หลังหย่า อดีตสามีไม่มีสิทธิอยู่บ้านต่อโดยอัตโนมัติ แต่สิทธิของเราขึ้นอยู่กับว่าบ้านเป็นของใคร ถ้าเป็นสินส่วนตัวของเรา ให้บอกกล่าวให้ออกและฟ้องขับไล่ได้ ถ้าเป็นสินสมรสที่ยังไม่แบ่ง ทั้งสองคนยังเป็นเจ้าของร่วมกัน ทางออกคือแบ่งทรัพย์ให้จบ
หย่าแล้วบ้านเป็นของใคร ต้องดูอะไรก่อน
คำตอบเริ่มจากการแยกให้ได้ว่าบ้านเป็น สินส่วนตัว หรือสินสมรส เพราะวิธีจัดการต่างกันโดยสิ้นเชิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 กำหนดว่า ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส และทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา เป็นสินส่วนตัว ส่วนทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยทั่วไปเป็นสินสมรส
เมื่อหย่ากัน มาตรา 1533 ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน ส่วนสินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง
| สถานะของบ้าน | ใครเป็นเจ้าของหลังหย่า | ทางที่ใช้ได้ |
|---|---|---|
| ซื้อก่อนสมรส หรือได้รับมรดกหรือรับให้มา | ฝ่ายที่เป็นเจ้าของสินส่วนตัว | บอกกล่าวให้ออก ถ้าไม่ออกฟ้องขับไล่ |
| ได้มาระหว่างสมรส และยังไม่ได้แบ่ง | ทั้งสองคนยังเป็นเจ้าของร่วมกัน | ตกลงแบ่ง ซื้อส่วนกัน ขายแบ่งเงิน หรือฟ้องแบ่ง |
| บันทึกข้อตกลงหย่าระบุว่าบ้านตกเป็นของเรา | เป็นไปตามข้อตกลง | ให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง ถ้าไม่ยอมฟ้องบังคับ |
| บ้านของพ่อแม่หรือญาติฝ่ายเรา | เจ้าของบ้านตัวจริง | เจ้าของบ้านเป็นผู้บอกกล่าวหรือฟ้องเอง |
ทรัพย์ที่ซื้อระหว่างสมรสแต่ใส่ชื่อเราคนเดียว ก็ยังอาจเป็นสินสมรสได้ เพราะชื่อในโฉนดไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว อ่านหลักแยกทรัพย์เพิ่มเติมได้ที่ สินสมรส สินส่วนตัว ต่างกันอย่างไร
บ้านเป็นสินส่วนตัวของเรา ต้องทำอย่างไรให้เขาออก
ถ้าบ้านเป็นของเราฝ่ายเดียว การบอกกล่าวเป็นหนังสือแล้วฟ้องขับไล่ คือเส้นทางที่ถูกกฎหมาย เมื่อการสมรสสิ้นสุด อดีตคู่สมรสไม่มีฐานะคู่สมรสที่จะอยู่ในบ้านของเราต่อ
- รวบรวมหลักฐานความเป็นเจ้าของ เช่น โฉนด สัญญาซื้อขาย หลักฐานว่าได้มาก่อนสมรส และใบสำคัญการหย่า
- คุยกันก่อนว่าจะย้ายออกวันไหน ถ้าตกลงได้ ให้เขียนวันที่และเรื่องการขนของไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- ถ้าตกลงไม่ได้ ส่งหนังสือบอกกล่าวให้ออกภายในเวลาที่สมควร ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และเก็บสำเนาไว้
- เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่ออก ให้ทนายยื่นฟ้องขับไล่ และอาจเรียกค่าเสียหายจากการที่เขาอยู่ต่อโดยไม่มีสิทธิ
- ถ้าศาลพิพากษาแล้วยังไม่ออก ให้ขอบังคับคดีผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ต้องลงมือขนย้ายเอง
คดีเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ ให้ฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่ หรือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาก็ได้
ถ้าบ้านเป็นสินสมรสที่ยังไม่แบ่ง ไล่เขาออกได้ไหม
โดยทั่วไป ไล่ออกฝ่ายเดียวได้ยาก เพราะเมื่อยังไม่แบ่ง ทั้งสองคนยังเป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน และใช้หลักเรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาประกอบ
มาตรา 1360 ให้เจ้าของรวมแต่ละคนใช้ทรัพย์ได้ ตราบที่ไม่ขัดสิทธิของเจ้าของรวมคนอื่น ส่วนมาตรา 1357 สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน
ทางที่ตรงกว่าคือการแบ่งให้จบ ซึ่งทำได้หลายแบบ
- ฝ่ายหนึ่งซื้อส่วนของอีกฝ่าย แล้วจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน
- ขายบ้านให้คนนอก แล้วแบ่งเงินตามส่วน
- ตกลงให้ฝ่ายหนึ่งได้บ้าน อีกฝ่ายได้ทรัพย์อื่นแทน
- ถ้าตกลงไม่ได้ ฟ้องให้ศาลสั่งแบ่ง ตามมาตรา 1364 ศาลอาจสั่งแบ่งตัวทรัพย์ ให้ประมูลกันเอง หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงิน
ถ้าหย่าโดยคำพิพากษา มาตรา 1532 ให้ผลเรื่องทรัพย์ระหว่างคู่สมรสย้อนไปถึงวันฟ้องหย่า เรื่องนี้มีผลต่อการนับว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง ขั้นตอนการแบ่งอ่านได้ที่ แบ่งสินสมรสหลังหย่า ตกลงกันเองหรือฟ้องศาล และกรณีบ้านยังติดผ่อนอ่านที่ แบ่งสินสมรสที่ยังติดผ่อน บ้านและรถ
สิ่งที่ห้ามทำ แม้บ้านจะเป็นของเรา
ความโกรธทำให้หลายคน ใช้วิธีลัดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
- เปลี่ยนกุญแจขณะที่ของใช้และเอกสารของเขายังอยู่ในบ้าน
- ตัดน้ำ ตัดไฟ หรือตัดอินเทอร์เน็ตเพื่อกดดันให้ออก
- ขนของของเขาไปทิ้ง ขาย หรือยึดไว้
- ใช้กำลัง ข่มขู่ หรือพาคนมาช่วยไล่
- โพสต์ประจานเรื่องส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย
การกระทำเหล่านี้อาจเป็นการทำละเมิดตามมาตรา 420 ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย และอาจถูกกล่าวหาทางอาญา เช่น บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ หรือลักทรัพย์ ซึ่งทำให้เราเสียเปรียบในคดีหลักไปด้วย
อย่าแก้ปัญหาบ้านด้วยกุญแจหรือมิเตอร์ไฟ ให้ใช้หนังสือบอกกล่าวและศาล เพราะวิธีที่ถูกกฎหมายใช้เวลามากกว่า แต่ไม่ทำให้เรากลายเป็นฝ่ายถูกฟ้อง
ระหว่างรอ ถ้ายังต้องอยู่บ้านเดียวกัน ควรทำอย่างไร
ช่วงที่ยังอยู่ร่วมบ้าน ความปลอดภัยและหลักฐาน สำคัญที่สุด
- ถ่ายรูปและทำรายการทรัพย์สินในบ้าน โดยมีพยานรู้เห็น
- เก็บเอกสารสำคัญ เช่น โฉนด สมุดบัญชี และหนังสือเดินทางของเราไว้ที่ปลอดภัย
- คุยกันผ่านข้อความเป็นหลัก เพื่อให้มีบันทึก และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
- ถ้ามีการทำร้ายหรือข่มขู่ ให้แจ้งตำรวจทันที และพาลูกไปอยู่ในที่ปลอดภัย
เรื่องลูกแยกจากเรื่องบ้าน ผู้ใช้อำนาจปกครองกำหนดที่อยู่ของบุตรได้ ส่วนอีกฝ่ายยังมีสิทธิติดต่อบุตรตามสมควร
คำถามที่พบบ่อย
ชื่ออดีตสามีอยู่ในทะเบียนบ้าน แปลว่าเขามีสิทธิในบ้านไหม
ไม่ใช่ ทะเบียนบ้านเป็นทะเบียนผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่หลักฐานความเป็นเจ้าของ สิทธิในบ้านดูจากเอกสารสิทธิและที่มาของทรัพย์ ว่าเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
บันทึกหย่าเขียนว่ายกบ้านให้เรา แต่ยังไม่ได้โอน เขายังอยู่ต่อได้ไหม
ข้อตกลงในบันทึกการหย่าผูกพันคู่กรณี เราจึงเรียกให้อีกฝ่ายไปโอนและส่งมอบบ้านได้ ถ้าไม่ยอม ต้องฟ้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่ควรยึดบ้านด้วยตัวเอง
ระหว่างที่เขาไม่ยอมออก เรียกค่าเสียหายได้ไหม
ถ้าบ้านเป็นของเราฝ่ายเดียว และบอกกล่าวแล้วเขายังอยู่ต่อโดยไม่มีสิทธิ อาจเรียกค่าเสียหายพร้อมคำฟ้องขับไล่ได้ เช่น เทียบกับค่าเช่าที่ควรได้ จำนวนจริงขึ้นกับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล
ถ้าเขาเป็นฝ่ายช่วยผ่อนบ้านที่เป็นสินส่วนตัวของเรา จะเปลี่ยนเป็นของร่วมไหม
การช่วยผ่อนไม่ได้ทำให้บ้านที่เป็นสินส่วนตัวกลายเป็นสินสมรสเสมอไป แต่อาจเกิดข้อโต้แย้งเรื่องเงินที่จ่ายไป ควรนำหลักฐานการผ่อนทั้งหมดไปให้ทนายประเมินก่อนฟ้อง
ฟ้องแบ่งสินสมรสต้องรีบไหม
ควรเริ่มเร็ว เพราะยิ่งนาน หลักฐานยิ่งหาย และอาจมีประเด็นเรื่องอายุความหรือการจำหน่ายทรัพย์ไปก่อน รายละเอียดอ่านได้ที่ ฟ้องแบ่งสินสมรสหลังหย่า มีอายุความไหม
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากรวบรวมโฉนด ใบสำคัญการหย่า บันทึกข้อตกลงหย่า และหลักฐานที่มาของเงินซื้อบ้าน แล้วแยกให้ชัดว่าบ้านเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
จากนั้นค่อยเลือกว่าจะบอกกล่าว เจรจาแบ่ง หรือฟ้องศาล การปรึกษาทนายความคดีครอบครัวตั้งแต่ก่อนส่งหนังสือฉบับแรก ช่วยให้ทุกขั้นตอนถูกต้อง และไม่พลาดไปทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองถูกฟ้องกลับ
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
