า "ตามสมควร" และ "เดือดร้อนเกินควร" ศาลดูจากอะไร

ศาลพิจารณา สองชั้นต่อเนื่องกัน ชั้นแรกคืออีกฝ่ายให้ความช่วยเหลือน้อยกว่าที่ควรเมื่อเทียบกับความสามารถและฐานะของเขาหรือไม่ ชั้นที่สองคือผลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ฟ้องเดือดร้อนเกินควรหรือไม่

คำว่า "เดือดร้อนเกินควร" ตัวบทให้เอาสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ ครอบครัวที่เคยมีรายได้สูงจึงอาจถูกมองต่างจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย

ข้อเท็จจริงแนวโน้มที่ศาลอาจมอง
มีรายได้ประจำ แต่ไม่ให้เงินใช้จ่ายในบ้านติดต่อกันหลายเดือนมีน้ำหนักว่าไม่อุปการะตามสมควร
ปล่อยให้อีกฝ่ายรับภาระค่าเช่า ค่าอาหาร และหนี้ครอบครัวคนเดียว ขณะที่ตนใช้จ่ายส่วนตัวสูงมีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานการใช้จ่าย
อีกฝ่ายป่วยหนัก แต่ไม่ช่วยค่ารักษาทั้งที่สามารถช่วยได้อาจถึงขนาดเดือดร้อนเกินควร
ตกงานจริงและไม่มีรายได้ จึงช่วยได้น้อยอาจไม่เข้าเหตุ เพราะหน้าที่วัดตามความสามารถ
ขาดส่งเพียงช่วงสั้น ๆ และผู้ฟ้องมีรายได้สูงพอเลี้ยงตัวอาจยังไม่ถึงขนาดเดือดร้อนเกินควร

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเพื่อให้เห็นภาพ ผลจริงขึ้นกับพยานหลักฐานทั้งหมดในคดี

หลักฐานรายรับรายจ่ายที่ควรเตรียมมีอะไรบ้าง

คดีประเภทนี้ ชนะหรือแพ้กันที่ตัวเลข ต้องแสดงให้เห็นทั้งว่าอีกฝ่ายมีความสามารถ และผู้ฟ้องเดือดร้อนจริง

  • รายการเดินบัญชีของผู้ฟ้อง ย้อนหลังให้ครอบคลุมช่วงที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ
  • หลักฐานรายได้ของอีกฝ่ายเท่าที่หาได้โดยชอบ เช่น สลิปเงินเดือนที่เคยเห็น ข้อมูลกิจการ หรือภาพการใช้จ่ายที่เผยแพร่เอง
  • บิลค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าเทอมลูก และหนี้ที่ต้องก่อขึ้นเพื่อประคองครอบครัว
  • ข้อความที่ขอเงินค่าใช้จ่ายและคำตอบปฏิเสธหรือการเพิกเฉย
  • เอกสารการรักษาพยาบาล ถ้าความเดือดร้อนเกี่ยวกับสุขภาพ
  • พยานบุคคลที่รู้เห็นสภาพความเป็นอยู่ เช่น ญาติที่ต้องให้ยืมเงิน
ทำตารางรายรับรายจ่ายรายเดือนของบ้านตั้งแต่วันนี้ และเก็บหลักฐานประกอบทุกรายการ ตารางที่สม่ำเสมอและตรวจสอบได้มีน้ำหนักกว่าคำเล่าย้อนหลังในวันขึ้นศาลมาก

ดูหลักฐานสำหรับเหตุหย่าอื่นที่อาจใช้ควบคู่กันได้ที่ หลักฐานฟ้องหย่าแยกตามเหตุ

ขอค่าเลี้ยงชีพไปในคดีเดียวกันได้ไหม

ได้ และ ต้องขอในคดีหย่าเท่านั้น เพราะมาตรา 1526 วรรคสองกำหนดว่าสิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพสิ้นสุดลงถ้าไม่ได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งไว้ในคดีหย่านั้น

เงื่อนไขตามมาตรา 1526 วรรคหนึ่งมีสามข้อ คือเหตุหย่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายแต่ฝ่ายเดียว การหย่าทำให้ผู้ขอยากจนลง และความยากจนนั้นเกิดเพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำระหว่างสมรส ศาลจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยดูความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับ

เงินที่ขอได้ฐานกฎหมายใช้เมื่อไร
ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรสมาตรา 1598/38ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ ไม่จำเป็นต้องหย่า
ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่ามาตรา 1526ขอในคดีหย่าเท่านั้น
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรมาตรา 1564 และ 1598/38ขอในคดีหย่าหรือฟ้องแยกได้

อ่านความต่างระหว่างค่าเลี้ยงชีพกับค่าเลี้ยงดูบุตรเพิ่มเติมได้ที่ ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่า ใครเรียกได้

ต้องฟ้องภายในเมื่อไร

เหตุตามมาตรา 1516 (6) อยู่ในรายการของมาตรา 1529 ซึ่งกำหนดให้ สิทธิฟ้องระงับเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้มีสิทธิฟ้องรู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงที่ยกเป็นเหตุฟ้องได้

ถ้าการไม่เลี้ยงดูเกิดขึ้นมาหลายปี การนับวันอาจซับซ้อน ข้อเท็จจริงที่เก่าเกินกำหนดอาจยังใช้ประกอบเหตุอื่นได้ตามมาตรา 1529 วรรคท้าย ดูรายละเอียดที่ เหตุฟ้องหย่ามีอายุความไหม

คำถามที่พบบ่อย

สามีให้เงินบ้าง แต่น้อยมาก เข้าเหตุนี้ไหม

อาจเข้าได้ ถ้าจำนวนที่ให้ต่ำกว่าที่ควรเมื่อเทียบกับรายได้ของเขามาก และทำให้ผู้ฟ้องเดือดร้อนเกินควร การมีหลักฐานรายได้ของอีกฝ่ายจึงสำคัญ

ภรรยาไม่เลี้ยงดูสามี สามีใช้เหตุนี้ฟ้องได้ไหม

ได้ ตัวบทปัจจุบันใช้คำว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่าย หลักการพิจารณาเหมือนกัน คือดูความสามารถของฝ่ายที่ไม่ช่วยเหลือและความเดือดร้อนของฝ่ายที่ฟ้อง

ไม่อยากหย่า แต่อยากให้อีกฝ่ายจ่ายค่าใช้จ่าย ทำได้ไหม

ทำได้ โดยฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรสตามมาตรา 1598/38 ซึ่งไม่ต้องฟ้องหย่า ศาลกำหนดจำนวนตามความสามารถของผู้จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์

แยกกันอยู่แล้ว และอีกฝ่ายไม่ส่งเงินเลย ใช้เหตุไหนดี

อาจใช้ได้หลายเหตุพร้อมกัน เช่น ไม่อุปการะเลี้ยงดู ทิ้งร้าง หรือแยกกันอยู่เกินสามปี ขึ้นกับระยะเวลาและพฤติการณ์ การตั้งหลายเหตุช่วยลดความเสี่ยงหากพิสูจน์เหตุใดเหตุหนึ่งไม่ได้

ค่าเลี้ยงชีพได้เดือนละเท่าไร

ไม่มีอัตราตายตัว ศาลมีดุลพินิจเต็มที่ตามมาตรา 1526 และอาจไม่ให้เลยก็ได้ ถ้าเห็นว่าผู้ขอยังมีรายได้หรือทรัพย์สินพอเลี้ยงตัว

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากจดวันที่เริ่มไม่ได้รับความช่วยเหลือ และรวบรวมหลักฐานรายรับรายจ่ายย้อนหลังให้ได้มากที่สุด ทบทวนเหตุอื่นที่อาจใช้ควบคู่ได้ใน เหตุฟ้องหย่ามาตรา 1516 ทั้ง 12 กรณี

จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เพื่อประเมินว่าควรฟ้องหย่าพร้อมขอค่าเลี้ยงชีพ หรือเริ่มจากเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยยังไม่หย่า ซึ่งแต่ละทางมีผลต่อชีวิตและทรัพย์สินต่างกัน

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ