สัญญาก่อนสมรสที่ทำในต่างประเทศอาจใช้ในไทยได้ แต่ไม่ได้มีผลโดยอัตโนมัติ ศาลไทยจะดูตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ว่ากฎหมายประเทศใดคุมความสามารถ แบบ และผลของสัญญา ส่วนอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังอยู่ใต้กฎหมายไทยเสมอ
ศาลไทยดูสัญญาก่อนสมรสจากต่างประเทศอย่างไร
ศาลจะแยกคำถามเป็นสามเรื่อง คือ ใครทำสัญญาได้ ทำถูกแบบไหม และสัญญามีผลอย่างไร แต่ละเรื่องใช้หลักเลือกกฎหมายต่างกัน ตามกฎหมายขัดกันฉบับปี 2481 ซึ่งถ้อยคำบางส่วนยังเขียนตามยุคนั้น
| ประเด็น | กฎหมายที่ใช้ | มาตราในกฎหมายขัดกัน |
|---|---|---|
| ความสามารถในการทำสัญญาก่อนสมรส | กฎหมายสัญชาติของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย | มาตรา 24 |
| สาระสำคัญและผลของสัญญา กรณีสัญชาติเดียวกัน | กฎหมายสัญชาตินั้น | มาตรา 25 |
| สาระสำคัญและผลของสัญญา กรณีต่างสัญชาติ | กฎหมายที่คู่สัญญาตั้งใจหรือพึงสันนิษฐานว่าตั้งใจ ถ้าไม่มี ใช้กฎหมายของถิ่นที่ตั้งภูมิลำเนาแห่งแรกหลังสมรส | มาตรา 25 |
| สัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ | กฎหมายของถิ่นที่ทรัพย์ตั้งอยู่ | มาตรา 25 |
| แบบของนิติกรรมโดยทั่วไป | กฎหมายของประเทศที่ทำ | มาตรา 9 |
ถ้าต้องใช้กฎหมายต่างประเทศ ฝ่ายที่อ้างต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็น หากพิสูจน์ไม่ได้เป็นที่พอใจ มาตรา 8 ให้ศาลใช้กฎหมายไทยแทน ซึ่งอาจให้ผลต่างจากที่คู่สัญญาตั้งใจไว้มาก ดูหลักเลือกกฎหมายในคดีหย่าเพิ่มเติมที่ หย่ากับคู่สมรสต่างชาติ ใช้กฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ใช้กับทรัพย์สินในไทยได้แค่ไหน
ส่วนที่เกี่ยวกับที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดในไทย ต้องดูตามกฎหมายไทย เพราะมาตรา 25 ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่
กฎหมายไทยกำหนดแบบของสัญญาก่อนสมรสไว้เคร่งครัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1466 ให้จดข้อตกลงไว้ในทะเบียนสมรสขณะจดทะเบียนสมรส หรือทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อยสองคน แนบท้ายทะเบียนสมรส และจดไว้ว่ามีสัญญาแนบ ถ้าไม่ทำตามแบบ สัญญาเป็นโมฆะ
สัญญาที่ทำในต่างประเทศจะถือว่าผ่านเงื่อนไขนี้สำหรับทรัพย์ในไทยหรือไม่ จึงเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณี ไม่ควรสรุปเองว่าใช้ได้แน่นอน
อีกเรื่องที่สัญญาใด ๆ เปลี่ยนไม่ได้คือข้อจำกัดการถือที่ดินของคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 อ่านเรื่องที่ดินในชื่อคู่สมรสไทยได้ที่ แบ่งสินสมรส คู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ดินชื่อภรรยาไทยเป็นของใคร
สัญญาก่อนสมรสจากต่างประเทศไม่ทำให้คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิถือที่ดินในไทย และข้อความที่เขียนเพื่อเลี่ยงข้อห้ามนี้อาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายเพิ่ม ควรแยกวางแผนเรื่องที่ดินให้ชัดตั้งแต่ต้น
ข้อใดในสัญญาที่อาจใช้ไม่ได้ในไทย
แม้สัญญาจะสมบูรณ์ตามกฎหมายต่างประเทศ บางข้ออาจถูกศาลไทยไม่ให้ผล ข้อที่มักเป็นปัญหา ได้แก่
- ข้อที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลไทยไม่นำมาใช้
- ข้อที่สละสิทธิค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เพราะมาตรา 1598/41 บัญญัติว่าสิทธินี้สละหรือโอนไม่ได้
- ข้อที่ให้คู่สมรสต่างชาติได้กรรมสิทธิ์ที่ดินในไทย ซึ่งขัดต่อข้อจำกัดตามกฎหมายที่ดิน
- ถ้ากฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้กับสัญญา ข้อที่กำหนดให้ความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินเป็นไปตามกฎหมายต่างประเทศ เป็นโมฆะเฉพาะข้อนั้นตามมาตรา 1465 วรรคสอง
ข้อที่ใช้ไม่ได้มักไม่ทำให้ทั้งฉบับเสียไป แต่ถ้าข้อนั้นเป็นหัวใจของการแบ่งทรัพย์ ผลตอนหย่าอาจต่างจากที่คาดไว้มาก
ต้องทำอะไรเพิ่มเพื่อใช้สัญญาในไทย
สิ่งที่ต้องทำคือ ทำให้เอกสารพร้อมใช้ในศาลไทย และเตรียมพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศที่สัญญาอ้างอิง
- เก็บต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานที่ทำสัญญา เช่น โนตารีพับลิก
- รับรองเอกสารตามขั้นตอนของประเทศต้นทาง แล้วรับรองที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
- แปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- เตรียมตัวบทหรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพราะศาลไทยไม่ทราบกฎหมายต่างประเทศเอง
- ถ้าจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ ควรดำเนินการให้การสมรสมีหลักฐานในไทยด้วย ดู จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ หย่าในไทยได้ไหม
- เก็บหลักฐานที่มาของเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์ในไทย เพราะเป็นตัวชี้ว่าทรัพย์ใดเป็นของใคร
ไทยยื่นภาคยานุวัติสารอนุสัญญา Apostille แล้ว และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันนั้นยังต้องใช้การรับรองผ่านสถานทูตตามเดิม หลังจากนั้นขั้นตอนกับประเทศภาคีอาจสั้นลง ควรตรวจประกาศของกรมการกงสุลก่อนเตรียมเอกสาร
ทำสัญญาใหม่ในไทยแทนได้ไหม
ทำได้เฉพาะ ก่อนจดทะเบียนสมรส เพราะสัญญาก่อนสมรสตามกฎหมายไทยต้องทำพร้อมการจดทะเบียนสมรสตามมาตรา 1466
เมื่อสมรสแล้ว มาตรา 1467 กำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อนสมรสต้องได้รับอนุญาตจากศาล ส่วนสัญญาที่คู่สมรสทำกันระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างได้ จึงไม่มั่นคงเท่าสัญญาก่อนสมรส
คู่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสในประเทศใดเลยและตั้งใจจดในไทย จึงควรทำสัญญาตามแบบไทยไปพร้อมกัน ดูวิธีทำให้มีผลตอนหย่าได้ที่ สัญญาก่อนสมรส คู่สมรสต่างชาติ ทำอย่างไรให้มีผลตอนหย่า
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ในศาลไทยได้ไหม
ใช้ได้ แต่ต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรอง ถ้าคำแปลกับต้นฉบับมีความหมายต่างกัน จะเกิดข้อโต้แย้งได้ จึงควรใช้ผู้แปลที่คุ้นกับศัพท์กฎหมาย
คนไทยทั้งคู่ไปทำสัญญาก่อนสมรสที่ต่างประเทศ ใช้กฎหมายใด
เมื่อคู่สัญญามีสัญชาติเดียวกัน มาตรา 25 ให้ใช้กฎหมายสัญชาติร่วม คือกฎหมายไทย สัญญาจึงต้องผ่านเงื่อนไขของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงแบบตามมาตรา 1466 ถ้าไม่ได้จดไว้พร้อมการจดทะเบียนสมรส อาจมีปัญหาความสมบูรณ์
สัญญากำหนดว่าตอนหย่าให้ใช้กฎหมายต่างประเทศ ศาลไทยจะทำตามไหม
ขึ้นกับว่ากฎหมายใดคุมสัญญานั้น ถ้าคู่สัญญาต่างสัญชาติ มาตรา 25 เปิดให้ดูเจตนาของคู่สัญญา แต่ถ้ากฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้ ข้อเลือกกฎหมายต่างประเทศเรื่องทรัพย์สินเป็นโมฆะตามมาตรา 1465 วรรคสอง และที่ดินในไทยใช้กฎหมายไทยอยู่แล้ว
สัญญาก่อนสมรสต่างประเทศมีผลกับเรื่องลูกไหม
เรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูบุตร ศาลไทยตัดสินโดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็ก และสิทธิในค่าเลี้ยงดูบุตรสละไม่ได้ ข้อตกลงเรื่องลูกในสัญญาจึงเป็นเพียงข้อมูลประกอบ ไม่ผูกมัดศาล
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากรวบรวมสัญญาฉบับสมบูรณ์ หลักฐานการจดทะเบียนสมรส และรายการทรัพย์สินทั้งในไทยและต่างประเทศ แล้วจดว่าทรัพย์แต่ละรายการได้มาเมื่อไรและด้วยเงินของใคร
จากนั้นควรให้ทนายความที่ทำคดีครอบครัวระหว่างประเทศตรวจว่าสัญญาอยู่ใต้กฎหมายใด ข้อใดเสี่ยงใช้ไม่ได้ และต้องรับรองเอกสารอย่างไร การรู้ตั้งแต่ก่อนมีข้อพิพาทช่วยให้ยังมีเวลาแก้ไขหรือวางแผนทางอื่นได้
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
